
‘แสงเย็น’
ภาพแรก หลังจากย้ายห้องมาอยู่อีกฝั่งของตึก
ส่วนข้างล่างนี่
‘รองเท้าข้างเดียว’
ภาพแรเงา ภาพแรกในรอบหลายปี

‘สองเงาในเกาหลี’
อ่านตอนเช้า วันละบทสองบท
เป็นเวลาเกือบสามเดือน
จึงจบบริบูรณ์
ได้ภาำพแรเงา
‘สองเงาบนกำแพง’

หนังสือเล่มนี้
อ่านแล้วอิน
เชื่อเลยว่า
เงาสองเงา
สามารถเคียงข้างกันไปได้ตลอดรอดฝั่ง
ตราบเท่าที่เงานั้น
พูดจาภาษาเดียวกัน
รวมไปถึง ภาษาใจด้วยนะ

ปล. วาดรูปตอนเช้าๆ
อะไร มันจะสุขได้ขนาดนั้น!
แม้ว่ามันจะไม่ค่อยสวยก็ตาม 555+
June 28, 2009 at 10:23 pm
รองเท้าข้างเดียวกับปกหนังสือสองเงา…ทั้งเข้าและขัดแย้งกันอย่างประหลาด
เห็นด้วยจริงๆครับ เมือ่ก่อนสัมยที่ผมยังไม่อุตริริเขียนหนังสือ ผมก็ชอบวาดรูปมาก
แล้วการที่ได้ตื่นมานั่งวาดแต่เช้าก่อนไปโรงเรียนก็เป็นอะไรที่เพลิดเพลินสุดๆ
มันเหมือนเราได้เวลาเพิ่มมาจากเวลาปกติ(เพราะเราตื่นเร็ว)แล้วนำมาใช้ไปกับสิ่งที่เราชอบ
แต่มาเด๋วนี้ วาดไม่ได้แล้ว เลิกวาดมาเป็น 10 ปีแล้ว ครั้นจะตื่นเช้ามานั่งเขียนหนังสือก็ไม่ใช่ที่ 555+
อารมณ์ตื่นเช้ามาทำอะไรแบบนี้เลยไม่ได้สัมผัสอีกแล้ว
สองเงาในเกาหลีนี่ผมอ่านปล้ำอยู่ไม่นานนักก็จบเล่ม เรียกว่าน่าแปลกใจเพราะหนังสือค่อนข้างหนา
ปกติหนาแบบนี้ผมต้องใช้เวลาย่อยสัก 2 – 3 เดือนเป็นอย่างต่ำ
แต่นี่คงเพราะด้วยหนังสือมันอ่านง่าย + ตอนนั้นตั้งใจอ่านอยู่เล่มเดียว เลยจบเร็ว
อ่านแล้วมาอ่านท่ท่านพี่เอี้ยงว่า ทำผมสงสัยนิดๆ สมมุติว่า 2 เงาเดินเคียงคู่กันไปตลอดเลย
เงา 2 เงานั้นคงจะพลาดการได้ลิ้มรสชาติการผลัดพราก ซึ่งเจ้าการผลัดพรากมันนำอะไรดีๆติดตัวมาเยอะนะ
ทั้งการได้คิดถึงกันแบบห่างๆ ช่วยลดความเคยชินและเฉยชา แถมยังเปิดโอกาสให้คนช่างฝันเขียนจดหมาย
และเหนือสิ่งอื่นใด การผลัดพรากยังเป็นจุดเริ่มต้นของการได้กลับมาพบเจอกันอีกครั้งด้วย
การได้มาเจอใครสักคนที่พูดภาษากันนั้นเป็นเรื่องอัศจรรย์
แต่การผลักพรากจากคนที่ว่าไปแล้วมีโอกาสได้หวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง
ก็เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ที่มีรสชาติหวานๆ ดีไปอีกแบบ
ปล. บล็อกผมยังลบๆเลิกๆอยู่เลยครับ 555+
ตอนที่พี่เข้าไป ผมเพิ่งลบ + กำลังเลือกธีมใหม่ๆอยู่ เลยอัพไว้นิดนึงเป็นพิธี
ตอนนี้เรียกได้ว่าหลงทางอย่างแรง ไม่รู้จะอัพอะไร
ยิ่งช่วงนี้กำลังได้รับอิทธิพลลมมรสุมจากบ้านของคุณอ้อ + คุณมอเอด้วย
เลยทำให้อยากจะฝืนธรรมชาติของตัวเองด้วยการเขียนอะไรสั้นๆแบบเขาบ้าง
เลยยิ่งทำให้เขียนๆลบๆ อย่างที่เป็นอยู่(เพราะเขียนทีไรยาวยืดทุกที)
ก็ค่อยๆดูกันไป 555+
ปล. 2 มาเจอบ้านพี่เอี้ยงวันี้ ไม่แน่พรุ่งนี้เช้าอาจจะตื่นมานั่งวาดรูปลงบล็อก็ได้ 555+
ปล. 3 คนมันขาดแคลนแรงบันดาลใจครับ ช่วงนี้ เจออะไรคว้าหมด!!!
June 29, 2009 at 1:07 pm
ชอบ “ชื่อ” ของ Entry นี้จังครับ
ซาบซึ้งและเล่าอะไรได้มากมาย
“แสง” ดูเปลี่ยวดายถ้าไร้ “เงา”
“เงา” ก็อยู่ไม่ได้ถ้าไร้ “แสง”
ถ้าเธอเป็น “แสง” ฉันจะเป็น “เงา”
รวมเป็น “เรา”
June 29, 2009 at 5:55 pm
เราอาจจะต้องกลับไปอ่านหนังสือเล่มนี้(ที่ยังอ่านไม่จบดี)
ลองดูอีกสักครั้ง
June 29, 2009 at 7:47 pm
ลองวาดตอนฝนตกช่วงเย็นมั่งดีมั้ยพี่เอี้ยง
มีความสุขไปอีกแบบเหมือนกันนะคะ
June 29, 2009 at 10:59 pm
จะลองอ่าน ลองวาดดูมั่งละ
แต่ทำตอนเช้านี่ยากจังแฮะ
June 29, 2009 at 11:58 pm
ใครว่ารูปนั้นไม่สวย
June 30, 2009 at 1:29 pm
อยากวาดรูป >> จงวาด
ใช่มั้ย
June 30, 2009 at 5:43 pm
ขอรบกวนทั้งชุดนอน > ประเด็นพลัดพราก สำหรับพี่ก็เป็นเสมือนการวัดใจ พิสูจน์ในรักแท้ละมั้ง คิดว่านะ
โรงน้ำชา > ชื่อเอนทรี่ ก๊อปมาจาก “สองเงา” ตรงๆ เลยค่ะ
คิดว่า มันจี๊ดดี ฮ่าๆ
สำหรับ ‘ถ้าเธอเป็น “แสง” ฉันจะเป็น “เงา” รวมเป็น “เรา” ‘
ชนะเลิศ
เจ๊ > ไปอ่านเลย ไม่เวียนหน้าอย่างที่คิดนะ ^__^ จริงจริ้้งงงงง
mango > จะลองวาดตอนฝนตกดูนะคะ เผื่อจะจี๊ดใจมั่ง ^^
คุณลุง > ตื่นเช้า อากาศดีนะ
แต่จริงๆ แล้ว
เราวาดเนี่ย
ทำสมาธิก่อนไปทำงาน
เดี๋ยวนี้เหมือนไปรบเลยล่ะ
นายหมูตุ้ย > ฮะๆ ขอบคุณนะน้อง
ก็มีนะ บางคนว่า ไม่สวย
ฮ่าๆๆ
ต้อม > อยากวาดรูป ก็วาดเล้ยยย
ไม่สวย (เหมือนที่พี่วาด)
ก็ อย่า ได้ แคร์
กั๊กกกกๆ