ปล.ขอให้มีความสุข : เหนื่อยนี้ที่เมืองกาญจน์

December 20

ราวเดือนมีนาคม เมื่อ 2 ปีก่อน “ไปเที่ยวเมืองกาญจน์กันมั้ย ที่พักฟรี” ป้าปอเพื่อนสนิทของฉันถามขึ้น เรารู้จักกันมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ฉายา “ป้า” หรือ “ป้าปอ” ก็ได้มาตั้งแต่ตอนนั้นน่ะเอง เป็นอันว่าป้ารู้จิตรู้ใจฉันเป็นอย่างดีว่าต้องเอาของฟรีมาหลอกล่อ

ฉันและป้าปอไปรับ Ticket ห้องพัก ที่บริษัททัวร์แห่งหนึ่งย่านประตูน้ำ จากนั้นเดินทางไปยังสายใต้ใหม่ เพื่อโดยสารรถประจำทาง ป.1 สายกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี เมื่อถึงเราต้องต่อรถโดยสารกาญจนบุรี-สังขละบุรีอีกคัน ฉันขอเรียกว่า รถแดงหวานเย็น แล้วกัน

ภาพชาวบ้านที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว ไปมาค้าขายก็อาศัยรถประจำทางต่างพากันหอบของพะรุงพะรัง จนระวางน้ำหนักแทบจะเกินพิกัดรถอยู่แล้ว แต่ด้วยน้ำใจคนไทยที่ว่า “แบ่งๆ กันไปนะ เดี๋ยวก็ถึง” นี่ล่ะคือที่มาของชื่อ “รถแดงหวานเย็น” ที่ฉันตั้งให้

“ถึงแล้วๆ รีสอร์ทเข้าไปทางนี้แหละ” กว่าเราจะหาหนทางไปยังรีสอร์ทได้ก็ต้องบากหน้าไปที่บ้านหลังหนึ่งตรงปากทาง

“น้องมาที่รีสอร์ทนี้เหรอ เดี๋ยวโทรตามรถให้” พี่ชายคนหนึ่งบอกเมื่อเราเข้าไปขอความช่วยเหลือ

“ปี๊นนนน” ……

“ขึ้นมาเลยครับ เดี๋ยวจอดให้ลงตรงทางแยก” แม่ชีคนหนึ่งนุ่งขาวห่มขาว ขึ้นมานั่งบนรถสองแถว คนขับพาเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา ขวาๆ ซ้ายๆ อยู่ 2-3 ครั้ง ก็จอดตรงทางแยกไปสำนักวิปัสสนา แม่ชีลงแล้ว รถออกตัวอีกครั้ง คราวนี้แล่นไปเรื่อยๆ จนมาถึงถนนซีเมนต์อย่างดีที่เป็นท่าเรือเพื่อไปยังรีสอร์ท

“อ้าว ยังไม่ถึงอีกเหรอเนี่ย เมื่อไหร่จะถึงซะทีนะ” ฉันเริ่มบ่นเพราะเหนื่อยแล้ว แต่บรรยากาศยามเย็นกำลังสดชื่นทำให้ฉันอารมณ์ดีขึ้น

ต้นไม้น้อยใหญ่ในป่าดิบชื้นที่โอบกอดสายน้ำแควน้อยเอาไว้ เรือยนต์ลำที่ฉันนั่งมาแล่นฉิวมุ่งไปทางเขื่อนเขาแหลม ลมเย็นๆ ปะทะใบหน้าจนผมปลิว ฉันชื่นชมความงามริมน้ำ แถมยังเอามือราน้ำเล่น

“เวลาที่เรามีความสุขมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว” ฉันรู้สึกเสียดายการราน้ำเล่น เมื่อมาถึงที่พัก

ที่รีสอร์ทมีสวนสมุนไพร ลานสำหรับเล่นรอบกองไฟ เหมาะกับคนที่มากันเป็นครอบครัวใหญ่หรือให้ลูกเสือเข้าค่าย เริ่มมืดลงแล้ว ฉันกับป้าปอกลับเข้าไปที่ห้องอาหาร บรรยากาศมื้อค่ำวันนั้นบอกได้คำเดียวว่า หากเปลี่ยนคนไปด้วย จากป้าเป็นชายหนุ่มในฝัน คงเป็นดินเนอร์ที่สุดแสนจะโรแมนติก

เช้าวันใหม่มาเยือน หลังทานอาหารจนอิ่มหนำดีแล้วเราเดินสำรวจรีสอร์ทอีกครั้ง วันนี้เริ่มด้วยเดินเลียบเลาะริมแม่น้ำไปตามทาง จนเลยไปถึงด้านหลัง มีป้ายเขียนบอกไว้ว่า LAWACAVE ออกจากรั้วของรีสอร์ท เลี้ยวขวาเดินไปตามถนนอีกประมาณ 300 เมตร ฉันเข้าใจว่าตรงจุดนี้คงเป็นเขตของทหารเพราะห่างออกไปทางทิศตะวันตกไม่กี่สิบกิโลเมตรก็จะเข้าเขตประเทศพม่าแล้ว บริเวณนี้มีทหารดูแลทางขึ้นและคอยจำหน่ายบัตรสำหรับเข้าชมถ้ำละว้า

ฉันกับป้าปอกลับถึงห้องพักประมาณ 10 โมงกว่าๆ เก็บข้าวเก็บของแล้วขึ้นรถแดงหวานเย็นไปยังสถานีน้ำตก แต่รถไฟไปแล้ว เราจึงขึ้นไปนั่งพักที่น้ำตกไทรโยคก่อนจะกลับลงมารอรถสองแถวอยู่นานเกือบ 2 ชั่วโมง เพื่อไปยังสถานีรถไฟ ในที่สุดก็ได้ขึ้นรถไฟจนไปถึงสะพานข้ามแม่น้ำแคว เราลงตรงนี้เพื่อถ่ายรูป แล้วกลับรถทัวร์ (เหมือนขามา) ทริปนี้ 2 วัน 1 คืน เหนื่อยแต่คุ้มนะฉันว่า ถ้าจะให้เดินทางง่ายกว่านี้และไม่เหนื่อยขนาดนี้ก็ย่อมได้ แต่ว่าเราเลือกที่จะสนุกกับมันได้

ปล.ขอให้ป้าปอมีความสุขกับการเดินทางที่เลือกได้เอง ไม่ว่าวันวาน วันนี้ หรือพรุ่งนี้ เราจะเหนื่อยกับมันแค่ไหน ขอแค่สนุกกับมัน เราก็มีความสุขได้ ยิ้มหน่อยป้า !!!

by ภัทรรานี โปร่งแสง

http://203.154.97.32/jud/sat/ ฉบับที่ 385 วันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม 2549 คอลัมน์ ปล.ขอให้มีความสุข

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: