เก็บตกจังหวะหัวใจเต้น

Date: Fri, 26 Oct 2007 08:43:18 -0700
From: jumtus@yahoo.com
Subject: ความมหัศจรรย์ของ “นิ้วกลม”
หวัดดีจ้า… รวบรวม “ความมหัศจรรย์ของนิ้วกลม” มาฝากกัน ขออนุญาต ต้อม / โย๊ะ / เมกิ ผ่านทางเมลนี้เลยนะจ๊ะ ทั้งสามเรื่องนี้อ่านแล้ว “รู้สึกดีจัง” คนที่ทำให้เกิดความมหัศจรรย์นี้คงจะปลื้มไม่ใช่น้อย ว่ามั้ย ส่วนครอบครัวกลมกลมของพวกเราก็คงมีความสุขเช่นกัน ขอส่งต่อความรู้สึกดีดีมาให้ทุกคนนะ พี่จุ๋ม / จุ๋ม

เว้าซื่อ ซื่อ (พื้นที่พิเศษ/ต้อม)

22 10 2007 เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา (20-21/10/2007)
ฉันมีเรื่องลั้นลามากมาย
ฉันอยากจะบันทึกเรื่องราวให้มันสวยงาม
แต่ฉันอยากเล่าเลย เล่าเลยก็แล้วกัน…

ลั้นลาที่หนึ่ง
ฉันได้เจอกับ “เจ้าชายหยิน กับ เจ้าหญิงหยาง”
หลังจากที่เจ้าชายได้เสร็จไปปฏิบัติภาระกิจ ณ ต่างแดน แล้วกลับมาเยี่ยมเยียนประชาชน
มีประชาชนให้การต้อนรับเจ้าชายมากมาย ในคราวนี้ ฉันกับเจ้าชายไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากนัก
แต่ก็ 555555+ ฉันได้เดินควงกับเจ้าหญิงหยาง สมใจอยากเป็นครั้งที่สอง
เจ้าหญิงที่แสนจะน่ารัก ฉันก็เลยพลอยคิดบ้าๆ ว่า ถ้าฉันเป็นผู้ชาย เจ้าชายมีคู่แข่งแน่! เจ้าชายคะ วันที่ 23 เจอกันแน่นอน!
ส่วนเจ้าหญิงคะ มานะ มานะ มานะ นะ นะ นะคะ นะนะนะนะนะ

ลั้นลาที่สอง
ฉันได้เจอกับเหล่าก๊วนฟลาเนอร์ ซึ่งไม่เจอะเจอมาสักระยะหนึ่ง
และได้เจอกับคนที่ฉันไม่เคยเจอ อันได้แก่ คุณโย๊ะ และน้องบีม
การเจอกันครั้งนี้ทำให้ฉันหัวเราะมากมาย
ก๊วนฟลาเนอร์บางคนก็มีรูปลักษณ์บางคนก็เปลี่ยนไป เช่น
พี่สาวบางคนตัดผม พี่สาวบางคนทำสีผม
อ้อ!..แล้วฉันได้ของที่ระลึกจากคุณโย๊ะ เป็นโปสเตอร์หนังเรื่อง step up

ลั้นลาที่สาม
“ของขวัญ”
3 ชิ้นจากพี่จุ๋ม ชิ้นแรกเป็นตุ๊กตาหมาน้อยน่ารัก สีดำสนิท พอฉันอุ้มมันกลับบ้าน
ฉันก็เจอกับชิ้นที่สอง และชิ้นที่สาม มานอนพักผ่อน รอฉันอยู่หน้าจอทีวีหลังจากเดินทางมาไกล
จากเชียงใหม่ ต่อมาเป็น น้ำมันหอม จากพี่เอี้ยง
เป็นของที่ฉันหมายตา หมายใจ ไว้ว่าจะซื้อ กะว่าจะเอาไว้จุดตอนพักผ่อน
โดยที่ยังไม่เคยบอกใคร
แต่พอบอกพี่เอี้ยงเป็นคนแรก
และคนแรกคนนี้ก็บอกฉันว่าอย่าซื้อ! เพราะว่าซื้อมาให้แล้ว!
D ต่อมาเป็นเสื้อคำหวาน “เรื่องโรแมนติกทุกเรื่อง เริ่มต้นที่คำทักทาย”
พี่เมกิถ่ายรูปเสื้อตัวนี้มาให้ฉันดู และเราสองคนก็ชอบกันมาก
ฉันกับพี่เมกิไม่เคยคิดเลยว่า จะได้เป็นเจ้าของ และเราสองก็ได้เป็นเจ้าของเสื้อคำหวาน
พี่เอขา…หนูกรี๊ดคะพี่ และสุดท้าย
พี่แขกชมฉันว่า วันนี้ฉันสวย!! (คำชมของพี่ ถือเป็นของขวัญนะคะ)
น๊าน..นานนนนนนนนนนนน จะมีคนพูดแบบนี้สักที 555555555555555555+
และก็ถูกขัดจังหวะ ด้วยเจ้าเดิม เจ้าประจำ
แต่ก็ดี เพรามันทำให้ฉันรู้สึกว่า “เจ้าเดิม” เจ้านี้ ยังเป็นปกติอยู่

ลั้นลาที่สี่
ในงานหนังสือครั้งนี้
ฉันรู้สึกพิเศษเหมือนมีรังสีอะไรสักอย่างออกมาจากตัวฉัน
เพราะว่าฉันไม่ได้มาซื้ออย่างเดียว ฉันมาขายด้วย!
ฉันเดินกระหยิ่มยิ้มย่อง มือก็แบกถุงหนังสือทำมือ around 20 ชุด
พร้อมโปสเตอร์เข้าไปในตัวอาคาร พี่เมกิพาฉันไปที่โซน C บู๊ธ N36
ที่มีชื่อบู๊ธว่า Alternative writer
และแนะนำให้ฉันรู้จักกับเจ้าของคือ พี่นิวัติ ,พี่หมู-ภรรยาสาว ฯลฯ พี่เมกิช่วยเจรจาต่อรอง ขอฝากวางขายหนังสือทำมือชุดนี้กับพี่นิวัติ
พี่นิวัติยอมตกลงให้วางได้ และก็เป็นคนนำ around ไปวางไว้ที่ Shelf เอง ตกค่ำ
ฉันขออาศัยติดตามพี่เมกิ ไปนั่งขายด้วย
เจ้าชายเคยเล่าให้ฟังว่า ตอนที่นั่งอยู่ข้างในร้านรู้สึกอย่างไร ขณะที่อ่านความรู้สึกของเจ้าชาย
ฉันก็พอจะเข้าใจ และเข้าใจท่องแท้ และเพิ่มมากขึ้น เมื่อได้มานั่งขายเอง เมื่อมีคนมาเปิดๆ พลิกๆ ดู เปิดหน้าซ้าย หน้าขวา หมุนไป หมุนมา
ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังนั่งดูฟุตบอล อย่างลุ้นระทึก
และได้ยินเสียงคนพากษ์จากจินตนาการว่า
บอลถูกเลี้ยงไปทางปีกซ้ายครับ แล้วส่งต่อข้ามฟากมาทางปีกขวา
เลี้ยงบอลเลื้อยไปได้อย่างสวยงาม ตอนนี้มาถึงหน้าประตูแล้วครับ!
ยิง! โกลด์!.. โอ้วววว บอลเลยคานไป ไม่ได้ประตูครับ นี่ขนาด around เป็นหนังสือทำมือเล็กๆ และฉันมีหน้าที่เพียงบางส่วน
หัวใจฉันยังพองโต อิ่มสุข ปิติ ได้ขนาดนี้
แล้วพวกเจ้าชาย พี่เมกิ พี่คุ่น พี่แทน ฯลฯ เขาคงจะรู้สึกมากมายกว่าฉันหลายร้อยเท่า

ลั้นลาที่ห้า
พี่แทนครับพี่น้อง!
พี่แทนมาขอถ่ายรูปฉันกับพี่จุ๋ม แล้วบอกให้ทำหน้ากระสัน
พี่แทนบอกว่าจ่ะถ่ายรูป แล้วเอาไปขึ้นบอร์ด
แล้วพี่แทนก็เอาขึ้นจริงๆ
ยีสต์ อะ ล็อต มากครับพี่!

ลั้นลาที่หก
หนังสือที่ได้คืน
หลังจากที่ฉันดี๊ด๊ากับพี่แทนอยู่
ฉันก็ทำหนังสือร่วงหล่นที่หน้าบู๊ธ OPEN (โซนแพลนนารี่ฮอลล์ L01)
แล้วเดินเอ๋อๆ ไปนั่งพักหน้าบู๊ธมติชน
ควานหาหนังสือตัวเองไม่เจอ จากที่นั่งเย็นๆ เริ่มร้อนขึ้นมาผ่าวๆ
เจ้าหญิงที่แสนจะน่ารัก กับฉัน ก็เดินไปที่ OPEN
หา หา หา ตรงเก้าอี้ต่างๆ ก็ไม่เจอ
เจ้าหญิงมิได้น่ารักเพียงอย่างเดียว ฉลาดอีกต่างหาก
เจ้าหญิงพุ่งตรงไปถามคนขายที่ OPEN แล้วถามว่า
“มีใครเก็บหนังสือได้มั๊ยคะ”
“มีคะ ลืมไว้ใช่มั๊ยคะ” พร้อมโชว์ถุงให้ดู
“ขอบคุณคะ” เจ้าหญิงจ๋า ขอกอดที และใครคนนั้นที่เก็บได้ ขอบคุณคะ

ลั้นลาที่เจ็ด
ปาร์ตี้ ปาเต๊ะ ขอบอกสั้นๆ ชอบมากคะ! และอีกครั้ง
พี่แขก พี่จุ๋ม พี่เอี้ยง พี่เอ พี่เมกิ คุณโย๊ะ :: ขอบคุณคะ
น้องบีม :: ขอบใจจ๊ะ ยินดีที่ได้รู้จัก
นาย :: ขอบใจว่ะ
ฝน :: จุ๊บ..จุ๊บ..วันหลังเจอกันนานๆ บ้างนะ ส่วนโอ๊ท…งานยุ่งอยู่เหรอ? หมายเหตุ :: ขอบคุณพี่เอี้ยง สำหรับคำว่า “เว้า” คะ

************************************************************************************************************ หากไม่เขียนถึง… คงคิดถึง “เธอ” (เมกิ)

“อดทนเวลาที่ฝนพรำ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง เมื่อวันเวลาที่ฝนจาก ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ” เพลงที่เคยดังระเบิดเถิดเทิงมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน และตอนนี้ก็ยังดังอยู่…อย่างน้อยก็จากเครื่องเสียงของเรา, เพลงที่ 1 ซึ่งถูกคัดเลือกมาจากนับหมื่นล้านเพลง และมันถูกให้ชื่อว่า “กำลังของใจ” เปล่า – ไม่ใช่อัลบั้มใหม่ของบอยโก แต่เป็นเพลงที่ใครสักคนอยากให้ใครอีกคนได้ฟังมันในห้วงแห่งวันเวลาที่ต้องการกำลังใจ… คนที่ให้มาคือ “เธอ” ซึ่งเป็นหนึ่งในอีกหลายเธอที่ปรากฏตัวขึ้นในท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของโลกใบนี้ บางอย่างทำให้โลกแคบลงและบางอย่างทำให้เราใกล้กันมากขึ้น จากคนที่ไม่รู้จัก กลายเป็นคนรู้จักและกลายเป็นเพื่อนในต่อมา – –

อาจจะเพราะโชคชะตา… น่าจะเพราะโชคชะตา

เพื่อน, ในความหมายที่บางครั้งก็ยุ่งยาก ซับซ้อนที่จะให้นิยาม แต่บางครั้งก็มันก็ง่ายดายจนน่าแปลกใจว่าคนเราเป็นเพื่อนกันได้ง่ายๆ แค่เพียงอ่านหนังสือเล่มเดียวกัน มีนักเขียนคนโปรดคนเดียวกัน ฟังเพลงเดียวกัน มีนักร้องคนโปรดคนเดียวกัน ชอบสถานที่เดียวกันและบังเอิญเจอกัน “ณ” สถานที่แห่งนั้น…

โปสเตอร์ “นานะ” ที่เดินทางไกลจากเพชรบูรณ์มากับ “เธอ” อีกคน ติดอยู่ข้างฝาบ้าน – และ A Stranger of mine ก็นอนรออย่างสงบเพื่อโลดเต้นบนจอให้เราได้ชมในเวลาอีกเพียงไม่นาน เธอ…ที่เพิ่งจะได้พบกันเป็นครั้งแรก ได้คุยกันเป็นครั้งแรก และแม้แต่ชื่อของเธอก็เพิ่งจะได้ยินเป็นครั้งแรก เช่นเดียวกัน แต่ที่มาพร้อมๆ กับเธอคือมิตรภาพที่อ้วนท้วนสมบูรณ์ และอารมณ์ดี เพื่อนทุกคนมีหนังกลับไปดู มีโปสเตอร์กลับไปติดฝาบ้าน และมีรอยยิ้มใน “ภาพ” ไว้ให้จดจำ…

“เรื่องโรแมนติกทุกเรื่อง เริ่มต้นที่คำทักทาย” ประโยคที่คนอื่นอาจจะคุ้นชินจากจอโทรทัศน์ แต่คนที่ไม่ดูโทรทัศน์และอินกับคำพูดอะไรได้ง่ายๆ ก็ย่อมไม่พลาดที่จะพยายามเก็บประโยคนั้นเอาไว้ แม้กระทั่งถ่ายรูป ถ้าเพียงแต่มันจะถูกจารึกอยู่บนด้านหลังเสื้อยืดสีเขียวซึ่งใครสักคนกำลังใส่มัน… แต่เรื่องบังเอิญก็มักเกิดขึ้นไม่บอกกล่าว เพราะอยู่ๆ “เธอ” อีกคนก็ถือเสื้อสีเขียวซึ่งด้านหลังมีถ้อยคำนี้ปรากฎมาให้ โดยที่เธอก็ไม่รู้มาก่อนล่วงหน้าว่ามีใครคนหนึ่งพยายามถ่ายรูป “เรื่องโรแมนติกฯ” นี้มาแล้วจากคนอื่น – –

น้ำมันหอมกลิ่นราชาวดี ลอยอวลชวนให้ครึ้มใจในบรรยากาศ ชิ้นนี้เป็นของ “เธอ” อีกคน ในวโรกาสของมิตรภาพ กลิ่นดอกไม้ที่มักจะเรียกคุ้นปากว่าหางกระรอกนี้เป็นอีกกลิ่นที่ชอบ ในทุกครั้งที่อ่านหนังสือ หรืออยู่เคียงข้างกับความเหงาลำพัง, เธอคนเดียวกันนี้ค่อนข้างเชื่อมกันบ่อยจากเส้นทางอื่นนอกจากทางระบบออนไลน์, เธอเป็นอีกคนที่ชอบเขียนโปสการ์ด – คนชอบเขียนโปสการ์ด โรแมนติก มีคนบอกอย่างนั้น จริงหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ แต่เธอคนนี้โรแมนติก, เพราะเธอเลือก “ราชาวดี” แทนการเลือก “เปเปอร์มินต์”

“ไม่ใช่คนที่ใช่, ก็ไม่ใช่ จะดิ้นรนจนสิ้นใจก็เหนื่อยเปล่า” ประโยคนี้, มีเธออีกคนหนึ่งชื่นชอบและอินกับมันถึงขั้นจดเก็บไว้ในบันทึก เธอช่างพูด เธอชอบถ่ายรูป และเธอชอบถูกถ่ายรูป…

เธออีกคนพูดน้อย น้อยครั้งที่เธอจะพูดจา และแทนการพูด เธอยิ้ม, เหมือนจะแทนคำตอบให้กับทุกอย่าง – แต่เธอมีน้ำใจ จนทำให้ไว้วางใจ ในหลายอย่างที่เป็นเธอ อาจไม่ต้องพูดอะไรมากมาย เพราะเธอยิ้ม, แทนทุกอย่าง…

หลายเธอ ที่ได้เจอ รู้จัก พูดคุย และเริ่มต้นมิตรภาพ เป็นเธอที่ อ่านหนังสือเล่มเดียวกัน มีนักเขียนคนโปรดคนเดียวกัน มีเพลงที่ชอบหลายเพลงเหมือนกัน มีหนังหลายเรื่องที่ดูเหมือนกัน…

“คนที่มีอะไรคล้ายกันมักจะถูกดึงดูดเข้าหากัน” ใครบางคนว่าเอาไว้อย่างนั้น ไม่รู้ว่าเป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่ รู้เพียงแต่ว่า บางครั้งมิตรภาพก็เริ่มต้นง่าย จุดสตาร์ทของทุกคนอยู่ที่เดียวกัน บางคนอาจจะเพิ่งเริ่มออกสตาร์ท แต่มีหลายคนรออยู่… เส้นทางความเป็นเพื่อน ไม่ใช่ลู่วิ่ง จึงไม่ใช่การแข่งขัน แต่เป็นเส้นทางรถทัวร์โดยสารที่เราต่างขึ้นขบวนเดียวกัน “ป้ายหน้า” ยังมีหลายคนรออยู่ เรารู้, ยังไม่มีคนลง เพราะรถคันนี้จุคนได้ไม่จำกัด…

และเธอทั้งหมดที่ถูกเอ่ยถึงนี้นั้น เป็นเธอที่มาจากการได้อ่านหนังสือของนักเขียนคนเดียวกัน นั่นก็คือ “นิ้วกลม” อิทธิฤทธิ์ของนิ้วกลมรุนแรงมากถึงขั้นทำให้คนเป็นเพื่อนกันได้ นับว่าวิทยายุทธ์สูงส่งใช้ได้… นับถือ, นับถือ

สำหรับเธอทั้งหมด ทั้งที่ถูกกล่าวถึง และนึกถึงโดยไม่กล่าว, เราต้องบอกว่าขอบคุณมาก สำหรับมิตรภาพและภาพของมิตร, ความสนิทสนมจะถูกบ่มเพาะไปตามกาลเวลา…

ป้ายหน้า….
ใครจะขึ้นก็เตรียมโบกได้…..

————————————————–

21 ตุลาคม 2550 @ ปาเต๊ะ, ห้าแยกลาดพร้าว – –
หมูตุ้ย เมกิ เอี้ยง บีม พี่แขก จุ๋ม เอ นาย ต้อม

************************************************************************************************************ คนหลังไมค์ หน้าที่:ส่งกระจายความสุขด้วยเสียงเพลง #งานหนังสือ (นายหมูตุ้ย) [[ ถ้าอยากฟังเพลงไหน ก็คลิกไปที่ชื่อเพลงนั้นได้เลยครับ ]]
on air“สวัสดีครับคุณผู้ฟัง ผมนายหมูตุ้ยกลับมารับหน้าที่อยู่เป็นเพื่อนกับคุณผู้ฟังอีกครั้งแล้วนะครับ หลังจากที่ห่างหายกันไปนานเลยทีเดียว ไม่รู้ว่าจะมีใครคิดถึงผมบ้างรึเปล่าน้อ… เค้าว่ากันว่าคำถามแบบนี้เป็นคำถามที่สามารถฆ่าคนถามได้เลยนะครับ เพราะถ้าถามออกไปแล้วไม่มีใครตอบกลับมาว่าคิดถึงเนี่ย คนถามก็ต้องหน้าแตกยับเยินแน่ๆ แต่ไม่เป็นไรครับ เพราะยังไงผมก็รู้ว่าต้องมีซักคนแหละน่าที่คิดถึงผมอยู่ ฮ่าฮ่าฮ่า มาถึงก็มาหลงตัวเองออกอากาศซะแล้วนะนายหมูตุ้ย เอาล่ะ ก่อนที่จะมีคนหมั่นไส้ผมไปมากกว่านี้ ผมว่าเราไปฟังเพลงกันดีกว่าครับ…”“งานจากกรุงเทพมาราธอนครับ กับเพลงที่มีชื่อว่ารู้สึกดี ผมเชื่อนะครับว่าหลายๆคนพอได้ยินเพลงนี้แล้วก็อดที่จะอมยิ้มไปตามเนื้อเพลงไม่ได้ ถึงแม้ว่าเพลงนี้จะบอกถึงความรู้สึกของผู้ชายเวลาเจอสาวๆสวยๆก็ยากที่จะไม่เหลียวหลังกลับ ไปมองนะครับ แต่ในอีกแง่มุมนึง ผมว่าทุกคนนั่นแหละครับที่สามารถมองหาสิ่งที่ทำให้ตัวคุณเองรู้สึกดีขึ้นมาได้ ยังไงก็ลองมองไปรอบๆตัวคุณดูนะครับ ผมเชื่อว่าจะต้องเจอแน่นอนครับ… สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้เดินทางด้วยครับคุณผู้ฟัง เป็นการเดินทางที่มีความสุขมากเลยทีเดียว แต่จะเดินทางไปที่ไหน เดี๋ยวกลับมาเล่าให้ฟังนะครับ” อินโทรเพลง ทางเดินแห่งรัก ของ แอม เสาวลักษณ์ ลีละบุตร
เสียงโทรศัพท์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นเช่นเดียวกัน
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะหมูตุ้ย จำเราได้รึเปล่า ที่เคยโทรมาถามเรื่องการเป็นนักจัดรายการน่ะ”
“อ๋อ จำได้ครับ”
“แล้วเดินทางไปไหนมาคะ อู้งานไปหนึ่งวัน”
“ไปงานหนังสือที่กรุงเทพมาครับ”
“นึกว่าเดินทางไปตามหารักซะอีก เห็นเปิดเพลงนี้ของพี่แอม”
“แหม ถ้าจะตามหารักก็คงไม่ต้องไปไกลถึงกรุงเทพหรอกครับ อยู่ที่นี่ก็หาเจอ ฮ่าฮ่าฮ่า ล้อเล่นนะครับ พอดีพูดถึงการเดินทางน่ะครับ ก็เลยนึกถึงเพลงนี้”
“สงสัยจะรู้สึกดีจริงๆนะคะ อารมณ์ดีเชียว ต้องไปเจอกับอะไรดีๆมาแน่ๆเลยใช่มั้ยคะเนี่ย”
“ถูกต้องนะคร้าบบบบบ”
“ค้า เชื่อแล้ว เชื่อแล้วว่ารู้สึกดีจริงๆ รู้มั้ยคะว่าหมูตุ้ยพลอยทำให้เรารู้สึกดีไปด้วยเลยนะเนี่ย”
ประโยคสุดท้ายทำเอาหัวใจของนักจัดรายการชั้นผู้น้อยอย่างผมพองโต
ผมชอบการเป็นนักจัดรายการวิทยุก็ตรงนี้แหละครับ!
“วันนี้อยากฟังเพลงอะไรมั้ยครับ”
“อยากฟังเพลงของเบิร์ดกับฮาร์ทค่ะ เลือกให้หน่อยก็แล้วกันนะ”
“เดี๋ยวดูให้ครับ”
“ขอบคุณนะคะ”
“ครับผม”แค่สายแรกของรายการก็ทำผมยิ้มไม่หุบซะแล้ว D
ผมก้มลงไปหยิบแผ่นซีดีอัลบั้มชุดหนึ่งของเบิร์ดกับฮาร์ทขึ้นมาเพื่อเลือกเพลงที่จะเปิดเป็นเพลงต่อไป เมื่อไล่สายตาดูรายชื่อเพลงก็มาสะดุดกับเพลงๆหนึ่ง รักรสส้ม
ว่าได้มาเป็นเจ้าของหรือยัง… เอาเพลงนี้ก็แล้วกัน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง
“สวัสดีครับ”
“หวัดดีค่ะพี่ โห โทรติดยากมากเลยอ่ะ”
“อืม จะโทรมาหาดีเจสุดฮอตก็ต้องทำใจหน่อยนะครับน้อง ฮ่าฮ่าฮ่า พี่พูดเล่นนะ”
อยากจะบอกเหมือนกันว่าฟังเพลงแรกเพลินเกินไปจนลืมวางหูโทรศัพท์กลับไปที่แป้นของมัน
“โดดงานไปไหนมาคะพี่ ไม่เห็นมาจัดรายการ”
“ไปกรุงเทพมาครับ ไปงานหนังสือ”
“โห ไปกรุงเทพเพื่อไปงานหนังสืออย่างเดียวเนี่ยนะ”
น้ำเสียงน้องเค้าฟังดูแปลกใจ -แปลกใจทำไม ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน
“ครับ ไปงานหนังสืออย่างเดียวนี่แหละ”
“ลงทุนจังเลยเนอะ… ขอเพลงดีกว่า”
“เพลงอะไรดีครับ”
ซื้อกุหลาบให้ตัวเอง ของวอยซ์ เมล ค่ะ”
“ทำไมอยากฟังเพลงนี้ล่ะครับ”
“มันโดนค่ะพี่ ไม่มีใครคอยซื้อกุหลาบให้ ก็เลยซื้อเองดีกว่า”
“น้องนี่ขำนะเนี่ย”
“หนูซีเรียสนะพี่ มาขำหนูอีก”
“อ้าว แหะๆ ขอโทษทีครับ”
“พี่เปิดเพลงอะไรอยู่เนี่ย ไม่เห็นเคยได้ยิน”
“อ๋อ เพลงรักรสส้ม ของเบิร์ดกับฮาร์ทน่ะครับ เพลงเก่าแล้วล่ะ”
“รักรสส้มเหรอพี่ แฟนต้า รึมิรินด้าล่ะ” น้องกวนมา
“ไม่ใช่หรอกครับน้อง สแปลช ต่างหาก” ผมกวนตอบพอให้อมยิ้ม )
“โอเคครับน้อง เดี๋ยวพี่ดูให้นะครับ”
“ค่า หวัดดีค่ะ”
“สวัสดีครับ” ผมค่อยๆลดเสียงเพลงลง…
วันนี้คุณผู้ฟังก็ท่าทางจะอารมณ์ดีเหมือนกันนะครับ ฟังเสียงจากสายหลังไมค์เมื่อสักครู่ ยังไงก็ขอบคุณมากๆเลยนะครับที่เอาความสุขมาแบ่งกัน… อย่างที่เกริ่นเอาไว้ครับว่าเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้เดินทาง ก็ไม่ไกลหรอกครับ กรุงเทพนี่เอง ผมไปงานมหกรรมหนังสือระดับชาติมาครับ ครั้งนี้เค้าจัดขึ้นเป็นครั้งที่12แล้ว ส่วนสถานที่ก็เป็นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ครับ ใครที่สนใจก็ยังพอมีเวลาถึงวันอาทิตย์ที่28ตุลาคมนี้นะครับ บรรยากาศภายในงานก็เต็มไปด้วยบูธจากสำนักพิมพ์ต่างๆมากมายเลยทีเดียว ส่วนคนที่เข้ามาเดินเลือกหนังสือก็มากพอๆกันกับหนังสือเลยล่ะครับ ผมมีเรื่องประทับใจเรื่องนึงที่อยากเล่าให้คุณผู้ฟังได้ฟังกัน คือระหว่างที่ผมกำลังยืนดูหนังสืออยู่ที่บูธๆนึง มีผู้ชายคนนึงมายืนข้างๆผม แล้วก็หยิบหนังสือเล่มนึงขึ้นมาอ่าน แต่เวลาอ่านเค้ายกหนังสือขึ้นมาเกือบจะติดหน้าเค้าเลยครับ ด้วยความสงสัยผมก็เลยถามเค้าไป คนที่มากับเค้าเป็นคนตอบผมครับ เค้าบอกว่าผู้ชายคนนี้ตาข้างขวาบอดสนิท ส่วนตาข้างซ้ายยังสามารถมองเห็นรางๆ และที่สำคัญเค้าชอบอ่านหนังสือครับ อื้ม…ผมอึ้งเลยครับคุณผู้ฟัง…”
เสียงเปียโนช้าๆดังขึ้น…
“…บางครั้งการทำในสิ่งที่เรารัก หรือการทำให้ตัวเองมีความสุขมันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยนะครับ ขอแค่รักที่จะทำก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับผู้ชายตาบอดคนนั้น คุณผู้ฟังคิดเหมือนผมหรือเปล่าครับ”
ผมเปิดเพลงซื้อกุหลาบให้ตัวเอง ที่น้องคนนั้นขอมา ฟังแล้วมันอาจจะเป็นเพลงเศร้า แต่มาคิดอีกทีการได้ทำอะไรเพื่อตัวของเราเองบ้างก็ไม่น่าจะเสียหายอะไรไม่ใช่เหรอ “สวัสดีครับ” ผมรับโทรศัพท์หลังไมค์เช่นเคย
“หวัดดีไอ้หมูตุ้ย” เสียงนั้นทำผมตกใจในแว้บแรกที่ได้ยิน แต่ก็รู้สึกคุ้นหูในเวลาต่อมา
“โยรึเปล่า” ผมถามด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ
“เออ ยังดีนะที่จำได้ ไปงานหนังสือไม่เห็นชวนกันวะ จำไว้”
“กูอยากบินเดี่ยว” ผมตอบแบบทีเล่นทีจริง
“หมั่นไส้เว้ย แล้วได้หนังสือมากี่เล่มล่ะ”
“ประมาณ10เล่ม เล่มเล็กเล่มน้อย แต่เศร้าว่ะ ดันทำหายระหว่างทางตั้ง2เล่ม”
“ซุ่มซ่ามไม่เลิกนะมึง เอามาแบ่งกูอ่านเลยด้วยเป็นการชดเชย แล้วมึงได้ไปเจอนักเขียนคนนั้นรึเปล่าล่ะ”
“อ๋อ นิ้วกลมน่ะเหรอ ได้เจอดิ เจ๋งดีว่ะ ท่าทางแล้วก็คำพูดเป็นมิตรเหมือนตัวหนังสือของเค้านั่นแหละ ที่สำคัญ แฟนน่ารักโคตร”
“เฮ้ย เกี่ยวอะไรกะแฟนเค้าวะ”
“ฮ่าฮ่า กูก็ว่างั้นแหละ จะว่าไปการไปกรุงเทพครั้งนี้ก็เหมือนว่านิ้วกลมนี่แหละเป็นคนพากูไป คุ้มจริงๆว่ะ เพราะกูได้เพื่อนใหม่มาเพียบเลยนะเว้ย”
“เออ เพื่อนอย่างกูก็คงจะตกกระป๋อง ไม่มีความหมาย”
“ทำงอนนะมึง ถือหูรอแป๊บนึงนะเดี๋ยวกูขอต่อเพลงก่อน”
“ให้ถือหูรอ แล้วถ้าแฟนคลับมึงโทรมาไม่ติด เค้าไม่บ่นพี่หมูตุ้ยแย่เหรอฮ้า…” โยแหย่ผม
…..
“มาแล้วๆ”
“เออ มึงเปิดเพลงแปลกดีว่ะ เพลงนี้ไม่ค่อยได้ยินตามคลื่นวิทยุเท่าไหร่เลย”
“มีพี่สาวคนนึงเค้าอยากฟังว่ะ”
“พี่ไหนวะ มึงมีพี่สาวด้วยเหรอ”
“เปล่าหรอก พี่ที่กูเพิ่งไปเจอที่กรุงเทพน่ะ เค้าเคยบอกว่าอยากฟัง กูเลยเปิดให้”
“อ้าว แล้วพี่เค้าจะได้ฟังเหรอ”
“คงไม่ได้ฟังหรอก แต่กูอยากเปิดให้ มึงรู้มั้ย นอกจากมึงแล้วก็มีพี่เค้านี่แหละที่บอกกับกูว่า การอยู่เฝ้าร้านที่ดูเหมือนว่างๆไม่ได้ทำอะไร กับการหยุดพักผ่อนบ้างมันไม่เหมือนกัน พี่เค้าเข้าใจกูว่ะ”
“เออๆ ดีแล้ว ดีใจด้วย เฮ้ย นานเกินไปแล้ว ไว้ค่อยคุยกัน” โยตัดบท
“เออจริง ขอบใจมากว่ะเพื่อน แล้วเจอกัน”
ผมวางสายโทรศัพท์ในขณะที่เพลงใกล้จบพอดี เสียงเพลงค่อยๆเบาลง…
ของขวัญเปื้อนฝุ่น งานล่าสุดของญารินดาครับ สาวที่สร้างความฮือฮากับสีผมสีช็อกกิ้งพิ้งค์ของเธอเมื่อหลายปีก่อน ผมว่าเพลงนี้ความหมายดีนะครับ ของขวัญชิ้นนึงที่ใครคนนึงมอบให้ใครอีกคนนึงเนี่ย สิ่งที่มีค่ามากกว่ารูปลักษณ์ภายนอกของของขวัญก็คงจะเป็นความตั้งใจของคนให้นั่นเอง… คุณผู้ฟังครับ จะว่าไปการเดินทางของผมครั้งนี้มันเกิดจากพรหมลิขิตล่ะครับ ผมไม่แน่ใจเหมือนกันครับว่าคำๆนี้ใช้กับมิตรภาพแบบอื่นได้หรือเปล่านอกจากมิตรภาพ ระหว่างคนรัก แต่ยังไงก็แล้วแต่ผมขอใช้คำๆนี้ก็แล้วกัน ก็ลองคิดดูสิครับคุณผู้ฟัง การมาเจอกันของคนหลายๆคนที่อยู่ต่างสถานที่ ต่างสายอาชีพ ต่างช่วงอายุ และที่สำคัญไม่รู้จักกันมาก่อน มันเกิดจากอะไรล่ะครับถ้าไม่ใช่พรหมลิขิต”
อินโทรเพลงดังขึ้นอีกครั้ง…
“ขอส่วนตัวนิดนึงนะครับคุณผู้ฟัง ผมขอเปิดเพลงนี้ให้กับเพื่อนใหม่ทุกคนที่ผมได้เจอในวันนั้น… ยินดีที่ได้รู้จัก งานจากบูโดกันครับ”“ใกล้หมดเวลาแล้วล่ะครับคุณผู้ฟัง ต้องขออภัยด้วยจริงๆนะครับที่วันนี้ออกจะส่วนตัวมากไปซักหน่อย แต่ผมก็หวังว่าคุณผู้ฟังจะมีความสุขกับเรื่องที่ผมได้นำมาบอกเล่าให้ได้ฟังกันนะครับ… ผมขอส่งท้ายวันนี้ด้วยเพลงๆนี้ก็แล้วกัน เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ งานจากเฉลียงครับ เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ความหมายดีมากๆ สำหรับวันนี้ผมคงต้องลาคุณผู้ฟังไปแล้ว ขอบคุณสำหรับทุกการติดตามนะครับ แล้วมาหมุนรอบๆกันและกันใหม่ ไปแล้วครับ สวัสดีคร้าบ…”
…ดาวนับล้าน ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า จะมีไหมหนาที่ลอยอยู่เองเฉยๆ
ไม่ยอมโคจรหมุนไปไหนเลย ไม่เคยไม่เห็นเลยสักดวง… ผมยิ้มให้กับเพลงนี้…อีกครั้ง :] ************************************************************************************************************ เพลงนี้เป็นเพลงที่ผมตั้งใจไว้ว่าจะนำมาเปิดเป็นเพลงแรกสำหรับวันนี้ เพราะมันแทนความรู้สึกของผมในตอนนี้ได้เป็นอย่างดี และผมก็อยากส่งกระจายความสุขจากเพลงนี้ไปให้ใครบางคนที่กำลังรู้สึกแย่ๆอยู่ในตอนนี้… ผมนั่งยิ้มอยู่คนเดียวในห้องส่งเมื่ออินโทรเพลงนี้ดังขึ้น และนั่งยิ้มอยู่อย่างนั้นจนจบเพลง ดังขึ้น… เพราะบังเอิญชื่อเพลงๆนี้ไปพ้องกับชื่อหนังสือ ส้มสื่อรัก ที่เพื่อนคนหนึ่งเคยเปรยเอาไว้ว่าอยากอ่าน ไม่รู้เหมือนกัน เพลงนี้ทำให้ภาพของหนึ่งวันในเมืองที่ผมว่ามันไม่เหมาะกับผมเอาเสียเลยอย่างกรุงเทพลอยไปลอยมาอยู่ในหัว หนึ่งวันที่ทำให้หัวใจของผมพองโต หนึ่งวันที่เหมือนอยากจะให้มีมากกว่า24ชั่วโมง หนึ่งวันที่ทำให้ผมได้เจอเพื่อนใหม่หลายคน ผมอยากเปิดเพลงนี้ให้พวกเขาฟังจริงๆ…

บางที ความโรแมนติก ก็เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีคนรัก : a (Klom)

หากความโรแมนติก คือความเซอร์ไพรส์ที่ใครบางคนสร้างขึ้นเพื่อใครบางคน คนซึ่งพิเศษ
เราหลายๆคน คงได้ลิ้มรสความโรแมนติกกันโดยถ้วนหน้า
ใครหลายคน คงเคยได้รับซีดีเพลงรวมฮิต จากหมอเด็ก ที่ขยันรักษาใจให้คนแปลกหน้าเสมอ
เกือบทุกคน คงเคยได้คุย ได้ยินเสียงอบอุ่นๆ จากพี่สาวตัวเล็ก ที่เฝ้าคอยเปิดประตูทำหน้าที่พีอาร์ใจดี
เราต่างเคยส่งและได้รับโปสการ์ดสวย เก๋ กวน ที่เดินทางมาพร้อมตัวหนังสือเล่าเรื่องราวการเดินทาง
ปรัชญาชีวิต และความคิดถึงอยู่บ่อยๆ
เรา ต่างดูแลให้กำลังใจ สร้างเซอร์ไพรส์ให้กันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย โดยไม่ได้คาดหวังสิ่งตอบแทน
นอกจากมิตรภาพ รอยยิ้ม ความจริงใจ และความสุขที่เราแบ่งปันกันได้
ไม่อยากบอกให้ใครบางคนตัวลอยว่า ตัวหนังสือของเขามีส่วนอย่างมาก ที่ทำให้เรา เรา เรา และอีกหลายเรา
ได้มาสบตากัน ยิ้มให้กัน นั่งทานข้าวกัน ช่วยกันขำ และแลกเปลี่ยนความคิด สารทุกข์สุขดิบกัน
บางที ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า อะไรจะโรแมนติกกันขนาดนั้นพี่น้อง
แต่สุดท้ายก็ได้แต่ยิ้มกับตัวเอง บอกตัวเองว่าโชคดีจัง ที่เรา เรา เรา และเราได้รู้จักกัน

หัวใจเ้ต้นพองโตเสมอ เมื่อได้พบคนที่อยากพบ…

เลยตามมาบอกว่า…

ตอนนั้นหัวใจเต้นเป็นจังหวะความสุข

12 comments
  1. คิดถึง-คิดถึง :]

    ปล. พี่เอี้ยง ย่อหน้าสุดท้ายของเรื่องของผม จริงๆแล้วมันต้องแทรกอยู่ระหว่าง …ไปฟังเพลงกันดีกว่าครับ…” “งานจากกรุงเทพมาราธอน… ของบรรทัดที่7นะครับ

  2. jummdcu said:

    อืม…ไม่แตกต่าง

    อิ่มอก+อิ่มใจ มากๆเล้ย😉

  3. มะนาวต่างดุ๊ด said:

    ซึ้งค่ะ ซึ้ง T^T

  4. ต้อม said:

    อยากให้มีวันนั้น อีกหลายๆ วัน คะ😉

  5. ฝันกลางวัน... said:

    เพื่อนดี…ดี กว่าจะเจอค้นหาก็ลำบาก

    มิตรภาพเป็นสิ่งสวยงาม

    อ่านแล้วคิดถึงเพื่อนจัง เฮ้อ…คิดถึง

  6. นายหมูตุ้ย said:

    มาเห็นด้วยกับทุกคน…อีกรอบ :]

  7. nine9 said:

    หาตั้งนานกว่าจะเมม้นได้

  8. pattararanee said:

    ^
    ^
    ^
    555555+

  9. ลั้นลา ลั้นลา…ช่างน่าอิจฉา
    แง้ๆๆๆๆๆนางฟ้าพลาดทุกงาน (กรำ)

  10. yayaa said:

    คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง
    หวังว่าเราจะได้เจอกันเร็ว ๆ นี้นะคะ

  11. pattararanee said:

    คิดถึง ญาญ่า เหมือนกันค่ะ
    น่าจะได้เจอกันเร็วๆ นี้นะจ๊ะ

    อิอิ ถ้าไม่โดนใครบางคนแซงซ้ายแล้ว “ปาดหน้า” ไปก่อน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: