ตักบาตรดอกไม้ที่สวยงาม
กรุงเทพธุรกิจ : เสาร์สวัสดี : คอลัมน์ ปล.ขอให้มีความสุข
ฉบับที่ 435 วันเสาร์ที่ 22 กันยายน 2550
: ภัทรรานี โปร่งแสง
วันเข้าพรรษาปีก่อน ฉันเดินทางตัวคนเดียวเพื่อการท่องเที่ยวเป็นครั้งแรก ดังนั้นการคำนึงถึงสถานที่ ที่จะไป จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้หญิงที่ต้องเดินทางคนเดียว วัดพระพุทธบาท จ.สระบุรี จึงถูกจับมาอยู่ในแผนเดินทางหนนี้ ‘ตักบาตรดอกไม้’ งานบุญที่มีเพียงปีละครั้งเท่านั้น
คืนก่อนวันเข้าพรรษา ฉันเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว เหลือแค่เพียงรอคอยเวลาเช้าเท่านั้น จึงค่อยตัดสินใจว่า จะเดินทางคนเดียวจริงหรือ…
ในที่สุดเช้าวันเข้าพรรษาก็มาถึง ฉันตัดสินใจเปิดประตูบานนั้น ก้าวเท้าออกไปเพื่อเดินทางคนเดียว
ที่หมอชิต แบบตัวคนเดียว เกิดปัญหาบางอย่าง ซึ่งเป็นความประมาทของฉันเอง “ขึ้นรถไม่ทัน ต้องซื้อตั๋วใหม่” และนั่นทำให้ฉันออกเดินทางช้ากว่ากำหนดไปอีก 30 นาที
รถออกแล้ว 10.55 น. ฉันเขียนโปสการ์ดถึงพี่ชายคนหนึ่ง เล่าเรื่องความพลาดพลั้งหนนี้ ทั้งที่ความตั้งใจจริง อยากเล่าว่า “เราไปไหนๆ คนเดียวก็ได้ เราเก่งไหม” แต่ความจริงมันตรงข้ามกัน จนฉันไม่กล้าโกหก
เวลาล่วงเลยมาจนบ่ายโมงกว่า ความเร็วของรถโดยสารนับว่าไม่ช้าไม่เร็วเกินไปนัก แต่เพราะแวะจอดรายทางจึงนานพอดู แล้วก็มีคนมานั่งข้างๆ ฉัน “พี่คะ วัดพระพุทธบาทอีกไกลไหมคะ” คุณพี่ใจดีคนนั้น เธอบอกว่า อีกไม่ไกลและชวนคุย “น้องเก่งจังมาคนเดียวเหรอคะ” ฉันยิ้ม “อยากมาตักบาตรดอกไม้ ก็เลยมาเองค่ะพี่ เพราะถ้ารอเพื่อน คงต้องรอปีหน้า”
ถึงเสียที อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี นาฬิกาที่หอคอยบอกเวลา 13.50 น. ด้วยความหิว ฉันเดินตลาดไม่ถึงรอบก็ตัดสินใจลงนั่ง แล้วสั่งข้าวกินก่อนเพราะว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง
ที่ปากทางเข้าวัดพระพุทธบาท ฉันมองเห็นวัดอยู่ไกลๆ หากเดินคงใช้เวลาราว 10 นาที แต่ว่าเมฆฝนลอยครึ้มอยู่เหนือหัว รถสองแถวเลี้ยวเข้ามาจอดพอดี
รถโดยสารจอดให้ลงก่อนถึงวัด ตรงนี้ ฉันมองเห็นโต๊ะตั้งเรียงรายอยู่ตลอดสองฝั่งถนน แต่ยังไม่มีอะไรวางอยู่บนโต๊ะเลย ขณะนั้นผู้คนยังไม่มากเท่าไร แต่ชั่วเวลาผ่านไปแค่ 20 นาที ไม่รู้ฝูงชนมาจากไหนกันมากมาย บนโต๊ะว่างๆ เมื่อครู่ เต็มไปด้วยดอกเข้าพรรษาและธูปเทียน ตอนนั้นมีคนเอาดอกเข้าพรรษาใส่ในถังสีเหลืองมาเร่ขาย ฉันซื้อมาด้วย 1 ชุด แล้วผู้คนก็แน่นไปตลอดสองข้างทาง ฉันพยายามหาที่ว่างเฉพาะตัว เพื่อรอใส่บาตร
ท้องฟ้าเปิด เมฆฝนเมื่อครู่ลอยไปไกลแล้ว และพิธีก็เริ่มขึ้น ขบวนแห่พระพุทธรูปสีทองอร่ามรายล้อมด้วยดอกไม้สวยงาม ตามด้วยขบวนพระสงฆ์และเณร คาดว่าน่าจะเกิน 100 รูป มีเพื่อนเล่าว่า ตักบาตรด้วยดอกไม้ จะได้เป็นนางฟ้า ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นประการใด แต่พอใส่บาตรแล้ว ฉันรู้สึกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก
พระสงฆ์และเณรเดินไปตามทางจนถึงประตูวัด จากนั้นขบวนหยุดครู่หนึ่ง แล้วก็เป็นพิธีเดินขึ้นวัด บันไดสูงนั้น มองดูสวยงามยิ่ง ยามที่พระสงฆ์เดินขึ้นไป ราวกับเดินสู่สรวงสวรรค์ ฉันอธิษฐานในใจ ขอให้บุญบารมีของท่านทั้งหลายจงแผ่ไปยังผู้อื่นด้วยเถิด
เมื่อจบพิธีการนี้ ฉันได้ขึ้นไปกราบพระและสักการะรอยพระพุทธบาท จนอิ่มใจอิ่มบุญ พอเงยหน้ามองฟ้า เมฆดำลอยมา ฝนกำลังจะตกหนักแน่แล้ว ฉันรีบออกจากวัด โบกวินมอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง คุณพี่วิน ผู้ใจดีแวะจอดตู้ไปรษณีย์สีแดง ให้ฉันได้หย่อนโปสการ์ดหลายใบลงไป เมฆฝนใกล้เข้ามาทุกทีๆ ละอองฝนเริ่มโปรยลงมา พอถึงป้ายรถประจำทางหน้าตลาด เม็ดฝนโหมเทลงมาไม่ขาดสาย โชคดีฉันอยู่ใต้หลังคาของป้ายรถประจำทางแล้ว
ตอนที่ฝนยังไม่ซาเม็ด ขณะนั้น 6 โมงเย็นพอดี ฉันได้ขึ้นรถโดยสารเพื่อกลับกรุงเทพฯ ในใจก็คิด….ตักบาตรดอกไม้ครั้งแรกในชีวิต เป็นการทำบุญตักบาตรที่สวยงามและน่าประทับใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฉันเองก็เดินทางคนเดียวได้ ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวอย่างที่คิด เพียงเรามีสติ ตั้งใจมั่น คิดดี ทำดี แล้วมันก็จะผ่านไปด้วยดี
ปล.ขอให้ทุกคน มีความสุข สนุกกับการเดินทางแบบ alone แต่ไม่ lonely นะคะ
—————————
http://www.bangkokbiznews.com/jud/sat/