กลิ่นสะอาด

“ขอเข้าห้องน้ำหน่อยนะคะ” ฉันเอ่ยปาก

พนักงานสาวนางหนึ่ง พาฉันเดินเข้าไปด้านใน ตรงประตูทางเข้าเป็นประตูแบบบานเลื่อนไปด้านข้าง

ก้าวแรกภายในตัวอาคาร กลิ่นหนึ่งลอยมาปะทะตรงปลายจมูก กลิ่นคุ้นเคยในวัยเยาว์…มันเป็นกลิ่นเดียวกับสระว่ายน้ำ…น่ะเอง

ฉันกลายเป็น สาวโรงงานจำเป็น ไปเสียแล้ว เพราะหนนี้ ต้องทำงานเกี่ยวกับ company profile ของโรงงานแห่งหนึ่ง

โรงงานหน้าตาดี มองดูภายนอกสะอาดสะอ้าน และยังดูใหม่ทีเดียว เมื่อต้องเข้าไปในตัวอาคาร ในส่วนห้องปฏิบัติงาน ทุกคนต้องทำตามกฎระเบียบมากมายของโรงงาน ที่นี่ เน้นหนักเรื่องความสะอาด (มาก) เพราะเป็นอุตสาหกรรม ประเภทอาหาร

ก่อนเข้าไปในห้องปฏิบัติงาน ฉันต้องแปลงร่าง… มองเผินๆ คงเหมือน เอเลี่ยน เพราะเห็นแค่ “ตา” เท่านั้น ฉันต้องสวมเสื้อกับกางเกงชุดที่พนักงานเตรียมไว้ให้ ทับเสื้อผ้าที่สวมใส่มา มีหมวกสำหรับคลุมผมถึง 2 ชั้น และผ้าปิดจมูก สุดท้ายสวมบู๊ท หรือ ในโรงงานเขาเรียกว่า “รองเท้าโอ๊ก” มีพนักงานคนหนึ่งนำลูกกลิ้งกลมๆ มาไถไปมา บริเวณไหล่ หลัง และต้นแขน “รูดขนหน่อยจ้ะ” ฉันว่ายังโชคดีที่เขาไม่ลูบไปจนถึงเอว เพราะฉันบ้าจี้เสียด้วย อาจลงไปชักดิ้นชักงอที่พื้นแทน จากนั้นต้องล้างมือด้วยคลอรีน และด่านสุดท้าย ต้องย่ำบู๊ทผ่านบ่อคลอรีนที่สูงท่วมตาตุ่มเพื่อผ่านประตูเลื่อนอีกบานเข้าไปข้างใน

ภาพที่เห็นในห้องปฏิบัติงาน คือ พนักงานกำลังใช้มีดอย่างแคล่วคล่อง ทั้งหั่น ทั้งปอก วัตถุดิบในมือ บางคนทำเร็วมาก จนฉันนึกว่าเป็นมือลิง แต่จริงๆ นั่นก็แค่…มือเป็นระวิง…เท่านั้นล่ะ

โต๊ะแต่ละตัว มีพนักงานประจำอยู่ 6 คน และมีคนหนึ่งเป็นหัวหน้าคอยดูแลอีกที ฉันว่าในห้องนี้น่าจะมีคนทำงานหลายร้อยคน เพราะจากข้อมูล โรงงานแห่งนี้มีจำนวนพนักงานประมาณ 1,600 คน ฉันว่าก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไรเลย เพราะโรงงานนี้มีทั้งสิ้น 4 ชั้น ในชั้นหนึ่งก็มีห้องปฏิบัติงาน 2-3 ห้อง (ใหญ่) ไม่นับรวมห้องเล็กๆ ที่คาดว่ามีอีกหลายห้อง และบรรดาหนุ่มสาวในส่วนสำนักงานอีกเล่า นั่นก็อีกหลายเชียว น่าจะสัก 200 ชีวิตแล้วละมัง

เจ้ากลิ่นสระว่ายน้ำ ที่มาเตะปลายจมูกเสืออย่างฉัน มันคือกลิ่นแรงๆ ของคลอรีน ที่ใช้เป็นส่วนประกอบหลักในการกำจัดเชื้อโรค ทั้งล้างมือ ล้างรองเท้า และเลยไปจนถึงล้างวัตถุดิบ

ฉันว่า ฉันคงไม่อยากกินอาหารประเภทนี้ไปอีกนาน เพราะได้เห็นขั้นตอนการผลิตแสนสะอาดนั้นแล้ว

ทั้งๆ ที่กระบวนการต่างๆ เขาทำได้สะอาดถึงขั้นสะอาดมากจริงๆ แต่ฉันขอไม่กินมันสักพักจะดีกว่า…

เมื่อได้เห็นขั้นตอนการผลิตอาหารด้วยวิทยาการก้าวหน้ามากและแสนสะอาดขนาดนั้น ทำให้ฉันต้องหวนกลับมาคิด…

ในชีวิต ดูโฆษณาจากจอสี่เหลี่ยมมาก็เยอะ แต่ไม่เคยได้พิจารณามันอย่างจริงจังเลย

ที่เขาว่า ภาพลักษณ์ภายนอกสร้างได้ ไม่ว่าอะไรๆ ก็ปรุงแต่งได้ มันสร้างให้ติดตลาด จำง่าย ขายดี ได้ด้วยการ Branding หรือ หลักกลยุทธ์การตลาด

จากที่ฉันเคยเป็นเพียงผู้บริโภคที่ถูกโฆษณาจูงจมูกไปมา หรือไม่ก็ต่อต้านค้านแบบหัวชนฝากับตราสินค้าที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ

หลังจากจมูกได้ไปสัมผัส…กลิ่นสะอาด…จากโรงงานแห่งนี้แล้ว ฉันเริ่มจับสังเกตและแยกย่อยส่วนประกอบของโฆษณาต่างๆ มากยิ่งขึ้น เพราะสิ่งสวยงามที่เห็นอยู่นั้น ก็ถูกสร้างและปรุงแต่ง ด้วยหลากหลายวิธีการ จนมาถึง ตา หู จมูก มือหรือปากของผู้บริโภคน่ะเอง

สิ่งที่โฆษณาบอกว่า ดีนัก ดีแล้ว ดีเลิศ… นั่นมันดีกับตัวเราจริงๆ หรือเปล่า

แม้แต่ กลิ่นสะอาดๆ นั้น มันดีกับตัวเราจริงๆ หรือเปล่าล่ะ???

5 comments
  1. jummdcu said:

    ถ้ากลิ่นสะอาดแบบที่ว่า เราก็รับไม่ค่อยไหวเหมือนกัน
    ถึงว่า…เวลากินอาหารบางอย่าง มีกลิ่นคอลลีนติดที่ปลายจมูก
    แต่มีกลิ่นนึงนะ ที่ไม่เป็นพิษเป็นภัย
    ถ้าอยากรู้ต้องหลังไมค์จ้า😉

  2. ชอบ “มือลิงกับมือเป็นระวิง” คล้ายกันแต่ความหมายต่างเยอะเลยคะ
    ชอบ “ภาพลักษณ์ภายนอกสร้างได้ ไม่ว่าอะไรๆ ก็ปรุงแต่งได้ ” สัจจะธรรมในการมองโลกที่ดีคะ ทุกอย่างมันสร้างได้ มันอยู่ที่ตัวเรา แต่ของจริงมันอยู่ด้านในมากกว่า ไม่เชื่อลองเข้ามาดูมั๊ยก๊ะ(อิอิ) เดี๋ยวเปิดให้ดู ฮิ้วๆๆๆๆๆๆๆๆ

  3. yayaa said:

    ตามมา ฮิ๊วววว…อิอิ

  4. มาทักที่นี่เป็นที่แรกครับ
    จะพยายามเข้ามา comment บ่อยๆ🙂

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: