July 16 ที่สิงห์บุรี-อ่างทอง ไหว้พระ 9 วัด ไหว้ไปในใจก็ร้องไห้

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 49 ฉันได้ร่วมเดินทางไปกับทริป ไหว้พระ 9 วัด สิงห์บุรี-อ่างทอง กับทัวร์ BMTA แต่จิตใจฉันไม่สงบเลย…. ฉันไม่พร้อมในการเดินทางครั้งนี้… ทำบุญ ไหว้พระ ถ่ายรูป แต่ฉันกลับไม่มีสมาธิเอาเลย เหตุเพราะ หัวใจของฉันกำลังร้องไห้อยู่….. ในเช้าวันนั้น คณะของเรามีกันทั้งสิ้น 3 คน อ้าย, น้อง (สิ-นาด) และตัวฉัน พวกเรามีนัดกันที่ อู่บางเขน เวลาคือ ไม่เกิน 8 โมง น้องได้รับมอบหมายให้ไปถึงก่อนเพื่อสำรองที่นั่ง ส่วนฉันออกเดินทางจากที่พักประมาณ 7 โมง 10 นาที “โทร.ไปถามดีมั้ยนะว่าถึงไหนกันแล้ว” ฉันคิด จากนั้นก็เริ่มโทร.หาน้องก่อน “โทร.หาอ้ายดีมั้ยนะ แต่อย่าดีกว่า เวลาประมาณนี้ น่าจะอาบน้ำหรือไม่ก็เดินทาง โทร.ไปให้ขุ่นใจกันเปล่าๆ พี่แกก็ไม่เคยไปสายเสียด้วยสิ” ฉันไปถึง น้องได้ตั๋วรถเรียบร้อยแล้วและบอกว่า “อ้ายตื่นตอนที่น้องโทร.ไป แต่บอกจะรีบมา” (น่าจะประมาณ 7 โมง 40 นี่เอง) เราก็เลยรอเพื่อนร่วมก๊วนคนสุดท้าย ใกล้เวลารถต้องออกแล้ว ถือว่าเป็นโชคดีของอ้าย ที่จะได้ไม่ถูกคนทั้ง 3 คันรถยูโรทู ด่าเอา เพราะมีคนอีกกรุ๊ปหนึ่งที่ขึ้นรถคันเดียวกับพวกเรา ยังมาไม่ถึงเหมือนกัน น้องโทร.ไปตามอีกครั้ง คราวนี้อ้ายบอกว่า ให้มารอที่หน้าอู่รถด้วย เพราะไม่มีเงินย่อยจ่ายค่ามอเตอร์ไซค์ น้องออกไปรออยูไม่นานก็วิ่งกลับมาบอกว่า “อ้ายบอกให้ไปกันก่อน รถมอเตอร์ไซค์เจออุบัติเหตุ” โอยยยยยยย คราวนี้ฉันงงจนจับต้นชนปลายไม่ถูก เราทำไงกันดีล่ะทีนี้ ฉันคิด ในที่สุดฉันกับน้อง ก็ไปกับทริปนี้จนได้ เราได้เงินค่าตั๋วของอ้ายคืน ในวินาทีสุดท้ายก่อนออกเดินทาง เพราะมีคนมาขอซื้อ หลังจากที่ที่ขายตั๋วทริปนี้ปิดการซื้อขายไปแล้ว ในวินาทีหนึ่งเป็นเวลาที่ต้องใช้กำลังภายในตัดสินใจ ต้องเลือกระหว่าง สูญเงินจำนวน 680 บ. มันคือค่าตั๋วเดินทางครั้งนี้ ของ คน 2 คน ฉันกับน้อง หรือว่าไปหาอ้ายเพื่อดูใจคนประสบอุบัติเหตุ แล้วสัญชาตญาณความเห็นแก่ตนเองของมนุษย์ก็ผุดขึ้นในใจ เจ้าตัวสีดำมันบอกว่า : ในเมื่อเราขอคืนเงินไม่ได้ ก็ไปเที่ยวสิ เจ้าตัวสีขาวก็ค้านว่า : แต่ว่าเราจะไม่ไปดูเขาเหรอ? เจ้าตัวสีดำยังยืนกรานว่า : ก็เขาบอกว่าให้ไปกันก่อนได้นี่ เจ้าตัวสีขาวเสียงแข็งขึ้นมา : แต่ว่าเขาจะเป็นอะไรมากหรือเปล่าก็ไม่รู้ เจ้าตัวสีดำพูดอย่างได้ใจ : เค้าก็ไม่เป็นอะไรมากนี่ เสียเงินไปแล้วนะ แกอยากเสียเงินหรือไง….. แล้วเจ้าตัวสีขาวก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเลย เอาแต่ร้องไห้อยู่อย่างนั้น ตลอดการเดินทางวันนั้น เจ้าตัวสีดำมีอิทธพลเสนอหน้าออกมาอยู่เป็นระยะๆ แต่บางทีพอไปถึงวัด อยู่ต่อหน้าพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เจ้าตัวสีขาวก็โผล่หน้าออกมาทั้งน้ำตา มันวิงวอน ร้องขอส่วนบุญ ให้ส่งถึงคนโน้นคนนี้ รวมไปถึงอ้ายด้วย อ้ายโทร.กลับมาในยามบ่ายแล้วบอกว่า “ต้องเย็บส้นเท้า 4 เข็ม หมอให้กลับมานอนพักที่บ้านได้” ฉันสัญญากับอ้ายว่ากลับถึงกรุงทพฯแล้วจะเอาข้าวเย็นเข้าไปส่งให้ พร้อมกันนี้ ฉันกับน้องจะมีหนังสือธรรมะ น้ำมนต์ และพระเครื่อง 1 องค์ ติดไปให้ด้วย แต่ยังไม่ได้บอกเขาหรอก ค่ำวันนั้น เมื่อเห็นภาพของอ้าย เจ้าตัวสีดำมันวิ่งออกมาแล้วบอกว่า : ก็ยังเดินได้อยู่นี่ไง เห็นมั้ยยยยยย ส่วนเจ้าตัวสีขาวก็ยังทำหน้าหม่นหมองบอกบุญไม่รับอยู่เหมือนเดิมแม้จะหยุดร้องไห้แล้วก็ตาม การสนทนาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง น้องถ่ายทอดวิธีแก้เคล็ด 2-3 อย่าง ที่ไปสืบทราบมาจากหมอดูคู่ใจที่ใช้บริการอยู่เป็นประจำให้อ้ายฟัง จนเมื่อมาถึงตอนหนึ่ง อ้ายเล่าว่า เมื่อตอนเช้านั้น เข้าใจว่าพวกเราจะไม่ไปเที่ยวและมาหา แล้วในตอนที่หมอถามหาญาติ อ้ายบอกหมอไปว่า “บอกว่าจะมา…” ในตอนนั้นเอง เจ้าตัวสีขาวก็เริ่มร้องไห้อีกแล้ว เจ้าตัวสีดำวิ่งโฉบมาใกล้เจ้าตัวขาวแล้วว่า “แกผิดเองนะที่ไม่เข้มแข็ง ฉันไม่เกี่ยว….ถ้าตอนนั้นแกสู้ฉันได้แกก็ชนะ แต่ว่าแกอ่อนแอเองนะ ชั้นนนนไม่ผิดดด” เสียงร้องไห้ของเจ้าตัวสีขาวยังก้องอยู่ในหัว……

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: