เหงาเหมาโหล : ผู้เขียน

พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง      เมษายน 2551

ราคา          25               บาท

 

 

*ในกรณีที่สนใจอยากติดต่อกับผมนะครับ เรียนเชิญที่นี่

       lonelydozen@hotmail.com

 

 

วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องไม่สนุกที่เกิดขึ้นกับผม

อาจจะมีหลายตอนหน่อย

ก็ทนอ่านกันไปสักนิดเถอะนะครับ

เพราะผมเองก็แปลกใจเหมือนกันว่า

ทำไมชีวิตของผม

มันถึงได้ ไม่สนุก ขนาดนั้น

ขออภัยจริงๆ ครับ

 

1.

เช้าวันนั้น วันที่อากาศร้อนที่สุดของประเทศไทย

ผมนัดกับแฟนสาวแสนสวยคนใหม่ของผม ตั้งแต่วันพุธแล้ว

เสาร์นี้ เราไปเกาะเกร็ดกัน

 

เช้าวันเสาร์ที่อากาศปลอดโปร่ง แม้ส่อแววว่า ความร้อนอาจจะแผดเผาผิวขาวๆ ของผมที่ดูแลอย่างดี  ผมน่ะ พวกเมโทรเซ็กชวล นะคร้าบ แต่วันนี้ผมไม่สนใจหรอก

อากาศดีเฟ้ย วันนี้แก้มจะใส่เสื้อแขนกุดป่าววะ

ผมส่องกระจกดูความหล่อของตัวเองก่อนออกจากบ้าน

 

แต่แล้ว ระหว่างทางเดินไปยังหน้าปากซอย ผมถูกกระชากกระเป๋าเป้สุดหวง

ทางที่ผมเดินผ่านทุกวัน มันเป็นทางลัด ถูกเรียกไว้หลายชื่อมี ช่องแคบจักรยาน กับ ช่องแคบมอเตอร์ไซค์

แต่ชื่อที่ผมชอบที่สุด คือชื่อที่จะบอกต่อไปนี้นี่ละ

เพราะว่าตรงนั้น หมาหลายตัวเดินผ่านเป็นประจำ เลยพากันเรียกว่า ช่องแคบหมาหมา

 

นั่นละครับ ผมเดินถึงช่องแคบหมาหมา ราวเจ็ดโมงเช้า

มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งวิ่งสวนเข้ามา แทนที่ไอ้คนซ้อนท้าย มันจะสะกิดคนขี่ให้หยุด เพื่อผมจะได้ผ่านไปก่อน ก็ตอนนั้นน่ะผมเดินมาถึงครึ่งทางของช่องแคบแล้ว

 

ในจังหวะที่ผมหยุดยืนเบี่ยงตัวแนบไปกับกำแพง เพื่อให้มอเตอร์ไซค์ผ่านไปได้ ไอ้คนที่นั่ง

ซ้อนท้าย มันเอื้อมมือมากระชากสายสะพายเป้ที่ไหล่ผม แรงกระชากนั่นเล่นเอาผมหน้าหงาย แต่เพราะผมยึดเป้ไว้แน่นพยายามยืนให้มั่นคง เลยกลายเป็นว่า ผมลากมันร่วงจากมอเตอร์ไซค์ ลงมานอนกองอยู่บนพื้นช่องแคบนั่นแทน

เอาละสิ มันตั้งท่าจะลุกขึ้นมาต่อยผม

แต่ก่อนที่มันจะทำอะไรเหมือนผมเป็นหมาในช่องแคบนั่น

ผมก็กระแทกฝ่าเท้าลงไปบนหน้าแข้งของมัน สุดแรงตีนที่ผมมี

มันร้องลั่น

แล้วผมก็โกยสิครับ วิ่งหอบแฮกๆ มาได้สักยี่สิบเมตร ถึงอพาร์ท เมนท์ที่เดินผ่านทุกวัน ผมตะโกนบอก รปภ. คนที่คุ้นเคย

พี่ป้อม แจ้งตำรวจที

 

ระหว่างนั้นผมว่า ผมได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์เร่งเครื่องอย่างแรง เหมือนที่เด็กแว้นชอบส่งเสียงนั่นละเสียงนั้นไกลออกไป

มีไร บี พี่รปภ.คนสนิท ตะโกนถามออกมาจากคอกของแก

ไม่มีไรแล้วพี่ เกือบซวย วัยรุ่นหน้าไม่คุ้น มันกระชาก

กระเป๋า

ผมหยุดเสวนากับพี่รปภ.น้ำเมาร่วมสาบาน

เออ ระวังหน่อย ช่วงนี้ ข้าวยากหมากแพงนัก ก็เลยริเป็นโจร

กันหมดเมือง

พี่รปภ.พูดจามีเหตุผลน่าส่งไปลงเล่นการเมืองจริงๆ

บอกสายตรวจด้วยนะพี่..

ผมกะว่าจะได้เหน็บเจ้าหน้าที่สักหน่อย แต่…

เออว่ะ เดี๋ยววันนี้ ต้องเสวนากับจ่าเริงซะหน่อย จะฝาก

ให้สารวัตร จัดความถี่สายตรวจซะก่อนที่บ้านแถวนี้จะ

โดนยกเค้าหมดบ้าน เออ ถ้าข้าเค้าบอกว่า เห็น เป้ย นางฟ้า

มาแถวนี้ แกว่าดีเป่าวะ

เห็นไหม ผมไม่ต้องพูดอะไรเลย

เหอะๆ เอาเลยหนับหนุน แต่ว่าผมไปก่อนนะ ไม่อยาก

เจอเป้ย นางฟ้า

ผมหัวเราะแห้งๆ ก่อนเดินจากมา

 

เป็นยังไงกันมั่งครับ เรื่องที่ผมเอามาเล่า มันไม่สนุกเลยใช่หรือเปล่า

เอาไว้ ผมจะกลับมาเล่าเรื่องที่ไปเที่ยวกับน้องแก้ม ให้คุณๆ อิจฉาเล่นนะครับ

ไปก่อนล่ะ วันนี้ฤกษ์ไม่ค่อยดีแล้ว ถ้าไปช้าอาจจะอด

จับมือน้องแก้มได้

บ๊าย บายครับ

 

 

 

2.

 

ผมมาเล่าต่อแล้วครับ

มาทายกันก่อนว่า ตอนนี้ผมอยู่ที่ไหน

.

.

ทายไม่ถูกใช่ไหมล่ะ

ตอนนี้ผมนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลครับ

 

หลังจากวันนั้น วันที่ผมเกือบโดนกระชากกระเป๋า ผมก็รู้สึกว่า ตัวเองพกความซวยไปไหนมาไหนด้วยตลอดเวลา แต่ผมก็ยังไม่เอะใจหรอกนะครับ

จนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง

พ่อหนุ่มๆ

ผมก็ไม่ทราบหรอกครับว่า ในอนาคตผมจะมีลูกเป็นผู้ชาย แล้วชื่อหนุ่มหรือเปล่า หรือว่า ลูกชายของผมจะชอบน้องปอย ก็ยังไม่รู้ได้

นี่ พ่อหนุ่ม

เสียงนั้นดังขึ้นๆ อ้อ ผมลืมบอกไป ตอนนั้นน่ะ ผมเดินอยู่แถวท่าพระจันทร์ครับ

ป้าเห็นเงาดำเกาะไหล่ลูกอยู่น่ะ ทำบุญให้เค้าซะนะ

ผมแปลกใจครับ ทำไมป้าคนนั้นจึงได้บอกกับผมอย่างนั้น เพราะพอผมหันกลับไปตามเสียงคุณป้า ผมพบว่า คุณป้าคนนี้ เธอตาบอดน่ะครับ

นั่นเอง วันแรกที่ผมเริ่มเอะใจ

ทำไมเรื่องประหลาดๆ ต้องเกิดกับกุด้วยวะ เซ็งห่านเจงๆ

 

ผมเดินจากท่าพระจันทร์ไปหน้า ศิลปากร กะไว้ว่าจะไปแกว่งเท้าหาเรื่องด่าฝรั่งเล่นๆ เสียหน่อย แต่ไม่ใช่นะครับ ผมไม่ใช่คนชอบหาเรื่องใครครับ สิ่งที่ผมจะทำน่ะเป็นวิทยานิพนธ์ที่ผมคิดขึ้นมาเล่นๆ ว่าถ้าผมเรียนต่อ ป.โท ผมจะไปวิจัยฝรั่งที่หน้าพระลานครับ ผมอยากรู้ว่า เขาชอบปลาร้ามากกว่า แอนโชวี่หรือเปล่า

แหะๆ มันเป็นเพียงข้ออ้างครับ ผมแค่อยากจีบหญิงต่างชาติเท่านั้นเอง

เห็นไหมเล่า ว่ามันน่าสนุกขึ้นเรื่อยๆ แล้ว

 

อย่าเพิ่งแปลกใจนะครับ ที่ผมเริ่มต้นเล่าตั้งแต่แรกว่า ผมอยู่ในโรงพยาบาล

นั่นละครับ ต่อจากนี้ไป คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผมในวันนั้น

 

ผมเริงร่าเดินเล่น ทักทายฝรั่งไทยจีนญี่ปุ่นไปเรื่อยๆ ครับ จนที่สุดผมเริ่มเหนื่อย ผมก็เลิกมันเสียดื้อๆ อย่างนั้นละครับ

ผมเดินเลาะสนามหลวงมาเรื่อยๆ มาหยุดที่หน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติครับ

เพราะผมพบฝรั่งผมทองชายหญิงคู่หนึ่ง กำลังกางแผนที่อยู่ ด้วยความมีไมตรีของผม จึงได้เสนอตัวถามเขาว่า

อยากให้ช่วยไหมครับ

แฮ่ม ผมเขียนเป็นภาษาไทยนะครับ คุณผู้อ่านจะได้เข้าใจง่ายๆ ไม่ต้องแปลหลายต่อให้เมื่อยตุ้มทำไมต้องตุ้มด้วยล่ะ น้องตุ้มต้องชกมวยนะ ไว้ให้น้องแต๋ว แอ๋ว จ๋า มาเมื่อยแทนบ้างดีกว่า เห็นด้วยมั้ยครับ ^^

 

คนคู่นั้นพูกภาษาอังกฤษใส่ผมแบบไม่ยั้งครับ ผมฟังไม่ทัน ดันมาเจอรัวเร็วลิ้นพันกันขนาดนั้น จนผมต้องขอให้เขาพูดช้าลงอีกสักนิด เพื่อความสะดวกในการช่วยเหลือ

ฝ่ายชายไม่ลดสปีดเลยครับ จนฝ่ายหญิงต้องอ้าปากบอกว่า

หุบ ปาก

เธอจะคุยเอง เขาถึงได้เลิกงับอากาศไปในทันที

เรื่องราวกำลังดำเนินไปอย่างดีครับ เราเกือบจะล่ำลากันอยู่แล้ว

ให้บังเอิญ ผมเห็นคุณผู้ชายเปิดหนังสือคล้ายพจนานุกรม ผมจึงบอกเขาไปว่า ขอดู สมอล ดิ้ก หน่อยนึงนะ

เพียงเท่านั้นครับ ผมไม่รู้อะไรอีกแล้ว โลกมืดไปในทันใด

 

นั่นละครับ สาเหตุที่ผมมานอนอยู่บนเตียงในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล

สมอล ดิ้ก คุณผู้อ่านทราบไหมมันหมายถึงอะไร (เหอะๆๆ) คงต้องไปถามคุณแอนดริวกะคุณคริส หรือไม่ก็…อย่าหาว่าผมหัวงูเลยครับ ผมว่า คุณนีน่า ก็ได้นะครับ (เธอน่ารักดี ^^ )

 

พ่อหนุ่มจ๊ะ ฟื้นแล้วเหรอ ไหวมั้ย เดี๋ยวโทรตามญาติ

มารับกลับน้า หรือว่าจะให้พี่ไปส่งดีคะ

ผมเห็นสายตาของคุณพี่พยาบาลสาวครับ เธอทำเหมือนโอปอในหนังเรื่องเพื่อนสนิทเลย ตอนที่ไข่ย้อยขาหักน่ะ

ไม่เป็นไรครับพี่ เดี๋ยวแม่ยายผมมารับนั่นคือประโยคบอก

ลาง่ายๆ ที่ผมยืมตัวแม่ยายในอนาคตมาใช้อยู่บ่อยๆ

 

ผมรู้แล้วครับว่า ปีนี้เป็นปีชงของผม แถมยังพกพาความซวยติดตัวอย่างกับมีจีพีเอสสอดแนม

สงสัยว่า ผมคงต้องหยุดงานวิจัย ปลาร้าปะทะแอนโชวี่ ของผมไว้

เพียงเท่านี้ก่อน แล้วชวนน้องเนย บ้านอยู่บางนา ไปทำสังฆทาน

ที่ดอยสุเทพเสียทีจะดีกว่า

 

เรื่องราวของผมหนนี้ ต้องขออภัยด้วยครับที่

มันไม่สนุกอย่างที่คิดไว้

ยังไงก็ติดตามนะครับว่า ผมจะได้ไปกับน้องเนยจริงๆ หรือว่า โดนน้องแก้มจับได้ก่อนกัน ฮ่าฮ่า

โชคดีครับ

 

 

 

3.

ผมกลับมาแล้วครับ

มาทายกันก่อนว่า ตอนนี้ผมอยู่ที่ไหน

.

.

เหมือนตอนที่แล้วเลยครับ ผมขึ้นต้นไว้เป็นคำถามอย่างนี้

แต่คุณผู้อ่านคงจะทายไม่ถูกหรอกครับ

.

.

เพราะตอนนี้ผมอยู่ที่บ้านตัวเองครับ

ผมจะมาบอกว่า

ผมอกหัก

 

จำกันได้ไหมครับ ผมบอกว่าจะพาน้องเนยไปดอยสุเทพ

 

ถูกแล้วครับ วันนั้น น้องแก้มจับได้ ว่าผมจะไปเที่ยวแล้วไม่ยอมบอก

เธอจึงซ้อนแผนครับ น้องแก้มหลอกให้เพื่อนผม พาเธอมาหาผมที่หัวลำโพง ผมกะว่าจะนั่งรถไฟไปกับน้องเนย เชียงใหม่นะครับคุณผู้อ่าน มันไกลมาก เป็น 12 ชั่วโมงแห่งความหวัง ที่ผมจะได้จับมือน้องเนยไปตลอดทาง หุหุ

 

วันนั้น ถ้าเหมือนในหนังผมคงได้เป็นพระเอกที่ได้ใจนางเอกกลับคืนมา แต่แล้ว…..

ผมแทบจะไม่อยากพูดถึงมันอีก

 

แก้มมาถึงชานชาลาครับ ผมเห็นแก้มเดินมา วินาทีนั้นผมอยากจะหายตัวเข้าไปในเสาต้นใดต้นหนึ่ง ณ ชานชาลานั่น ขอเป็นชานชาลาหมายเลข เก้าเศษสามส่วน_ เหมือนในหนังพ่อมดขน… เรื่องนั้นก็จะดีนะครับ

แก้มเดินมาถึง เธอจ้องหน้าผม

นั่งลง

เธอสั่งผมให้นั่ง เหมือนผมเป็นน้องหมาที่บ้านเธอ แล้วเธอก็ยืนพิมพ์ sms อยู่ตรงหน้า

โทรศัพท์ผมสั่นอยู่ในกางเกง แล้วแก้มก็บอกว่า

ขอยืมโทรศัพท์หน่อย

วินาทีนั้นเลยครับ

โทรศัพท์มือถือของผม ได้แตะเพียงปลายนิ้วของแก้ม

ภาพสโลว์โมชั่นวิ่งเข้ามา มันเป็นภาพโทรศัพท์มือถือของผมตกถึงพื้นครับ

 

เราเลิกกันเถอะ แก้มบอกผม

แก้มเดินไปหาเนย แล้วกระซิบที่ข้างหูเนย ผมไม่รู้หรอกครับว่า แก้มพูดอะไร

เราเลิกกันเถอะ เนยบอกผม

ผมรู้สึกเจ็บยิ่งกว่าถูกผู้หญิงตบหน้าอีกนะครับ เพราะว่าผมถูกผู้หญิงบอกเลิกในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีพร้อมกันถึงสองคน

 

ครับวันนั้น โทรศัพท์ของผมตกลงไปที่พื้น มันกระเด็นลงไปที่รางรถไฟ และรถไฟกำลังออกตัว ผมเจ็บอีกแล้วครับ ราคามันประมาณหนึ่งหมื่นสองพันบาท เป็นเงินที่ผมเก็บเอง ตั้งนาน และผมก็ทะนุถนอมมันมาก

วันนั้น ผมไม่มีโอกาสได้อ่าน sms นั้นเลยครับ

 

จนกระทั่งวันนี้ วันที่ผมไปเอาซิมใหม่เบอร์เดิมมาใช้ เร่งรีบกลับบ้านเพื่อเอาโทรศัพท์เครื่องเก่าของแม่ออกมาใช้แทนครับ

และหากย้อนเวลาได้ ผมจะไม่อยากรู้เลยว่า แก้มส่งข้อความมาว่าอะไร

คุณผู้อ่านอยากทราบไหมครับว่าแก้มส่งมาว่าไงบ้าง

 

เธอบอกว่า ชั้นชอบเนย ขอเถอะนะ

ครับ นั่นเป็นข้อความที่แก้มส่งมาในวันนั้น

ยังมีอีกข้อความนะครับ

เรารักแก้มมากที่สุด และเราไม่เคยรักนายเลย นั่นเป็นข้อความที่เนยส่งเข้ามาในวันเดียวกัน

 

น่าแปลกครับที่ผมว่าเรื่องไม่สนุกของผม มันไม่สนุกยิ่งกว่าที่คิดมากขึ้นไปอีก เพราะข้อความสุดท้ายในอินบอกซ์ มันถูกส่งมาจากเพื่อนของผม คนที่พาแก้มไปที่หัวลำโพงวันนั้น

กุขอโทษ ที่ไม่ได้บอกว่า เนยเคยเป็นทอม และสองคนนั้นเคยเป็นแฟนกัน เพราะกุคิดว่า เนยเปลี่ยนไปแล้ว กุขอโทษจริงๆ ว่ะ

 

เรื่องนี้ไม่สนุกจริงๆ ใช่ไหมครับ

ผมต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย

ตอนนี้ผมคงต้องปล่อยให้หัวใจได้พักร้อนอยู่กับบ้าน ไม่ออกไปเสนอหน้าด้านๆ ที่ไหนสักระยะล่ะครับ

หากเมื่อไหร่ ผมหายเจ็บอกแล้ว คงจะหาเรื่องมาโม้ได้อีก ยังไงวันนี้ต้องขอตัวไปเข้าเฝือกให้หัวใจก่อนนะครับ ลาละคร้าบ T-T

 

  

 

4.

นรกตามมาหัวเราะครับ

ผมไม่ได้อยู่ในนรกหรอกนะครับ เพียงแค่ผมยังไม่หายเจ็บอกเท่านั้นเอง จึงรู้สึกเหมือนโดนหัวเราะเยาะเย้ยอยู่ตลอดเวลา

คุณผู้อ่านเคยเป็นไหมครับ เลิกรักใครสักคนไม่ได้

.

.

เหมือนผมตอนนี้เลยครับ ซึ่งผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ผมรักใคร แต่ผมว่านะ คุณต้องรักผมแน่ๆ เลยครับคุณผู้อ่าน ก็เห็นตามอ่านกันมาหลายตอนแล้วนี่ ^^ ขอบคุณนะครับสำหรับกำลังใจ

 

วันนี้ผมก็ยังทายาใจอยู่ครับ อุดรอยรั่วไม่ให้น้ำเสียจากตาไหลเข้าไปในหัวใจครับ แต่ก็ลำบากหน่อยละ เพราะพ่อกับแม่ไม่อยู่บ้าน พวกท่านไปต่างประเทศครับ นัยว่าจะไปรำลึกความหลังครั้งสมัยวัยสะรุ่น

ผมไม่มีเรื่องตัวเองมาเล่า เอาเป็นว่าผมเล่าเรื่องของพ่อแม่แล้วกันนะครับ แม่จ๋าหนูขออนุญาตไว้ ณ ที่นี้ นะ อย่าว่าลูกเลย ลูกเล่าไว้เป็นวิทยาทานนะครับ เหอๆๆ

 

จากที่แม่เคยเล่าให้ฟังต่างนิทานก่อนนอน

แม่เจอกับพ่อที่วัดริมแม่น้ำโขงโน่น แถมยังเป็นฟากฝั่งโน้น นั่นน่ะ ฝั่งประเทศลาวครับ แล้วก็เป็นรักแรกพบของกันและกัน โรแมนติกใช่ไหมละ พ่อกะแม่ผม พ่อพ้มมมแม่พ้มมมมครับพี่น้องงงง

แล้วแม่ไปทำอะไรล่ะ

ผมแกล้งถามแม่ตอนที่ผมโตมากแล้ว

ไปทำบุญไหว้พระ ก็ไปกับยายนั่นล่ะ

 

ผมเข้าใจแล้วละครับว่า ทำไมพ่อกับแม่จึงได้อยู่ด้วยกันนานร่วมยี่สิบกว่าปีแล้ว เพราะพวกท่านเป็นคู่กันนี่เองครับ อยู่ห่างกันตั้งไกล คนหนึ่งอยู่เชียงราย อีกคนอยู่สุพรรณฯ ดั้นด้นไปพบรักกันที่ลาว เหอะๆ คู่แท้นี่ต่อให้ไกลกันแค่ไหนก็เจอกันนะครับ ผมเองก็กำลังมองหาคู่แท้อยู่ครับ คุณเห็นเงาตัวเองในดวงตาผมไหมครับ ฮี่ๆๆ ^^

 

พอจะรู้สึกอิจฉาร้อนวาบที่ใจกันบ้างไหมครับคุณผู้อ่านสาวๆ

แต่ผมสิครับอยู่ใกล้พวกท่าน ผมต้องเห็นท่านทั้งสองเดินประคองกันไปใส่บาตร จูงมือกันไปออกกำลังกาย เหมือนคนเพิ่งรักกันใหม่ๆผมไม่อิจฉาเลยครับ เพราะความรักของพวกท่านเผื่อมาให้ผมเสมอ

ผมเคยถามพ่อนะครับ… พ่อทำยังไงถึงได้ดูรักกันทุกวัน เหมือนมันไม่เคยลดลงเลย

ก็พ่อคิดถึงวันที่เราเจอกันไง แม่น่ารักเสมอในสายตาพ่อ เราเป็นผู้ชาย เราต้องอดทน ต้องดูแลคนที่เรารัก และทะนุถนอมเขาไปจนตลอดชีวิต เพราะเราเลือกเขามาเป็นเพื่อนร่วมทางของเราแล้วน่ะ

 แต่กว่าจะอยู่กันมาได้ถึงวันนี้ ผมว่าพ่อต้องผ่านเล็กผ่านน้อยมาพอสมควร มันต้องมีวอกแวกบ้างละครับ ไม่งั้นผมจะได้เชื้อเสน่ห์ร้อนแรงมาจากใครกันล่ะครับพ่อ ฮ่าฮ่า

 

ผมแปลกใจมากครับ หลังจากนั้นเกือบปีผมถามแม่ด้วยคำถาม

เดียวกัน แม่ตอบเหมือนกับพ่อเลยครับ แค่เปลี่ยนจาก ผู้ชาย เป็น ผู้หญิง เท่านั้นเอง

เราเป็นผู้หญิง เราต้องอดทน ต้องดูแลคนที่เรารัก และทะนุ

ถนอมเขาไปจนตลอดชีวิต เพราะเราเลือกเขามาเป็นเพื่อน

ร่วมทางของเราแล้วนะ

อันนี้ผมก็ไม่รู้หรอกนะครับว่าใครลอกข้อสอบใคร

แต่ผมว่าป่านนี้พ่อกับแม่คงจะมีความสุขอยู่ริมฝั่งโขง อิ่มบุญอยู่ในวัดใดวัดหนึ่งที่ประเทศเพื่อนบ้านของเรานี่เอง

 

ก่อนแม่ไปเที่ยว ผมถามแม่ว่า

แม่เคยเป็นไหม ที่แม่เลิกรักใครสักคนไม่ได้

แม่เล่าว่า แม่ก็ยังรักแฟนคนแรกของแม่อยู่นะ แต่ตอนนี้รักแบบพี่ชาย

และการที่เราเลิกรากันด้วยดีน่ะ ทำให้เรายังรู้สึกดีต่อกันจนถึงตอนนี้

ผมมานอนนึกดู อาจเป็นเรื่องดี เพราะมันแสดงให้รู้ว่า หัวใจของผมยังไม่ตายด้านเสียทีเดียว เพราะจนถึงตอนนี้ ผมยังรักแฟนเก่าของผมทุกคนครับ แม้ว่าผมจะเป็นฝ่ายถูกทิ้งทุกครั้งก็เหอะ

 

ผมต้องขออภัยคุณผู้อ่านด้วยนะครับ ที่เรื่องของผม ไม่สนุก

แต่ผมว่าเรื่องของพ่อกับแม่ผมเนี่ย สุขที่สุดเลยครับ

ขอให้พบรักที่สดใสนะครับ

  

5.

สวรรค์เห็นใจผมแล้วครับ

ผมคิดว่าอย่างนั้นนะ

ตอนสายๆ ของวัน ขณะเอนหลังอิงหมอนนิ่มในห้องรับแขก แม่กลับจากเสริมสวยแล้วยื่นไปรษณียบัตรใบหนึ่งให้ผม

สาวส่งมาให้แน่ะ ดูสิครับ แม่ผมยิ้มกรุ้มกริ่ม

 

สวัสดี สุดหล่อ

เห็นไหมครับ ผมว่า ผมต้องมีความสุขแน่เลย

จำเราได้ไหม เจี๊ยบ เด็กหญิงผมม้ากะลาครอบ ที่เคยอยู่ข้างบ้านเธอไง บ้านเรามีต้นมะม่วง ขนุน มะยม และก็มีอีกหลายต้นน่ะ นึกออกรึยัง

ผมจำเธอได้ ตั้งแต่ที่เธอพูดถึง เด็กหญิงผมม้ากะลาครอบ คนนั้น แล้วล่ะครับ

แต่ว่าผมไม่ได้ชื่อ น้อยหน่า นะครับ

และแน่นอน นี่คือเรื่อง แฟนผมมันไม่เหมือนหนังเรื่องที่คุณกำลังนึกถึงเลยสักนิดเดียว

 

เอาละครับ ผมเล่าเรื่อง ความรักของลูกหมา ก็ได้ คุณผู้อ่านจะได้เข้าใจว่าทำไมมันถึงไม่เหมือนกัน

ตอนเด็กๆ ผมเสน่ห์แรงครับ เพราะผมมีเขี้ยว รอยยิ้มของผมเรียกคะแนนจากสาวน้อยสาวใหญ่มากมาย ทุกคนชอบเล่นกับผมครับ

สาวๆ เหล่านั้นมักจะหยิกแก้มผมครับ อันที่จริง ผมรำคาญน่ะ แต่ด้วยสปิริตคนหล่อ ยอมให้หน่อยนึงก็ได้

 

เจี๊ยบ เป็นเด็กหญิงคนหนึ่งที่ผมเคยจีบครับ

ผมใช้หลายวิธีการตามประสาเด็ก เพื่อทำให้เธอยอมเล่นกับผม

^^ ครับ เธอเล่นกับผมในแบบของเธอน่ะ นั่นคือเธอยอมให้ผม

เล่นอยู่ในบริเวณข้างเคียง ส่วนเจี๊ยบก็เล่นของเธอไป ส่วนผมจะมี

ตัวตนอยู่หรือไม่ เธอไม่สนใจ

จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมจำมันได้ดีครับ

วันนั้น เจี๊ยบ กำลังเล่นขายของอยู่ใต้ต้นมะม่วงบ้านเธอ แน่นอน เจี๊ยบ เล่นคนเดียว ผมก็ไม่รู้หรอกว่าทำไม เพราะบางครั้งเจี๊ยบก็ยอมพูดกับผมบ้าง อาจเพราะผมหน้าตาดีละมังครับ ^^

 

ผมเดินลัดเลาะไปตามต้นไม้จนไปถึงต้นมะม่วงนั่น อ้อ ลืมบอกไปครับ สมัยก่อน บ้านผมยังไม่ล้อมรั้ว เพราะว่าเพื่อนบ้านก็เหมือนพี่น้องกัน

 

เล่นไรน่ะ ผมยิงคำถามออกไปก่อน

………….เธอเงียบ ไม่แม้จะหันมามองหน้าผม ผมนั่งลงตรงหน้าเธอ แล้วก็ยิ้มให้เธอด้วย

เจี๊ยบ ให้เราเล่นด้วยคน ผมยังไม่ละความพยายาม

…………. ใช่ครับ เธอยังคงทำเหมือนผมเป็นอากาศธาตุ

อืมมม งั้นเราปีนขึ้นไปเก็บมะม่วงนะ เธอไม่สนใจเลยครับ ผมเต้นท่าลิงค่างบ่างชะนีอย่างไร ก็เรียกร้องความสนใจไม่ได้เลย

ผมปีนขึ้นต้นมะม่วงแล้วครับ พยายามเอื้อมมือออกไปเด็ดมะม่วงพวงนั้น

ได้แล้ว ผมเฮลั่น แต่แล้ว… มีบางอย่างร่วงลงไปด้านล่าง

เจี๊ยบ หลบ ผมพยายามแล้วครับ แต่มันไม่ทันการณ์

หลังจากนั้น ผมได้ยินเสียงแอะหนึ่งออกจากปากของเจี๊ยบ มันเป็นเสียงร้องไห้ครับ

 

บ่ายวันนั้น ผมถูกไม้เรียวของแม่ครับ มันเป็นก้านมะยมสด คุณผู้อ่านเคยถูกตีด้วยก้านมะยมไหมครับ

นั่นละครับ ผมเจ็บมาก เจ้ารอยแดง ไหม้ๆ ขึ้นเป็นลายที่น่องอยู่หลายวัน

ทำอะไรพิเรนๆ มดแดงนะ ไปแกล้งเพื่อนได้ยังไง แม่ไม่

หยุดมือเลยครับ เป็นผู้ชายเสียเปล่า แกล้งผู้หญิง ไม่เป็นสุภาพ

บุรุษเลย” – ผมยังรู้สึกเจ็บมาจนวันนี้ จะว่าไปเจ้าก้านมะยม 5 ทีนั่น ก็ทำให้ผมเป็นผู้ใหญ่ที่เกือบดีในวันนี้ละครับ

 

หลังจากเหตุการณ์วันนั้น เจี๊ยบไม่ออกจากบ้านเลย แล้วไม่นาน เธอย้ายไปอยู่ที่อื่น ย้ายไปหมดบ้านเลยครับ ผมยังสงสัย มดแดงรังนั้น มันน่ากลัวขนาดต้องย้ายบ้านหนี หรือพวกเขากลัวผม คุณคิดว่าไงครับ T-T

 

ผมมองดูลายมือน่ารักๆ ของเจี๊ยบจนถึงย่อหน้าสุดท้าย

เรื่องของแก้มกะเนย ทำให้นายเสียใจมากละสิ แต่เราดีใจ

มากที่สุด เพราะได้เอาคืนเรื่องมดแดงตอนนั้นซะที เราต้อง

ขอบคุณ เข้ม เพื่อนของนายที่ช่วยจัดฉากให้ได้เนียนนัก โปรด

ติดตามตอนต่อไป หุหุหุ

เอาละสิครับ ผมจะเจออะไรต่อไปละครับเนี่ย เรื่องนี้ไม่สนุกซะแล้ว ขออภัยด้วยจริงๆ โปรดติดตามเอาใจช่วยผมด้วยนะครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: