คุณนิ้วกลม “แอบอุ่น” อยู่คนเดียว

December 28

แอบอุ่น

December 27th, 2006

1.
เผลอแผลบเดียวเหมือนเอาลิ้นเลียริมฝีปาก
เราอยู่คนเดียวในห้องเล็กๆ ที่บรรจุรวมกับห้องเล็กๆ อีกหลายร้อยห้อง
มาเป็นเวลาเกือบสองปีแล้ว ความรู้สึกของคนที่นอนกอดความอบอุ่น
ในบ้านมาตลอดยี่สิบกว่าปี มีพี่ มีพ่อ มีแม่ รอยิ้มรับตอนกลับบ้าน
เปลี่ยนเป็นการเปิดประตูห้องเข้าไปเพื่อพบกับความเงียบ
บางทีก็ เงียบสงบ บางครั้งก็ เงียบเหงา – แล้วแต่อารมณ์ของวัน

คอนโดฯ โดยทั่วไป(หมายถึงที่ไม่ได้หรูหราอลังการอะไรนัก)
มักมีลักษณะการออกแบบคล้ายคลึงกัน คือ เป็นห้องเดี่ยวๆ ให้ชีวิตเดี่ยวๆ
ได้หายใจอยู่ในนั้นแบบต่างคนต่างอยู่ มีพื้นที่ส่วนกลางที่เปิดโอกาส
ให้คนร่วมชุมชนมาแบ่งปันชีวิต พูดคุย แลกเปลี่ยน หรือกระทั่งเปิดโอกาส
ให้เส้นทางของแต่ละคนได้มีโอกาสมาเดินตัดกันน้อยยิ่งกว่าน้อย
และโดยเจตนาแล้วก็ไม่มีความต้องการจะให้คนเหล่านั้นพบปะกันสักเท่าไหร่

(แน่อยู่แล้ว คอนโดฯ ส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณที่ดินราคาแพง
จะมาแบ่งพื้นที่ให้กับการพบปะสังสรรค์กันทำไม แบ่งไปก็ไม่ได้ตังค์
เอามากั้นห้องสร้างตึกเยอะๆ ใหญ่ๆ คุ้มกว่า)

จึงมีพื้นที่เพียงไม่กี่ส่วนเท่านั้นแหละที่คนร่วมคอนโดฯ จะได้จ้องตากัน
ที่จอดรถ, ในลิฟต์, ร้านขายของ, ร้านซักผ้า
หากหรูหราหน่อยก็อาจจะมีสระว่ายน้ำหรือฟิตเนส
แต่ก็เป็นการจ้องตากัน แล้วก็หลบตากันไปแบบเขินๆ
คำพูดคุยสั้นๆ แค่ ‘สวัสดีครับ/ค่ะ’ ก็ยังไม่ถูกเอ่ยออกมา
กระทั่งยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากก็ยากที่จะหยิบยื่นให้กัน

ชุมชนในคอนโดฯ จึงเป็นชุมชนที่มีความ ‘หนาแน่น’ สูง (คนเยอะในพื้นที่แคบ)
แต่กลับไม่มีความ ‘แนบแน่น’ เลยแม้แต่น้อย
นั่นย่อมหมายถึง เป็นชุมชนที่ไม่มี ‘พลัง’ ด้วย
ไม่ว่าพลังในการร่วมกันทำสิ่งที่ดี หรือร่วมกันต่อต้านสิ่งที่ไม่ดีก็ตาม

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เพราะคนที่เลือกอยู่คอนโดฯ ชอบอยู่แบบ ‘อย่ามายุ่งกะกู’
หรือตัวคอนโดฯ กันแน่ที่ทำให้คนที่อยู่อาศัยรู้สึกว่า ‘อย่าไปยุ่งกะมัน’

2.
บอร์ดส่วนกลาง เป็นพื้นที่เล็กๆ ที่ชาวคอนโดฯ จะร่วมรับรู้ข่าวสารร่วมกัน
โดยมากมักจะเป็นข่าวสารจากส่วนกลาง(นิติบุคคล)
บอกเรื่องน้ำ ไฟ ขยะ จิปาถะทั่วไป อาจมีการทวงหนี้(ประจาน)บ้าง
สำหรับห้องที่ติดค้างชำระนานไปหน่อย แต่น้อยยิ่งกว่าน้อย
ที่เราจะเห็น ‘ข้อความ’ ที่ส่งจากชาวคอนโดฯ ผู้โดดเดี่ยว
ถึงชาวคอนโดฯ ผู้รักชีวิตแบบตัวใครตัวมันคนอื่นๆ ร่วมตึก

กระทั่งวันนั้น เราได้เห็นโปสเตอร์สีแดง-ดำขรึมเข้มเอาจริงเอาจัง
มีการจัดวางตัวหนังสือและเลือก Typeface มาอย่างดี ติดอยู่ที่บอร์ด
ความ ‘มีดีไซน์’ ของมันกระโดดเตะเข้าที่ตาของทุกคนที่เดินผ่าน
รวมทั้งตาตี่ๆ ของเราด้วย ข้อความจริงจังพอๆ กับดีไซน์เขียนว่า

‘พวกเราไม่ได้เสียเงินซื้อบ้าน เพื่อที่จะมีอาคารจอดรถสูงโด่มาบดบังทัศนวิสัย
ได้โปรดเหลือพื้นที่โล่งๆ ให้เราได้มองเห็นวิวและได้หายใจหายคอกันบ้างเถิด’

โดยมีข้อความเล็กๆ ด้านล่าง เขียนไว้ทำนองว่า
‘ร่วมกันคัดค้านการก่อสร้างอาคารจอดรถสูงหลังตึกเรา’

จะมีการสร้างอาคารจอดรถหรือ?
เราเพิ่งรู้จากโปสเตอร์แผ่นนี้นี่แหละ

สำหรับเรา เราว่ามันเป็นแผ่นกระดาษที่มีพลังมาก มีพลังในการสร้างอารมณ์ร่วม
ของคนในชุมชนเดียวกัน(ที่อยู่กันแบบต่างคนต่างอยู่มาตลอด)ให้มาร่วมกันต่อต้าน
สิ่งที่ไม่ค่อยชอบมาพากล และได้ร่วมตะโกนเสียงเบาๆ ของเราออกไปพร้อมกัน
แน่นอนว่ามันต้องดังขึ้น และอาจดังไปถึงหูของผู้เกี่ยวข้อง

เป็นพื้นที่ประชาธิปไตยเล็กๆ ที่เราไม่เคยเห็นในคอนโดฯ

เรายังคาดหวังที่จะเห็นการรวมตัวกันของคนในคอนโดฯ
เพื่อแสดงออกถึงความคิดเห็นที่ไม่เคยมีใครได้พูดออกมา
ความคิดเห็นที่ทุกคนอาจคิดเหมือนๆ กัน
แต่ก็ได้แต่เก็บมันไว้เงียบๆ คนเดียวในห้องเล็กๆ
ที่ถูกผนังกั้นความเป็นเพื่อนมนุษย์ของเราทุกคนออกจากกัน

อยากเห็นชุมชนที่ ‘หนาแน่น’ มา ‘แนบแน่น’ กันสักครั้ง

แต่ความคาดหวังของเราก็หายไปพร้อมกับกระดาษแผ่นนั้น ในวันรุ่งขึ้น
พื้นที่ประชาธิปไตยที่พยายามต่อรองคัดง้างกับอำนาจมักอยู่ไม่ได้นาน

3.
หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น เราก็ไม่ได้คิดถึงการรวมตัว
ไม่ต้องนับไปถึงรวมใจกันของผู้คนที่อยู่ปะปนในตึกเดียวกันอีกเลย
เราได้แต่เดินขึ้นห้อง กดลิฟต์เปิดเพื่อรอเพื่อนร่วมตึกบางคน
บางทีเค้าก็เปิดรอเราบ้าง เราต่างยิ้มให้กัน และเอ่ยคำสั้นๆ ว่า ‘ขอบคุณ’
ก็แค่นั้น เราไม่มีอะไรที่จะพูดจาแบ่งปันกันได้

กระทั่งเมื่อวาน วันธรรมดาๆ หลังวันพิเศษที่มีลุงแก่เครายาว
หอบหิ้วของขวัญมาแบ่งปันคนอื่น เป็นวันหนึ่งในฤดูหนาวที่อากาศเย็น
ทำหน้าที่ของมันตามเวรยามแห่งฤดูกาล เราใช้คีย์การ์ดเปิดประตูเข้ามา
เหมือนทุกวัน และก็พบถุงผ้าใบใหญ่ตั้งอยู่หน้าห้องแรกที่เปิดเข้ามาเจอ
ตั้งอยู่หน้าลิฟต์ ทุกคนที่เดินเข้ามาก็คงเห็นและสะดุดตา
ด้วยว่า ตามกฎกติกาของคอนโดฯ แล้ว เจ้าของห้องไม่สามารถนำสิ่งของมาวางเกะกะ
บริเวณทางเดินอันแสนแคบนั้น เกรงว่าจะเดินสวนกันไม่ได้ แต่นี่เป็นถุงขนาดใหญ่!

หรือตาลุงซานต้าลืมทิ้งไว้?

เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ จึงเห็นกระดาษแผ่นเล็กๆ ติดอยู่บนถุงนั้น
ตัวหนังสือเขียนด้วยลายมือ(น่าจะเป็นหญิงสาว) เส้นสายจากปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน
ลากเป็นประโยคว่า ‘ช่วยกันแบ่งปันเสื้อผ้าไปบริจาคเด็กดอย’
พร้อมกับลงชื่อเบอร์ห้องกำกับไว้

ช่างเข้ากันกับฤดูกาลแห่งการให้-แบ่งปันความอบอุ่นในฤดูหนาว

ถุงผ้าใบนี้ไม่ต่างอะไรกับภาพต้นไม้ต้นเล็กๆ ที่พยายามดิ้นรนผลิใบสีเขียว
อยู่ในซอกคอนกรีตในเมืองใหญ่, ไม่ต่างอะไรกับหยดน้ำเล็กๆ ที่หยดลงบน
ใจแห้งๆ แข็งๆ ของคนที่อยู่อาศัยแบบตัวใครตัวมันในคอนโดฯ เหงาๆ อย่างเรา
และอาจจะอีกหลายคนในตึกแห่งนี้

เราเดินเข้าไปชะโงกดูซิบที่เปิดอ้าไว้ เห็นเสื้อผ้ามากมายอยู่ในถุงใบนั้น
ภาพบางภาพเกิดขึ้นในหัว เป็นภาพคนต่างห้องที่ไม่รู้จักกัน
เดินเอาเสื้อผ้ามาหย่อนลงในถุงทีละคน ทีละคน โดยไม่ได้เจอหน้ากัน
หรืออาจเจอกันและก็เพียงส่งยิ้มให้แก้เขิน

โดยไม่รู้ตัว เรายิ้ม

เราเดินขึ้นห้องตามปกติ ที่ไม่ปกติก็คือ ปาก
ที่พยายามท่องเบอร์ห้องในกระดาษแผ่นนั้นในใจ
อยากเห็นหน้าเจ้าของลายมือน่ารักนั้นสักครั้ง
เราอาจเคยเดินสวนกันใช่ไหม?

This entry was posted on Wednesday, December 27th, 2006 at 8:50 pm and is filed under 06: ปิ๊ง!.

http://roundfinger.wordpress.com

ขออนุญาตนำมาแปะไว้เป็นที่ระลึกรับปีใหม่

เพราะอ่านแล้ว “อุ่นใจ” มากจ้า ^_^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: