around ระหว่างทาง 03

0 จากดินไปไกลสุดสายตา

ณ ที่ขอบฟ้าจุมพิตแผ่นน้ำ

ยามนี้ กลางวันท้องฟ้ากระจ่าง

ทะเลกว้างระยับพราวราวอัญมณี

0 ราตรีเคลื่อนดาวน้อยกะพริบวับ

ดาราประดับแผ่นฟ้าและผืนน้ำ

เย็นลมพัดขับกล่อมแสนสำราญ

แต่นงคราญแคล้วคลาดไม่อาจเจอ

“เจ้าเคยได้ยินบทกวีนี้ไหม” กะลาสีหนุ่มเอ่ยขึ้น สายตาเหม่อมองไกล

“ไม่เคยเลย” น้ำเสียงเลื่อนลอยของ เด็กชายประจำเรือสำเภา บ่งบอกว่า เขาไม่เข้าใจประโยคยาวๆ ที่กะลาสีบอกว่ามันเป็นบทกวีนั้นเลยแม้แต่น้อย

ตอนนี้สายตาของ เด็กชายประจำเรือสำเภา เหม่อมองไปยังดาวดวงหนึ่ง “ข้าเคยได้ยินแต่ชื่อดวงดาว นั่นไง ดาวประจำเมือง” เสียงของ เด็กชายประจำเรือสำเภา เบาลงไปมากในตอนท้าย

วันแรกที่ เด็กชายขายไม้ขีดไฟ โดยสารไปกับลำเรือ ‘เขาเมาเรือ’ เพราะในคืนก่อนหน้า เขาไม่ได้หลับสักงีบเลย “ทำยังไงข้าจะได้ขึ้นเรือ” กว่าที่เขาจะคิดหาทางออกให้กับตัวเองได้นั้น เขามองเห็นทาสถูกต้อนขึ้นเรือ จังหวะนั้นเอง เด็กชายขายไม้ขีดไฟ แทรกตัวเข้าไปในขบวนทาสที่ถูกต้อนไปยังเรือสำเภา

“เจ้าเด็กน้อย คนที่ 113หัวหน้าคนเรือ ตรวจนับจำนวนทาสที่ถูกส่งมายังเรือสำเภา “เอ เจ้าคนขายทาสมันบอกว่ามีทาส 112 คน ไม่ใช่หรือ” หัวหน้าคนเรือ หันหน้าไปหาลูกน้อง

“ข้าก็ได้ยินนะว่า 112 คน” ลูกน้องร่างใหญ่ยิ้มให้หัวหน้า “เอ หรือว่า เจ้าหนูนี่มันตัวเล็กกว่าใครเขา คนขายทาสจึงนับได้ไม่ถ้วน” สิ้นเสียงของชายร่างใหญ่การเสวนาเรื่องจำนวนทาสจึงยุติ เหมือนโชคดีวิ่งเข้าใส่ เด็กชายขายไม้ขีดไฟ ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้ขึ้นเรือสำเภาสมดังใจนึก

เด็กชายขายไม้ขีดไฟ ที่บัดนี้กลายเป็น เด็กชายประจำเรือสำเภาไปแล้ว เขาใช้ชีวิตบนเรือมากว่า 50 วัน การเดินทางบนผืนน้ำของเขาไม่จบลงเสียที เพราะตัวเขาเองไม่เคยได้ก้าวเท้าพ้นกราบเรือลำใหญ่นี้เลยสักนิด

ทุกครั้งที่เรือเทียบท่า เด็กชายประจำเรือสำเภาได้แต่มองดูทาสทั้งหลายขนสิ่งของออกไปจากเรือ และขนสิ่งของกับอาหารกลับขึ้นมาไว้บนเรือ “ยังไม่ถึงเมืองของพระราชาผู้มั่งคั่งอีกหรือ”

เด็กชายประจำเรือสำเภา กลับมาทำหน้าที่ของตนเอง นั่นคือผู้ช่วยปรุงอาหารอันดับสุดท้ายในห้องครัว ตอนนี้เขาใช้มีดได้คล่องมากแล้ว เพราะงานในหน้าที่ประจำวัน คือหั่นผักหลายชนิดในจำนวนที่มากพอสำหรับทำอาหารได้ 3 มื้อ ให้กับคนทั้งลำเรือกว่า 100 ชีวิต

ในบางวันเขาได้รับหน้าที่อื่น เช่น ขัดพื้นเรือ หลังจากเรือโดนพายุทะเลคลั่งโหมใส่ “ข้าชอบมาขัดพื้นเรือบนนี้ มากกว่าหมกตัวหั่นผักอยู่ในครัวนั่น” เด็กชายประจำเรือสำเภามักรำพึงกับตัวเอง และวันนี้ “ข้าอาจโชคดีก็ได้ …เจอปลาตัวโต ที่ใครๆ พูดถึง เพราะวันนี้ฟ้าสวย”

ล่วงเข้าสู่เช้าวันที่ 80 บนเรือสำเภา “ท่านกะลาสี นั่นคือปลาอะไร ” เด็กชายประจำเรือสำเภาชี้ไปที่ทะเล กะลาสีหันไปมองยังทะเลด้านทิศตะวันออกของลำเรือ “นั่นเรียกกันว่า โลมา แสดงว่าเราใกล้ถึงน่านน้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์แล้ว” กะลาสียิ้มให้กับเด็กชายประจำเรือสำเภา

แต่แล้วในค่ำของวันที่ 90 เรือสำเภาถูกคลื่นลมพายุโหมซัด จนไปกระแทกเข้ากับหินโสโครกใต้น้ำ ใกล้กับหมู่เกาะที่คนเล่าลือกันว่าเป็น ‘เกาะแห่งความตาย’ เรือสำเภาจมลงช้าๆ

เด็กชายประจำเรือสำเภา หาทางให้ตัวเองรอดชีวิต เขาได้ไม้กระดานอันหนึ่งจากห้องครัว นำมาใช้เกาะต่างแพ มองเห็นเกาะอยู่ไกลๆ “โธ่ ดาวประจำเมือง สุดท้าย ข้าก็ไม่ได้พบพระราชาผู้มั่งคั่ง” ไม่นานเขาถูกซัดเข้าฝั่ง เกยตื้นยังที่แห่งหนึ่ง

ชายชาวจีนคนหนึ่งช่วยนำตัวเด็กชายผู้รอดชีวิตขื้นไปบนเกาะ และดูแลเขาเป็นอย่างดี บัดนั้น เด็กชายประจำเรือสำเภา เปลี่ยนเป็น เด็กชายประจำเกาะ ไปแล้ว

เมื่อวันวารผันผ่าน ชายชาวจีนสั่งสอนวิชาต่างๆ ให้กับเด็กน้อย ในที่สุดเขาพา เด็กชายประจำเกาะ ที่โตขึ้นเป็น เด็กหนุ่มประจำเกาะ พร้อมทั้งชายฉกรรจ์อีก 50 คน ไปยังเกาะเล็กห่างไกลผู้คน

ในซอกหลืบของเกาะนั้น “เรือลำใหญ่นั่น เป็นของใครกัน” เด็กหนุ่มประจำเกาะสงสัยไม่แพ้ชายอีก 50 คนนั้น

“เจ้าจงสัญญาว่า เมื่อข้าจากไปแล้ว เจ้าจะดูแลเรือลำนี้จนกว่าชีวีจะหาไม่” ชายชาวจีน กำชับ

“ข้าสัญญา” ด็กหนุ่มประจำเกาะ มองเรือด้วยใจอิ่มเอม

ชายชาวจีนแถลงการณ์ “จงฟัง นี่เป็นเรือ ของข้า และ ผู้สืบทอด คือ เขา” ทุกสายตาจ้องไปที่ เด็กหนุ่มประจำเกาะ เมื่อชายชาวจีนพูดจบ

“เจ้าจงจำไว้ คำใดเมื่อออกจากปากไปแล้ว หาได้หวนคืน” ชายชาวจีนบอกกับเด็กหนุ่มประจำเกาะ “จงออกเดินทาง เพื่อค้นพบบางสิ่งที่ดวงตาของเจ้ามองไม่เห็น”

เรือออกทะเลแล้ว เวลาผ่านไปล่วงเข้าปีที่ 3 เช้าวันนั้น กลางทะเลมีม่านหมอกปกคลุม ชายชาวจีนสั่งให้ทอดสมอเรือ เขาเดินเข้าไปในกลุ่มหมอกที่หัวเรือ แล้วก็ไม่มีใครเห็นเขาอีกเลย

ท่ามกลางทะเลหมอกบนผืนทะเลกว้าง… เด็กชายขายไม้ขีดไฟคนเดิม มีชื่อเสียงระบือไกลในฐานะ ‘โจรสลัดหนุ่มใหญ่

ในเช้าวันที่ 27 ของปีที่ 4 ปรากฏเรือลำใหญ่ลำหนึ่ง โจรสลัดหนุ่มใหญ่ ส่งสัญญาณให้โจมตี ไม่นานนักพวกเขาก็ยึดเรือลำนั้นได้

โจรสลัดหนุ่มใหญ่ พบว่าเรือที่ปล้นได้ในครั้งนี้ เป็นเรือของพระราชาของแคว้นหนึ่งในแผ่นดินตะวันออก พระราชาองค์นี้ ชื่นชอบการค้นหาสมบัติมาก จึงได้ออกเดินทางไปยังเกาะแก่งต่างๆ ตามลายแทงที่มีคนนำมาขายให้

โจรสลัดหนุ่มใหญ่ พยายามผูกมิตรกับพระราชา “ข้าต้องขออภัยที่ไม่ทราบว่านี่เป็นเรือของพระราชาผู้มั่งคั่ง หากจะขอไถ่โทษ ด้วยลายแทงมหาสมบัตินี้ ท่านจะกรุณาไหมพะยะค่ะ” นอกจาก โจรสลัดหนุ่มใหญ่ จะมอบลายแทงนั้นให้แล้ว “ท่านพระราชา เมื่อขึ้นฝั่งแล้ว จงเดินไปตามเส้นทางนี้ แล้วท่านจะพบสิ่งที่ต้องการ” โจรสลัดหนุ่มใหญ่ ใช้ผงดินปืนแต้มไปบนลายแทงมหาสมบัติ

ตลอดเวลา 7 วัน ที่พระราชาผู้มั่งคั่งได้รับการดูแลจาก โจรสลัดหนุ่มใหญ่เป็นอย่างดี “หากทุกสิ่งเป็นจริง และฟ้าเป็นใจ ข้าคงได้ตอบแทนเจ้าบ้างในวันหน้า” พระราชาผู้มั่งคั่งลาจากไปด้วยคำสัตย์สาบานนี้

เวลาผ่านไป 7 ปี โจรสลัดหนุ่มใหญ่ ผู้มีใบหน้าคมเข้ม สีผิวเข้มที่กรำแดดบนเรือเป็นเวลายาวนานทำให้เขามีผิวสีน้ำผึ้ง วิทยายุทธการเดินเรือ ที่ชายชาวจีนสอนสั่ง ตอนนี้เขากลายเป็นหนึ่งในกัปตันมือฉมังแห่งท้องทะเลย่านนี้ และเป็นบุคคลที่พ่อค้าวาณิชย์ต่างหวาดกลัว

“โอ้ ดาวประจำเมือง เวลาอันยาวนาน… ท่านอาจารย์ ข้ายังไม่พบสิ่งที่ท่านกล่าวไว้” ชีวิตของเขาไร้สุขเคียงข้าง มีเพียงใจทรมาน เพราะมิอาจไปใช้ชีวิตอยู่บนแผ่นดินได้ ตราบเท่าที่เรือยังคงออกเดินทางอยู่เสมอ

แต่แล้วในค่ำวันที่ 90 ของปีที่ 7 เรือถูกคลื่นลมพายุโหมซัด จนไปกระแทกเข้ากับหินโสโครกใต้น้ำ ใกล้กับแผ่นดินที่คนเล่าลือกันว่าเป็น ‘แดนสวรรค์’

เรือจมลงช้าๆ โจรสลัดหนุ่มใหญ่ พร้อมลูกน้องอีก 7 คน ใช้เรือเล็กเพื่อการรอดชีวิตหนนี้ เขามองเห็นแผ่นดินอยู่ไกลๆ ไม่นานนักพวกเขาทั้ง 8 ชีวิต ก็มาถึง ‘แผ่นดินแดนสวรรค์’ ที่คนกล่าวขาน

…….

ดาราประดับแผ่นฟ้าและผืนน้ำ

เย็นลมพัดขับกล่อมแสนสำราญ

แต่นงคราญแคล้วคลาดไม่อาจเจอ

…….

บทกวีที่กะลาสีหนุ่มในเรือสำเภาเมื่อ 10 ปีก่อนเอ่ยไว้ ลอยมาอยู่ในคำนึง “ข้าเข้าใจแล้วท่านกะลาสี ตอนนี้ ข้าได้มาอยู่บนแผ่นดิน ที่ว่ากันว่าเป็นแดนสวรรค์ และ็หวังเพียงจะค้นพบบางสิ่งที่ดวงตาของข้ามองไม่เห็น ดังที่ท่านอาจารย์บอกไว้”

บนแผ่นดิน ไม่มีผู้ใดล่วงรู้อดีตหนหลัง ตอนนี้โจรสลัดหนุ่มใหญ่ นำวิชาเก่าเก็บ ‘การทำไม้ขีดไฟ’ มาใช้หาเลี้ยงชีพ บัดนี้ ผู้คนเีรียกเขาว่า ‘ชายขายไม้ขีดไฟ’

12 comments
  1. ในความมืดมิดแห่งรัตติกาล
    อยู่ไหนหนอดวงประทีปฉายฉานส่องนำทาง
    ในแสงสว่างจ้าแห่งทิวาวาร
    ใดเล่าคือฉายาแห่งดวงใจข้าผู้ค้นหาสิ่งซึ่งเห็นเพียงเงาพร่าพราง..

    -ผู้เถ้าขายไม้ขีดไฟ-

  2. ขอแปะไว้ก่อน อิอิ

    พรุ่งนี้มาอ่านนะคะ

    แย่งคอมน้องมาได้แป๊ปนึง ต้องคืนละ

    ^^

  3. "อิ๊ว" said:

    เอ่อ….ไม่ทราบว่า ลายแทงมหาสมบัติเนี่ยมีหน้าตาคล้ายกับแผนที่คอนโดของเจ้าแม่อ่างน้ำมนต์รึป่าวครับพี่เอี้ยง ^^

  4. Chris said:

    เข้ามาทักทายครับ
    งานเยอะ
    เพิ่งมีเวลาอัพ blog

  5. jummdcu said:

    ข้าขอคาราวะท่านนายหญิง…อิอิ

  6. yayaa said:

    ข้าขอคาราวะท่านนายหญิง…อิอิ

    ขอประทานอภัยเจ้าของชื่อ…ใส่ชื่อผิดเจ้าค่ะ

  7. สวัสดีค่ะคุณ Chris
    รักษาสุขภาพกายใจนะคะ
    ช่วงปลายปีอย่างนี้ ถ้ามีงานเยอะ นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีนะคะ ^^ สู้ๆ

    ญาญ่า – ตกลงแล้ว จุ๋มจุ๋มมาอ่านป่ะคะเนี่ย อิอิ
    ม่ายเปงราย น้า ม่ายเปงรายยย
    ช่วงนี้ ญาสบายดีไหม
    หวังว่าจะดีนะคะ
    มิส ยู้ มิส ยู

    บีมบีม – กลับมาอ่านยังอ่ะ
    สงสัยพี่จะเขียนยาวไปหน่อย เฮ้อออ…

    ป๋าอิ๊ว – ลายแทงน่ะมี
    ที่นี่ ไม่มีเงินทองนะ
    มีแต่ “ข้อมูล” อย่างที่อป๋าอิ๊วชอบถามไง
    ฮ่าฮ่า

    ปิดท้ายที่….
    ท่านผู้เถ้าขายไม้ขีดไฟ
    อยากตอบเป็นกลอน ใจจะขาด แต่ไม่สามารถเลยเจ้าค่ะ
    กะไว้ว่า อีก 2 ตอนจะจบเรื่อง “around ระหว่างทาง” แล้วนะคะ
    หวังว่าท่านจะชอบ อิอิ

    คารวะทุกท่าน ^_^

  8. มาแล้วค่า

    อ่านจบแล้วค่ะ

    นี่ยังมีต่อใช่มะคะ

    ต่อแบบ ชายขายไม้ขีดก็กลับเป็นกัปตันแจ๊คฯ

    แล้วออกเดินเรืออีกครั้ง

    ไปเจอสาวสวยลอยน้ำมาด้วยนาอย่าลืมๆ

  9. ไม่ได้เข้ามาอ่านอย่างตั้งใจนานเลยด้วยภารกิจมายมาก

    ตัวผมไม่เคยเดินเรือ ไม่เคยล่องเรือนานกว่า 1 วัน แต่มีความรู้สึกว่าจะชอบความรู้สึกที่ต้องออกเรือไปนานๆ ความรู้สึกที่ออกห่างจากเรื่องไม่จำเป็น เหลือแต่เวลาให้คิดให้ทำ … ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เขียน แต่อ่านแล้วทำให้นึกขึ้นมาครับ

  10. pattararanee said:

    หวัดดีค่ะคุณ something 7

    ทำงานเยอะ ก็ดีนะคะ
    พักผ่อนพอเหมาะยิ่งดีนะคะ
    ^^ ภารกิจมากมาย ช่วงปลายปี บอกได้ว่า โบนัสจะเป็นเยี่ยงไรจ้า

    เรื่อง นั่งเรือ ไม่เคยเกิน 50 นาทีเลยค่ะ แต่ว่ามีประสบการณ์ เมาเรือแบบพิเศษๆ ด้วย
    (แต่ไม่เล่าดีกว่า อายคะ ^.^ )

    บีมบีม – ยังมีต่อนะคะ แต่คงไม่ได้เจอ กัปตันแจ็คหรอกค่ะ ค่าตัวเค้าแพงอ่ะ ส่วนสาวสวยลอยน้ำ ไม่แน่ๆ เดียวไปดูก่อนนะ ว่าจะหยิบไปใส่ไว้ตรงไหนได้มั่ง 5555+

  11. สวัสดี อย่างเป็นทางการหลังจากที่ไอฝนได้แอบดูอยู่หลังประตูบ่อยบ่อย

    และขอบคุณที่วันนี้เข้าไปทำให้ ที่ว่างว่างของ.ไอฝน.มีเหงื่อ ตัวก่อเรื่องคือ เจ้าหญิงนิทรา นั่นเอง

    วันหลังไอฝนจะเปิดประตูเข้ามานั่งอ่านเรื่องราวนะค่ะ
    ขออนุญาติเลยนะค่ะ เออ! อนุญาติ คริคริ😉

  12. pattararanee said:

    สวัสดีค่ะ น้องไอฝน
    แวะมาบ่อยๆ นะคะ
    “เจ้าหญิงนิทรา” ก่อเรื่อง อิอิ

    *ปล. แอบไปอ่านที่บ้านไอฝนมาเหมือนกัน ขออนุญาตเหมือนกันค่ะ อิอิ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: