around ระหว่างทาง 02

กาลครั้งหนึ่งนานมาแ้ล้ว ยังมีเด็กชายขายไม้ขีดไฟคนหนึ่ง เขาเป็นเด็กกำพร้า พ่อแม่เพิ่งตายจาก เขาอาศัยอยู่กับลุงที่เป็นช่างทำไม้ขีดไฟ เด็กชายคนนี้ เขาเป็นเด็กฉลาดคนหนึ่งทีเดียว แต่เสียตรงที่แกมโกงนิดหน่อย จึงไม่ค่อยมีใครเอ็นดูเขาเท่าไรนัก

วันหนึ่ง เด็กชายขายไม้ขีดไฟขายไม้ขีดไฟให้กับคนทำขนมปัง เขาบอกกับคนทำขนมปังว่่า เขาจะแถมไม้ขีดไฟให้ 20 ก้าน หากคนทำขนมปังซื้อ 20 กลักขึ้นไป

คนทำขนมปังตกลงซื้อไม้ขีดไฟ 20 กลัก เด็กชายขายไม้ขีดไฟ จึงแถมให้ตามสัญญา หากแต่คนทำขนมปังไม่รู้หรอกว่า ก่อนนำไม้ขีดไฟมาขายในวันนี้ เด็กชายหยิบไม้ขีดไฟ 1 ก้าน ออกจากกลักไม้ขีดทั้งหมดแล้ว เขาจึงได้ของไว้แถมโดยไม่ต้องเสียไม้ขีดไฟกลักใหม่เลย

นี่เป็นเพียงตัวอย่างความฉลาดของเด็กชายขายไม้ขีดไฟเท่านั้น

หากว่าเขาไม่ได้เป็นเพียงเด็กชายขายไม้ขีดไฟธรรมดาอีกต่อไป เพราะวันหนึ่งขณะที่ เกวียนบรรทุกสินค้าหลายเล่ม จอดอยู่ในบริเวณที่เด็กชายขายไม้ขีดไฟนั่งอยู่ เขาแอบฟัง ขุนนางคนหนึ่งคุยกับพ่อค้า

“สินค้าในเกวียนเหล่านี้จะถูกนำไปส่งยังเมืองท่าอันไกลโพ้น แล้วข้าจะร่ำรวยมหาศาลเพราะขายมันให้กับพระราชาผู้มั่งคั่ง ฮ่าฮ่าฮ่า” ว่าแล้วขุนนางก็หัวเราะเสียงดังจนพุงกระเพื่อมขึ้นๆ ลงๆ

เด็กชายขายไม้ขีดไฟ เมื่อได้ยินดังนั้น เขาแอบไปซ่อนตัวอยู่ในเกวียนสินค้าเล่มหนึ่ง เขาอดทนซ่อนตัวอยู่ในเกวียนเป็นเวลาหลายวัน แต่ในเวลากลางคืนที่กองคาราวานสินค้าหยุดพัก เขาจะออกจากเกวียน เพื่อมาขโมยขนมปังจากเกวียนเสบียงของกองคาราวานนั้นเอง

จนกระทั่งค่ำวันหนึ่ง หัวหน้าผู้คุมกองเกวียนมายืนพูดคุยกับกองกำลังคุ้มกันคาราวาน อยู่ข้างๆ เกวียนที่เขาซ่อนตัวอยู่ “รุ่งสาง จะออกเดินทางไปยังถนนด้านทิศตะวันออก”

เด็กชายขายไม้ขีดไฟได้ยินดังนั้นจึงคิดอุบายขึ้นมาได้

ถึงเวลาเช้า กองคาราวานสินค้าออกเดินทางไปตามเส้นทางทิศตะวันออก ผ่านไปไม่นานนัก กองคาราวานต้องหยุดลงเพราะมี เด็กชายคนหนึ่งมานั่งร้องไห้ขวางทางอยู่

“เจ้าเด็กน้อย หลบออกไปจากทางเสีย” หัวหน้ากองคาราวานเจรจา

ทันใดนั้น เด็กชายคนนั้น ก็ตรงเข้ากอดขาของหัวหน้ากองคาราวาน “ได้โปรดเถิดท่านขุนนางผู้ยิ่งใหญ่ ขอให้ข้าได้เดินทางไปกับกองเกวียนของท่านด้วยเถิด”

“เจ้าเป็นใคร จะไปกับคาราวานได้อย่างไร แล้วพ่อแม่ของเจ้าเล่า” หัวหน้ากองคาราวานซักถาม

“พ่อแม่ของข้าตายหมดแล้ว ข้าเดินทางรอนแรมมาไกล อดอยากไม่มีกินเลยท่าน หากให้ข้าไปกับท่านด้วย ข้าก็จะช่วยงานท่าน ข้าขอเพียงอาหารกับเสื้อผ้าเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนเท่านั้น นะท่านขุนนางผู้ยิ่งใหญ่” หัวหน้ากองคาราวานได้ฟังดังนั้น ก็นิ่งไปชั่วอึดใจหนึ่ง ‘หากนำเจ้าเด็กนี่ไปด้วย อาจขายเป็นทาสไปก็ได้

“ได้ ข้าให้เจ้าร่วมกองคาราวานไปด้วย แต่หากเจ้าก่อปัญหาใด ข้าจะไม่ช่วยเหลือเจ้าอีกต่อไป” หัวหน้ากองคาราวานประกาศก้อง

เด็กชายขายไม้ขีดไฟ กลายเป็น เด็กชายประจำเกวียนเสบียง คอยช่วยหุงหาอาหารให้กับชาวกองคาราวานสินค้า ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

ในระหว่างการเดินทาง เด็กชายประจำเกวียนเสบียง ได้พบเห็นสิ่งต่างๆ มากมาย ทั้งบ้านเรือนที่ไม่เหมือนกับย่านที่ตนเคยอยู่อาศัย ผู้คนสวมใส่เสื้อผ้าแปลกตา สินค้าแปลกๆ มากมาย รวมไปถึงสัตว์หน้าตาประหลาดอีกหลายชนิด

การเดินทางอันยาวนานสิ้นสุดลงแล้ว เวลาผ่านมา 90 วัน นับจากวันแรกที่กองคาราวานสินค้า ออกเดินทางมายังเมืองท่าอันแสนไกล

“นี่หรือ ที่เขาเรียกว่า ทะเล” เด็กชายประจำเกวียนเสบียงเอ่ยขึ้น

“เจ้าชอบทะเลไหม” หัวหน้าเกวียนเสบียงรำพึงราวกับไม่ต้องการคำตอบ “แต่ข้าชอบทะเล”

“ข้าชอบทะเล” เด็กชายประจำเกวียนเสบียงพูดขึ้นลอยๆ เช่นกัน

รุ่งขึ้นเมื่อขนสินค้าทั้งหมดขึ้นเรือสำเภาแล้วนั้น “มีใครเห็น เจ้าเด็กชายประจำเกวียนเสบียงบ้าง”

ไม่มีใครตอบเลยสักคน เด็กชายประจำเกวียนเสบียง หายไปไหน

“ข้าคิดว่า เขาอาจชอบทะเลมาก จนจมหายไปในทะเลแล้วก็ได้” หัวหน้าเกวียนเสบียงรำพึง

เรือสำเภาลอยออกไปไกลแล้ว คงไม่มีใครได้ยินเสียงนี้ “ลาก่อนกองคาราวานสินค้า ข้าจะนำสินค้าไปส่งให้ถึงมือพระราชาผู้มั่งคั่งด้วยมือของข้าเอง”

ตอนนี้ เด็กชายประจำเกวียนเสบียง ได้กลายเป็น เด็กชายประจำเรือสำเภา ไปแล้ว

(อ่านต่อฉบับหน้า)

8 comments
  1. อย่างนี้ออกทะเลแล้ว
    ต้องเจอกับกัปตันแจ๊ค สแปร์โรว์

  2. pattararanee said:

    อืมมม น่าสนใจดีนะต้อม

    แต่ตัวละครนี้ ยิ่งใหญ่เกินไป
    อย่าเอาเขามาเล่นจะดีกว่า

    เพราะค่าตัวแพง!!!

    ฮ่าฮ่า

  3. สิ said:

    ^
    ^
    ^
    งั้นเอาพี่แขกมาเล่นแทน ฮาฮา

    เอา เค้าเอาของไปแล้ว ตามไปจับเร็ว!!!

  4. tuleedin said:

    อา..จะรอ..จะรอ..
    ..
    ..
    ท่านภัทรขอรับ..
    หลังจากชายตาดูผู้คนทั้งขบวนเกวียนสินค้า และเรือสำเภาแล้ว เห็นมีอยู่ก็แต่ท่านที่ให้ความกรุณาสร้างสะพานใยแก้วถึงระเบียงใบไม้

    ครั้นจะจัดการเปลี่ยนแปลงก็ให้รู้สึกตะครั่นตะครอหากไม่มาเรียนท่านไว้ก่อน

    ข้าพเจ้าขออนุญาตเปลี่ยนชื่อระเบียงฯเพราะซ้ำกับที่ใช้ในก้าวรอก้าว และย้ายไปไว้ในบัญชีเดียวกันกับกระท่อมเพื่อความสะดวกในการจัดการ
    เพียงหวังจะให้เป็นหนังสือบาง ๆ สักเล่มบนหิ้งหนังสือของกระท่อมซอมซ่อ

    ขอบพระคุณสำหรับความกรุณาที่ให้มาขอรับ

    คารวะ
    ดิน

  5. pattararanee said:

    ค่ะ ท่านดิน
    ตามสะดวกเลยค่ะ ไม่ต้องทรงพระเครียดนะคะ
    ^O^ ขอบคุณ ที่แวะมาบอกกันจ้า

    (คำนับ 1 ที)

    ภัทร

  6. pattararanee said:

    น้องสิ
    ท่านปู่แขกน่ะ ค่าตัวแพงกว่า แจ๊ค สแปรโรว์ อีก นะนั่น

    ป้าสู้ค่าตัวไม่ไหวหรอกจ้า ^^”

  7. มาขาขำเม้นน้องสิ55555+
    เอาพี่แขกเล่นแทน
    5555555555555555+
    อย่าเลยน้องให้พี่เอี้ยงเค้าจินตนาการถึงหน้าคนอื่นบ้างดีกว่า

    แต่พี่เอี้ยงฉลาดแบบนี้จะดีหรอคะ แล้วเด็กชายจะเป็นไงต่อคะ
    เข้าวังพบพระราชาแล้วไปเจอเด็กชายอีกคนที่ฉลาดไม่แพ้กันป่าว
    ประลองยุทธ์ทางสมอง เหมือนอิคคิวซัง

  8. pattararanee said:

    อือ ต้อมก็เรียก ศรีธนนชัย (สะกดถูกเปล่าหว่า???)
    ฝันก็ ถามหา อิกคิวซัง

    อือ งั้น ให้พี่แขก เล่นเป็นพระราชาละกัน
    อิอิ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: