บล็อกลูกโซ่ : สวัสดีเพื่อนใหม่

January 08

another way to say…

สืบเนื่องมาจาก คุณนิ้วกลม (อีกแล้วครับท่าน – ทำลิงค์แบบคนอื่น..ไม่เป็น เข้าไปดูจากนี่ละกันนะ http://roundfinger.wordpress.com)

อันตัวอิฉันเองก็มิได้รู้จักมักจี่กับ เจ้า Blog-Tag นี้แต่อย่างใด จึงขอรบกวนทำความเข้าใจกันสักนิดหนึ่งก่อน (ดูที่นี่ http://pulverblog.pulver.com/archives/006087.html)

ด้วยความเข้าใจแบบส่วนตัวจริงๆ คิดว่า…

Blog-Tag ที่ว่า มีลักษณะละม้ายเหมือน จดหมายลูกโซ่ เพราะวัตถุประสงค์ใกล้เคียงกันนั่นคือ “แพร่โรคระบาด” ให้ได้มากที่สุด

แต่เจตนาต่างกัน นั่นเพราะ Blog-Tag น่าจะเกิดจาก “คนรัก Blog” ปรารถนาให้เกิดการสื่อสาร 2 ทางในวงที่กว้างขึ้น (ไม่รู้ไปเข้าหลักการสื่อสารมวลชนได้ไงอ่ะ) นั่นนับว่า ดีมาก

จากที่เราเคยมีเพื่อนอยู่ในวงจำกัด “แค่เพื่อนของเรา” หลังจาก Blog-Tag ของเราได้โผล่มาทักทายกันนั่นหมายความว่า “สวัสดีค่ะ เพื่อนใหม่ ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

เรื่องไม่เป็นเรื่อง…

1. ฉันพูดได้

แม่เล่าว่า ตอนฉันกำลังหัดพูด แม่เฝ้ารอคอยว่าฉันจะพูดอะไรออกมาเป็นคำแรก แต่แล้วแม่ก็ต้อง งงงวยเป็นอย่างยิ่ง เมื่อรับทราบเรื่อง จากพี่เลี้ยง – ที่เรียกว่า Nanny ความจริงเป็น ยายเลี้ยง มากกว่า เพราะอายุมากกว่าแม่เสียอีก-

“ตุ๊กแก” นั่นเป็นคำแรก ที่ฉันพูดออกมา -พอฉันฟังแล้ว มันเป็นเรื่องน่าเศร้าจริงๆ เลย- แต่พอโตแล้ว ฉันว่า “มันตลกดีนะ” สงสัยว่าฉันจะมีเวลาอยู่กับ ตุ๊กแก มากกว่าพ่อแม่เสียอีกล่ะสิเนี่ย ^_^

2. ฉันอ่านหนังสือออกแล้วนะ (อันนี้ มีประสบการณ์เหมือนคุณนิ้วฯ เลยยย)

บนกระดานดำในห้องเรียน ครูเขียนตัวหนังสือไว้ตัวโตๆ อยู่หลายคำ แล้วเรียกให้เด็กๆ ยืนขึ้นอ่านทีละคนเรียงไปเรื่อยๆ จนเมื่อมาถึงฉัน “แม-ลง-วัน”

โอ้โห… มันออกเสียงว่า “มะ-แลง-วัน” จ้า คุณครูรีบแก้ให้ทันควัน

เย็นนั้นฉันกลับไปเล่าให้แม่ฟัง … ฉันอายมากเพราะอ่านออกไปด้วยความมั่นใจสุดชีวิตว่าถูกชัวร์ แต่แล้วมันผิด จำฝังใจมาจนบัดนี้ แม่ก็ยังล้อจนทุกวันนี้เช่นกัน 555

3. ฉันถูกครูใหญ่เรียก…

ตอนป.2 ในเช้าวันหนึ่งของฤดูหนาว ครูประจำชั้นเรียกให้ฉันไปหาครูใหญ่ “ฉันทำอะไรผิดเหรอ ครูใหญ่จึงเรียก” ฉันคิดหาคำตอบอยู่ในใจ คำตอบที่ได้คือ กล่องสี่เหลี่ยมกำมะหยี่สีน้ำเงินเล็กๆ ขนาด 4 x 4 นิ้ว ในนั้นมีเหรียญสีเงิน 1 เหรียญ

จากนั้นครูใหญ่ก็ประกาศว่า นักเรียนของเราได้รางวัลเหรียญเงิน ความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะนานาชาติ ที่เราส่งภาพไปประกวดที่ประเทศเกาหลี

คราวนี้ฉันงงเป็นไก่ตาแตก ยืนที่ออยู่บนแท่นหน้าเสาธง จนครูใหญ่เรียกให้เข้าไปรับรางวัล..จึงได้สติกลับมา

“ครูนิภา” ครูประจำชั้นเล่าให้แม่ฟังว่า ครูสอนศิลปะ เห็นรูปที่วาด มันดูแปลกดี ก็เลยส่งไปประกวด

ฉันจำได้เลือนราง ในรูปนั้น มีหมู่บ้านเล็กๆ มีภูเขา ต้นไม้ ลำธาร ทุ่งนา บ้านหลายๆ หลัง มีคนหลายคนในรูปนั้น และมีฉันกับแม่ด้วย เรากางร่ม ฝนที่ตกลงมา เป็นหยดเลือด

ฉันไม่รู้หรอกว่ามันสื่อความหมายอะไร ฉันวาดเสร็จ ครูก็เอาไป แล้วฉันก็ไม่เคยได้เห็นรูปนั้นอีกเลย มีแต่เหรียญกับใบประกาศที่เป็นภาษาเกาหลีกลับมาอยู่ในบ้านแทน

แต่ฉันก็ไม่เคยได้รางวัลด้านศิลปะหรืออะไรอีกเลย…

แม้ว่าในรางวัลครั้งนั้นทำให้ฉันอยากเรียนทางด้านศิลปะ แต่สุดท้ายฉันก็วาดรูปอย่างผู้ใหญ่ไม่เป็น ฉันหลงทางอยู่นาน จนในที่สุดก็พบทางของตัวเองเสียที ^_^

4. ตายตอนจบ

เมื่อปลายปี 48 ฉันไปนั่งหัวโยกหัวคลอนบนเส้นทาง แม่แจ่ม-ปาย ชมวิวด้วยความรื่นรมย์ไปตลอดทางและไม่มีอาการเมารถสักกะนิด

ต่อจากทริปนั้น เป็นเขื่อนที่เมืองกาญจน์ -เที่ยวนี้ไปกับที่ทำงาน- ในวันเดินทางกลับ เรารับประทานอาหารเที่ยงกันอิ่มหนำรำราญใจ พอรถออกตัวก็เฮฮากัน ครึกครื้นเป็นที่ยิ่ง สภาพถนนมีความคดเคี้ยวบ้าง -แต่ก็ไม่มากมายเท่า ปาย- ไม่นานนักเราออกมาพ้นเส้นทางวกเวียนของภูเขาข้างเขื่อน จึงแวะจอดในปั๊มน้ำมัน ที่นั่น ฉันอ้วกแตก!!!!

เฮ้ออออ ไปปายมาเจอโค้งมากกว่าเมืองกาญจน์ แต่ดันมาตายตอนจบเพราะความเห็นแก่กิน..ก็เพราะเจ้าอาหารแสนอร่อยที่กินก่อนขึ้นรถนั่นไง

แม่บอกว่า ทีหน้าทีหลังก่อนขึ้นรถก็อย่ากินมากนัก 5555

5. พลาดรถ

เมื่อปีที่แล้ว วันเข้าพรรษา ฉันตั้งใจลุยเดี่ยวเพื่อไปถ่ายรูปงานบุญตักบาตรดอกไม้ ที่วัดพระพุทธบาทฯ สระบุรี

เช้าวันนั้น ฉันไปถึงหมอชิต สิบโมง ซื้อตั๋วโดยสารเรียบร้อย จากนั้นเดินไปนั่งรอ จนในเวลา 5 นาทีสุดท้ายก่อนรถออก (ตามหน้าตั๋ว) ฉันไปเข้าห้องน้ำ…

เมื่อไปถึงชานชาลา รถเลี้ยวเข้าซองจอดพอดี ฉันก้าวขึ้นรถ เมื่อคนขับดูตั๋ว “อ้าวน้อง ไม่ใช่คันนี้นะ”

“ไม่ใช่เหรอคะพี่ ก็เห็นเพิ่งมานี่คะ” คุณพี่คนนั้นชี้ไม้ชี้มือไปยังด่านทางออกของสถานีหมอชิต แล้วบอกให้ฉันวิ่งตามรถไป

ฉันออกวิ่ง …โอยยย อายยยมาก… ฉันวิ่งตามรถไป แต่สุดท้ายก็ไม่ทัน เพราะรถวิ่งพ้นประตูไปแล้ว

ฉันกลับไปที่ช่องขายตั๋ว และรู้สึกหมดอาลัยตายอยาก สังเวชในความไม่ได้เรื่องของตัวเอง เพราะต้องซื้อตั๋วใหม่อีกครั้ง ต้องรอรถคันใหม่ เสียเงินค่ารถฟรี เสียเวลา ไปช้า อะไรๆ มันจะที่สุดยอดแย่ขนาดนี้ คงไม่มีใครเป็นได้เท่านี้อีกแล้ว

เป็นอันจบเรื่องไม่เป็นเรื่อง ที่กลายเป็นเรื่องทั้ง 5 เรื่อง (คำซ้ำเยอะจริง)

เราอาจเคยเดินสวนกันไปมา เหมือนอย่างในหนัง Turn Left Turn Right ก็ได้นะ

วันนั้นยังไม่รู้จัก แต่วันนี้รู้จักแล้ว…

http://charunee.spaces.live.com/, http://arch-house.spaces.live.com/, http://khanittha23.spaces.live.com/, http://kpiyawat.spaces.live.com/,

http://anarchy-idea.spaces.live.com/

2 comments
  1. underguskin said:

    มีบล๊อกเยอะเลย เดี๋ยวจะกลับมาอ่านนะครับ

  2. สวัสดีค่ะคุณ underguskin ขอบคุณที่แวะมานะคะ
    ^_^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: