The Village Album

December 19

ไปดูคนเดียวเมื่อวันเสาร์ -หลังจากไปใช้แรงกายย้ายห้องเพื่อน- ดูจบก็อิ่มตาอิ่มใจ (ท้องไม่อิ่ม เพราะยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลย)

เรื่องราวชาวญี่ปุ่นในหมู่บ้านชนบทไกลจากเมืองหลวงเรื่องนี้ ภาพภูเขา เช้า-สาย-บ่าย-ค่ำ ลำธารสายเล็กๆ ท่ามกลางหุบเขา บ้านเรือนที่อยู่ลดหลั่นกันไปตามพื้นที่สูงต่ำของภูเขา สวนผักของชาวบ้านปลูกเป็นขั้นบนได (เห็นแล้วก็นึกถึงทางภาคเหนือของบ้านเรา)

เรื่องราวของชายสองวัยในครอบครัวเดียวกัน ต้องทำงานร่วมกันจากความจำเป็นหนึ่ง พวกเขาต้องถ่ายรูปประชากรในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ เพื่อเก็บไว้เป็นบันทึกหมู่บ้านก่อนที่ สถานที่แห่งนี้จะกลายเป็นเพียงความหลัง เมื่อกลายสภาพไปเป็นเขื่อนกักเก็บน้ำ

ชายอ่อนวัย ผู้เป็นลูกจากไปอยู่ในเมืองใหญ่ได้ 3 ปี ถูกเรียกตัวกลับมาทำงานร่วมกับชายสูงวัยผู้เป็นพ่อ

แล้วทั้งสองก็มีเรื่องชกต่อยกันเอง (อ่านไม่ผิดหรอกน่า พ่อลูกเค้าแลกกันคนละหมัดจริงๆ) ด้วยเพราะลูกชายรับโทรศัพท์มือถือ แล้วเดินออกจากวงสนทนาโดยไม่ใยดีแม่อุ้ยที่กำลังร้องเพลงโบราณให้ฟัง เมื่อเห็นดังนั้น พ่อจึงย่างสามขุมเข้าไปจับไหล่ลูกชายแล้วเสยเข้าให้ 1 หมัด ไอ้เจ้าลูกชายก็สวนพ่อไปอีกหมัด จนพ่อนอนกุมท้องร้องโอยยยย

ภาพประทับใจคือฉากนี้เอง…

เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากเหตุการณ์ต่อยกัน ลูกชายแอบมายืนอยู่ข้างบ้าน ผู้พ่อก็ก้าวเท้าออกจากบ้านพร้อมกระเป๋าเป้ใส่กล้องสะพายหลังไว้และถุงอุปกรณ์ขาตั้ง-ร่มอะไรเหล่านั้น เอาไว้บนบ่าข้างซ้าย ชายหนุ่มวิ่งตามหลัง (ด้วยความรู้สึกอย่างไรก็สุดคาดเดา ดูคล้ายๆ สำนึกผิดหรืออาจแค่ต้องทำงานเพราะหน้าที่ -แต่ก็ยังโกรธพ่อตัวเองอยู่) เขากระชากเอาสัมภาระนั้นมาจากพ่อ ผู้พ่อก็ต๊กกะใจนิดหนึ่ง “ใครฟ่ะ บังอาจมาลูบคมตรู…” (ตรงนี้เติมเอาเอง ตามความเข้าใจ เพราะ พ่อ ไม่พูดอะไรออกมาเลยในวินาทีนั้น) พอเหลือบมาเห็นว่าเป็นลูกชายตัวเองก็ปล่อยของให้ไป แล้วพ่อก็เดินต่อ…

น้ำตาแทบร่วงเลยล่ะ เพราะหากใครเคยทะเลาะกับพ่อแม่ คงจะเข้าใจความรู้สึกของลูกได้ดี

พ่อแม่จะให้อภัยเราเสมอ ไม่ว่าเราจะทำอะไรผิดพลาดมากน้อยแค่ไหน (เหมือนในโฆษณา ประกันชีวิตอันนั้นนั่นแหล่ะ)
จำได้กันไหมว่าเราเคยทะเลาะกับพ่อแม่ด้วยเรื่องอะไรกันบ้าง…

งานถ่ายรูปที่ว่านี้ ได้เงินน้อย เวลาก็เร่งร้อน แถมผู้พ่อก็ใช้โอกาสนี้พาลูกชายเดินสำรวจหมู่บ้านให้ได้รู้จักทุกซอกหลืบและต้องทักทายผู้คนทุกวันๆ

ชายหนุ่มมาถึงบางอ้อว่า ตัวเขาเองไม่มีความสามารถเทียบเท่าพ่อของเขาได้เลย เมื่อพ่อป่วยจนต้องเข้าไปนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล เขาต้องถ่ายรูปสุดท้ายแทนพ่อ แต่ผลที่ได้ รูปไร้ชีวิตชีวา

สุดท้าย พ่อลูกก็กลับมาทำงานร่วมกันจนสำเร็จสมตามความตั้งใจ เมื่อลูกชายขอร้องให้พ่อที่ป่วยอยู่ ลุกมาเดินขึ้นเขาไปถ่ายรูปคนในหน่วยงานป่าไม้ (คงคล้ายๆ กับป่าไม้บ้านเรามั้ง) ในซีนนี้ พ่อเดินขึ้นเขาแทบไม่ไหว วินาทีที่พ่อล้มลง ลูกชายตรงเข้าประคอง เขาบอกให้พ่อขึ้นขี่หลัง แล้วลูกก็พาพ่อขึ้นเขาไปจนถึงที่ทำงานของพนักงานป่าไม้ที่รออยู่แล้ว

จากที่ลูกชายไม่เข้าใจว่าพ่อต้องการอะไรกันแน่ การเดินไปตามบ้านทุกหลังคาเรือน (โดยไม่ใช้รถยนต์) บนพื้นที่หุบเขาแบบนี้ มีแต่ความเหนื่อยยาก…แล้วเขาก็ได้เข้าใจว่า พ่อต้องการให้เขาได้เก็บภาพของหมู่บ้านนี้ไว้ในใจ จากการเดินผ่านบ้านโน้นบ้านนี้ทุกวัน ผ่านภูเขาลูกแล้วลูกเล่า มองเห็นต้นซากุระที่แม่ (ผู้จากไปแล้ว) รักมากมาย และอื่นๆ หลากหลายที่มีอยู่ในหมู่บ้านนี้

สำหรับฉัน ดูไปดูมามีน้ำตาซึมตลอดเรื่อง….

มีภาพสะท้อนอะไรบางอย่างออกมาให้เห็น

1. สถานภาพ บทบาทของคนเป็นพ่อ

2. สถานภาพ บทบาทของคนเป็นลูก

3. สถานภาพ บทบาทของคน ซึ่งเป็นคนหนึ่งในสังคม (แม้จะเป็นสังคมเล็กๆ ก็ตาม)

การที่เราทำอะไรเพื่อสังคมของเรา มันก็เหมือนเป็นการทำเพื่อตัวเองด้วย เพียงเราทำความดี สร้างสรรค์สิ่งดีงาม ไม่ว่าจะทำในสถานภาพไหน บทบาทอะไร ผลสุดท้ายที่ได้สังคมก็น่าอยู่ไปโดยปริยาย….

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: