“ชีวิต” เลือกได้

ณ คาเฟ่

ที่นี่มีขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก ตั้งอยู่ในซอยเปลี่ยว ใกล้ใจกลางมหานคร กรุงเทพฯ

วันศุกร์ที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๐

“ส่งความรักไปให้ เธอมองเห็นบ้างไหม คนดี
เท่าที่มีเพียงหัวใจ จากคนไกลหลายล้านปีแสง…”

เสียงปรบมือดังเปาะแปะ

“วันนี้แขกน้อยจัง สงสัยไปต่างจังหวัดกันหมด” บริกรสาวนางหนึ่งเริ่มบทสนทนาี

“ดูเสี่ยคนนั้นสิ มาทุกวันเลย สงสัยจะชอบนังดาว” นักร้องสาวอีกคนส่ง สายตาริษยาไปยังนักร้องสาวอีกคนบนเวที

หญิงสาวบนเวที เธอมีใบหน้ารูปไข่ มองดูหมดจด ที่ดวงตาของเธอไม่จัดว่าสวยนักหรอก แต่แววตาของเธอนั้นสดใส ดุจแก้วเจียรนัย นั่นละมัง ทำให้ใครๆ พากันชอบเธอ

ดาวกำลังย่อตัวลง เพื่อรับมาลัยจากเสี่ยพุงพลุ้ยคนหนึ่ง

“มามะ หนูดาว ป๋าวรให้ตังค์เอาไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆ นะ” ชายหน้าตี๋ ร่างอ้วน ผิวขาว ในเสื้อสีปีกแมลงทับ ข้อมือสวมเลททองเส้นใหญ่

เขาคล้องมาลัยติดแบงค์ห้าร้อย ๔ ใบ

“เดี๋ยวนะหนู” เสี่ยคนเดิมหยิบธนบัตรใบละหนึ่งพันบาท ๓ ใบ บรรจงม้วนจนเล็กจิ๋ว

เขาสอดธนบัตรนั้นใส่ในร่องอกอวบอิ่มของดาว

วันนี้ ดาวสวมชุดราตรีเปิดไหล่ สีแดงเพลิงประดับด้วยเลื่อมพรายหลากสีนั้น ยิ่งขับให้ผิวของเธอดูขาวนวลยิ่งขึ้น

“ขอบคุณมากค่ะป๋า” ดาวกระซิบที่ข้างหูของเสี่ยใจป้ำคนนั้น

หน้าสุขา

“พี่ชัย วันนี้พี่ช่วยชั้นเหมือนเดิมนะ แล้วชั้นจะแบ่งเงินให้เหมือนเดิม”

ดาวส่งสายตาวิงวอนไปยังผู้ชายที่กำลังยกลังเบียร์เปล่าเก็บเข้าที่

“เออ ไปทำงานเหอะ แล้วจะจัดการให้” ชัยพยักเพยิดส่งสัญญาณให้ดาวกลับเข้าไปข้างใน

ข้างเวที

“ดู นังดาวสิ ชั้นว่าวันนี้คงไม่รอดมือเสี่ยแน่ เห็นป้อมาหลายวันละ” นักร้องสาวคนเดิมยังคงนินทา ดาว ไม่เลิกรา

“นั่นสิพี่ สมมติว่ารอดมือเสี่ยหมูอ้วนนั่นได้ ชั้นว่าก็คงเปลืองตัวน่าดู” บริกรสาวคนเดิม มองไปที่นักร้องคนสวย

ขณะเดียวกัน มือของเสี่ยวร ดูราวกับยอดตำลึง ที่ซอกซอนไปตามร่องไม้เพื่อเกาะเกี่ยวอยู่พัลวัน

แม้มือไม้ของดาวจะพยายามปัดป้องไว้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก

“ป๋าคะ มาดื่มต่อเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูรินให้นะคะ” ดาวเทเหล้าฝรั่งแสนแพงลงในแก้วแล้วยัดใส่มือเสี่ยวร

ลานจอดรถ

“ดีนะครับ ที่วันนี้ มีคนขับรถมาด้วย เพราะว่าเมาไม่ขับนะคร้าบบบบ เสี่ย” ชัยลากเสียงยาว พลางดันตัวเสี่ยอ้วนเข้าไปในรถ

“น้องดาว ปายหนายล่า ม่ายมาโส่งป๋าเร้อ เอิ้กก” เสี่ยอ้วนยังคงพร่ำหานักร้องคนสวย ในขณะที่ส่งเสียงคล้ายจะสำรอกเอาของเก่าออกมาอยู่ตลอดเวลา

“ดาว เค้าอ้วกแตกไปแล้วครับเสี่ย กินเหล้ามากไปหน่อย เป็นผื่นแพ้แดงไปหมด แล้วก็อ้วกแตกอยู่ในห้องน้ำโน่นแน่ะครับ” ชัยโกหกตามที่ดาวสั่งเอาไว้

หน้าอพาร์ทเม้นท์

“ขอบคุณพี่มากนะ อ่ะ นี่ชั้นแบ่งให้” ดาวส่งเงินเป็นธนบัตรใบละห้าร้อยกับหนึ่งพันบาทอย่างละใบให้ชัย

“เออ พี่เอาแค่นี้แหละ ขอบใจเอ็งมาก” ชัยเอาธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทยัดใส่มือดาว

“รับไว้เถอะพี่” ดาวพยายามส่งเงินให้ชัย แต่เขาไม่ยอมรับ

“เอ็งเก็บไว้เถอะ ข้าก็ไม่ได้ทำอะไรมาก เอ็งซะอีกเปลืองเนื้อเปลืองตัว โดนมันจับโน่นจับนี่ แล้วนี่เมื่อไหร่จะเรียนจบล่ะ จะได้ไม่ต้องมาทำงานอย่างนี้แล้ว” ชัยซัก

“เดือนมีนา ปีหน้าก็จบแล้วล่ะพี่ ชั้นจะตั้งใจเรียนให้จบให้ได้ ถ้าเราเรียนสูงๆ เราก็เลือกทำงานที่ดีกว่านี้ได้สบายๆ” สายตาของดาวมุ่งมั่น “แล้วเจอกันวันจันทร์นะพี่”

ดาวยืนมองชัย เขาขี่รถมอเตอร์ไซค์ลับสายตาไปแล้ว

ในห้องพัก

ผ้าม่านหน้าต่างผืนหนาปิดสนิท แม้แสงไฟก็ไม่เห็น

“จะได้กลับบ้านแล้ว” ดาวเปิดม่านหน้าต่างออก เหม่อมองออกไป “ไม่เห็นมีดาวเลยนะ”

ดาวยืนอยู่อย่างนั้นจนใกล้รุ่ง

ออกเดินทาง

สถานีรถไฟหัวลำโพง เวลา ๕.๐๐ น. ของ วันเสาร์ที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๐

‘คนเยอะจัง ใครๆ ก็พากันกลับไปเลือกตั้ง’ ดาวครุ่นคิด มือกระชับกระเป๋าไว้แนบตัว ด้วยกลัวมิจฉาชีพฉกฉวยไปได้

‘บ้านนั้นมากันตั้งหลายคนเลย ทั้งยายหลาน พ่อแม่ น่าสนุกดี’

เสียงนายสถานีประกาศให้ผู้โดยสาร เตรียมสัมภาระให้พร้อมก่อนที่รถไฟจะเข้าเทียบชานชาลา

เวลา ๖.๐๕ น. รถไฟ กรุงเทพฯ – หนองคาย ออกจากสถานีหัวลำโพง

ระหว่างทาง

รถไฟขบวนนี้แน่นขนัดไปด้วยผู้คน

ตั๋วรถไฟชั้นสาม ทำให้ดาวต้องเร่งหาที่นั่ง แต่เป็นเพราะเธอมาคนเดียวจึงหาที่นั่งได้ง่ายหน่อย

แต่จะบอกว่าฟ้าแกล้งหรือเปล่า ไม่รู้ได้ กลุ่มคนที่เธอเลือกมานั่งด้วยนั้น กำลังเมาเหล้าได้ที่ทีเดียว

‘ต้นข้าวในนาตลอดทางมีหลายสี ตรงโน้นออกรวงสีทองอร่าม สวยจัง’ ดาวพยายามเสมองออกไปนอกหน้าต่าง ทำทีเป็นสำรวจธรรมชาติไปเรื่อยๆ

“เอ้า กินๆ เดี๋ยวตอนเย็นจะอดกินแล้วนะ คืนหมาหอน เค้างดขายเหล้า แต่ว่าข้าฉลาดกว่า ซื้อมาตุนไว้แล้ว ๓ กลม มาๆ กินๆ ๆ ๆ ๆ” น้ำเสียงเมามายของชายคนนั้น ดึงดูดตำรวจรถไฟให้มาดูแล

“ถ้าไม่หยุดกินเหล้า ก็เอาเหล้ามา ผมจะริบเหล้าเอาไว้ เพราะพรุ่งนี้เป็นวันเลือกตั้ง เมามายอย่างนี้จะไปเลือกตั้งยังไงไหว” ลงท้าย ตำรวจริบเหล้า ๓ กลมที่เหลือไปหมดแล้ว

บ้าน

จวนจะ ๑๗.๐๐ น. แล้ว

ดาวลงจากรถไฟที่สถานีบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น

แล้วนั่งรถรับจ้างต่อไปถึงจนบ้าน

“หวัดดีแม่ พ่อจ้า” หญิงสาวยกมือไหว้พ่อกับแม่ที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน แล้วโผเข้าไปกอดบิดาที่ยิ้มแก้มปริอยู่

“มาแล้ว ลูกรัก” แม่ทักทายลูกสาว

“ไปอาบน้ำ แล้วมากินข้าวกันนะ” น้ำเสียงพ่อเอ็นดูลูกสาวยิ่งกว่าสิ่งใด

ไม่นานนัก วงข้าวก็ตั้งสำรับพร้อมแล้ว

ดาวกินข้าวเหนียวจิ้มแจ่วบอง แถมด้วยผักแกล้มหลายอย่าง

“แม่ไปเอาปลามาจากไหน” ดาวหยิบปลาส้มที่ทอดแล้วมาใส่ในจานของตัวเอง และส่งให้เดือนผู้เป็นน้องสาวด้วย

“ยายหนา เอามาให้เมื่อวันก่อน” แม่ส่งปลาไปให้พ่อ

บรรยากาศอาหารเย็นที่บ้าน ทำให้ดาวเป็นสุข

เช้าวันใหม่

วันอาทิตย์ที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ เวลา ๘.๔๐ น.

ดาว เดือน แม่และพ่อ เดินไปที่วัดใกล้บ้าน ที่นั่นถูกจัดให้เป็นหน่วยเลือกตั้งของตำบล

ดาวไปตรวจรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่กระดาน ให้พ่อกับแม่

“รออยู่นี่ล่ะ อายุยังไม่ถึงเลือกตั้ง” แม่บอกเดือน

แล้วสามคนพ่อแม่ลูก พากันเดินเข้าไปลงชื่อรับบัตรลงคะแนน

คูหาเลือกตั้ง

ดาวก้มลงไปบนโต๊ะแล้วตัดสินใจจรดปากกาลงบนบัตรลงคะแนน

‘เอาละ จะทำหน้าที่ของประชาชนละนะ’ ดาวนึกในใจ

หลังจากหย่อนบัตรลงคะแนนลงในหีบบัตรแล้ว ดาวเดินกลับมาหาเดือนที่ยืนรออยู่ด้านนอก

“แม่ทำท่าแปลกเนอะ ทำอย่างกับไม่เคยเลือกตั้ง” เดือนเอ่ยแซวขึ้นมาก่อน

“อือ คงตื่นเต้นน่ะสิ” ดาวพูดกลั้วหัวเราะ ด้วยเห็นภาพแม่ผลุบโผล่ในช่องลงคะแนน

“ดูพ่อสิ ไม่เห็นออกมาซักที” เดือนเริ่มบ่น มองเห็นพ่อก้มอยู่ในคูหาของตัวเอง

ทั้งครอบครัวทำหน้าที่ของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยแล้ว ก็พากันเดินกลับบ้าน

แคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน

“เราทำหน้าที่ของเราเรียบร้อยแล้ว” ดาวพูดแล้วยิ้มให้พ่อ มือก็บีบนวดพ่อไปด้วย “ทีนี้รอก็แต่ผลนับคะแนน”

“มารอดูกัน ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของบ้านเราจะเป็นใคร” พ่อพูดทั้งที่ยังหลับตาอยู่

“เรียกเต็มยศเลย เรียก ส.ส. เฉยๆ ก็ได้นี่พ่อ แถมยังทำเสียงเหมือนพ่อใหญ่จิ๋วในสภาโจ๊กอีก” เดือนแซวพ่อ

แม่เดินมาจากหลังบ้าน ถือจานใส่ขนมฝอยทองที่ซื้อมาจากตลาดเมื่อเช้านี้วางลงบนแคร่

“น่ากินจังเลยแม่จ๋า” ดาวทำเสียงอ้อนแม่ มือก็เอื้อมมาที่จานขนม

“แนะ ไปล้างมือก่อน” แม่ดุ

“หนูกินก่อนละกัน” เดือนหัวเราะ ทำท่าจะหยิบขนมมากิน

‘ถ้าเลือกได้ ขอกลับมาอยู่บ้านกับพ่อแม่ดีกว่า’

ดาวมองคนในครอบครัวกำลังพูดคุยหยอกเอินกันสนุกสนาน

สถานีรถไฟ

เช้าตรู่วันจันทร์ที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๐

พ่อกับแม่มาส่งดาวที่สถานีรถไฟบ้านไผ่

ทั้งสาม ล่ำลากัน แม่ร้องไห้

“นี่แม่ ลูกยังไม่เห็นร้องไห้เลยนะ” น้ำเสียงของพ่อนั้นเจือเสียงหัวเราะไว้ด้วย

ดาวกราบพ่อที่อก แล้วมากราบแม่ต่อ

เธอกอดแม่ไว้นาน “สงกรานต์ปีหน้า หนูจะเอาข่าวดีมาฝากนะแม่”

ระหว่างทาง

จาก บ้านไผ่ เวลา ๙.๒๐ น.

รถไฟขบวนนั้น ตอนนี้แน่นขนัดไปด้วยผู้คน

ดาวหาที่นั่งได้แล้ว

‘ต้นข้าวในนาตลอดทางมีหลายสี ตรงโน้นออกรวงสีทองด้วย นั่นเขากำลังเกี่ยวข้าวกันอยู่’

ดาวชมธรรมชาติอย่างเพลิดเพลินไปตลอดทาง จนถึงกรุงเทพฯ เวลา ๑๗.๕๐ น.

ชุมทาง

รถไฟเข้าเทียบชานชาลาที่ ชุมทางบางซื่อ ดาวเลือกลงสถานีนี้ เพราะใกล้ที่พักมากกว่า

ดาวมองดูพาหนะที่พาเธอมาที่นี่

รถไฟวิ่งหายเข้าเมืองไปแล้ว

มีรถไฟอีกขบวนวิ่งออกจากเมืองมา

ผู้คนอีกมากมายขึ้นไปหาที่นั่ง มองดูชุลมุน

รถไฟกำลังจะนำชีวิตทั้งหลาย ให้ออกห่างจากเมืองใหญ่ ในไม่กี่อึดใจนี้

‘พวกเขาจะไปไหนกันนะ กลับบ้านหรือเปล่า’ ความคิดนี้แล่นผ่านหัวใจของดาว

อาจเป็นเพราะเธอเพิ่งกลับมาจากบ้านก็ได้

ดวงตาเหม่อมองดูรถไฟขบวนนั้น แต่มันกลับถูกม่านน้ำตาห่อหุ้มไว้ทั้งขบวน

ห้องพัก

ประตูเปิดออก มีแสงสว่างทะแยงเข้าห้องไปตามฉากของบานประตู

แสงนั้นทอดลงบนเตียงนอน จนแลเห็นผ้าปูที่นอนลายกระต่ายที่คุ้นเคย

ประตูปิดลงแล้ว

ความมืดเข้ามาแทนที่

ดาวไม่ได้เอื้อมมือไปเปิดไฟ

‘ฉันชอบอยู่กับความมืดมากกว่า หรือเป็นเพราะฉันชินชากับมันนะ’

เสียงความคิดของดาว บ่งบอกนิสัยบางอย่างของเธอ

‘ฉันฉีกยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่ง เพื่อให้เสียงที่ออกไปฟังดูยินดี’

นั่นเอง ที่เธอได้มาจากการใช้เวลาหลายปี ลืมตาตื่นมองดูโลกในโมงยามของรัตติกาล

คาเฟ่

“ส่งความรักไปให้ เธอมองเห็นบ้างไหม คนดี
เท่าที่มีเพียงหัวใจ จากคนไกลหลายล้านปีแสง…”

สิ้นเสียงร้องของดาว มีเสียงปรบมือดังขึ้น

“แขกน้อยเนอะ แต่เสี่ยอ้วนนั่นก็มาอีกแล้วล่ะ” บริกรสาวนางหนึ่งเริ่มบทสนทนา

“หึ หึ นังดาว ชั้นว่า คืนนี้คงจะไม่รอดแน่ๆ” สายตาริษยาของนักร้องสาวถูกส่งไปยังนักร้องสาวคนสวยบนเวที

ดาวย่อตัวลงเพื่อรับมาลัยซึ่งติดธนบัตรใบละพันอยู่หลายใบ จากเสี่ยวรเจ้าประจำนั่นเอง

ในแสงสลัวเลือนราง ดาวฉีกยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่ง

เธอกระซิบที่ข้างหูของเสี่ยใจป้ำคนนั้น “ขอบพระคุณค่ะป๋า ที่กรุณา”

———–

หมายเหตุ :

เรื่องนี้ เขียนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2550 แต่อนิจจา…เขียนไม่จบสักที…

ความตั้งใจแรก – จะนำส่งไปยังหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เพื่อทดสอบอะไรบางอย่าง

แต่แล้ว… การทำงานช้ายังอยู่คู่ในเลือดเนื้อเช่นเคย “พ่ายแพ้ตัวเอง นี่มันยิ่งร้อนรนนะ”

ความตั้งใจอีกอย่าง – ในบทสนทนาระหว่าง พ่อแม่ลูก อยากจะเขียนออกมาเป็นคำพูดแบบภาคอีสาน แต่ก็ “หมดปัญญา”

ท่านผู้ที่ผ่านมาอ่าน กรุณานึกถึงสำเนียงและถ้อยคำอีสานเข้าไว้ จะเป็นพระคุณยิ่ง ^^

15 comments
  1. ชอบเพลงค่ะพี่เอี้ยง อ่านแล้วละลายคะ
    แล้วก็เกลียดป๋าแบบในเรื่องจังคะ 🙂

  2. ningnung said:

    ก๊อก ๆ ๆ
    แวะมาเยี่ยมเจ้าค่ะ
    เพิ่งรู้ว่าคุณแพทเปิดบล็อกด้วย
    ตกลงหันมาจับปากกาเขียนนิยายหรือคะ
    ตกลง “ดาว” จะรอดพ้นมือเสี่ยหรือเปล่าหนา
    รอลุ้น รอลุ้น

  3. อาจจะไม่ใช่ดาวที่สว่างบนฟ้า
    อาจจะไม่ใช่ดาราที่เจิดจ้ายามฟ้าหม่น
    อาจเป็นแค่ดินธรรมดาที่จำต้องทน
    แต่ก็เป็นคนที่เลือกได้ว่าวันหนึ่ง “ฉันต้องเป็นดาว”

    55+ กลอนประหลาดๆ แต่ออกมาทันทีหลังจากที่อ่านจบ
    เมย์ว่านะคะ ศักดิ์ศรีของคนนั่นล่ะ ที่ทำให้ดาวเจิดจรัสได้

  4. pattararanee said:

    ไปเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต มาแล้วจ้า

    หุ หุ หุ

    ไปทำหน้าที่ของประชาชน เหมือน ดาว เลยเรา

    สวัสดีท่านเจ้าของสวน

    ขอบคุณมากค่ะ ที่แวะมาเยี่ยม

    มาบ่อยๆนะคะ
    ^^

    น้องเมย์
    แต่งกลอนเก่งจังเลยค่ะ

    น้องต้อมเอ๋ย
    อะไรกัน อาการอย่างนั้นน่ะ อินเลิฟรึนั่น
    5555+

  5. ชีวิตเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะใช้ชีวิตได้
    จะเลือกถูก เลือกผิด ก็ว่ากันปายยยยยยย

    แต่ใครเป็นคนตัดสินล่ะว่าถูก หรือผิด
    รึว่า!!!!!! ท่านเปา ??????? ^^

  6. pattararanee said:

    ท่านฝันฯ
    โผล่มาไม่ให้สุ้มให้เสียง
    ต๊กกะใจ หมดเลยท่าน
    —–
    ท่านเปาฯ เหรอ???
    อาจจะใช่ก็ได้นะท่าน
    ข้าพเจ้าว่านะ…
    ถ้าหน้าดำล่ะก็
    “ช่ายยยยยเลยยยยยยย”
    (ทำเสียงเหมือน นักร้องคนนั้นด้วยนะ – ใครหว่า???)
    ^^

  7. แขก said:

    แสงดาว เธอป่วยเป็นโรคลูคีเมียระยะสุดท้าย…
    ม่ายช่าย!!! คนละดาว
    หรือจะเป็นชีวิตของดาว มยุรี?
    คงไม่ใช่เหมือนกัน
    จะชีวิตของใครมันก็เลือกได้ทั้งนั้นแหละ
    อยู่ที่ว่าจะเลือกนอนปลักหรือเลือกคลุกฝุ่น
    อ่ะนะ (อิงจาก entry ที่แล้วซะเลย)

    ว่าแล้ว ก็นึกถึง Stardust
    ดาวตก แต่ชีวิตไม่ตกนะ แฮ่ๆ

    ปล.ไม่ต้องเขียนเป็นคำอีสานดอก
    แม้แต่คนอีสานยังผันเสียงให้เป็นตัวเขียนยาก ฮ่วย!

  8. pattararanee said:

    Stardust

    เราชอบหนังเรื่องนี้

    ถ้าทำหนังออกมาให้ “เด็ก” ดูง่ายกว่านี้
    มันจะดีมากเลย

    (ก็มันมาจากวรรณกรรมสำหรับเยาวชนนิ)

    ว่าแต่พี่แขก ชอบ ปลัก หรือว่า ฝุ่นล่ะคะ ^^

    ฮ่วย! แฮรี่ ก็ต้องรอไปก่อนนะ
    พรุ่งนี้คงถึงมือ … หวังว่างั้นนะ

  9. นายหมูตุ้ย said:

    ได้เลือกอะไรหลายๆอย่างเหมือนกันครับช่วงที่ผ่านมา
    มีทั้งดีและแย่ มันก็เกิดจากการเลือกของเราทั้งนั้น
    แต่อย่างน้อยก็ดีครับว่าเรายังสามารถ”เลือก”อะไรได้เหมือนกัน
    ไม่ตีบตันไปซะทุกทาง :]

    ปล. แม่น เอ้ย ใช่ๆพี่แขก พูดง่ายกว่าเยอะ แม่นบ่อ

  10. "อิ๊ว" said:

    พักหลังมานี่…ฝีมือจวนจะเข้าชั้นเทพแล้วนะเนี่ย ^^

  11. pattararanee said:

    หุ หุ หุ น้องนายหมูหวานคะ แม่นน่ะ หมอดู แม่นๆ นะคะ ^^

    ชีวิตเราเลือกได้สิคะ ว่าจะ “เดินหรือวิ่ง”

    ไงก็สู้ๆ เน้อ

    —-
    ป๋า หมอ อิ๊ว

    ช่วงนี้ดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษหรือเปล่าเอ่ย ^^

    ส่วนเรื่องฝีมือนั้นหนา

    ยังห่างไกลชั้นที่ว่า อยู่อีกหลายเท่าตัวเชียวล่ะ

    แต่ก็ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ ^^

  12. การไม่เลือก คือการเลือกอย่างหนึ่ง (ใครพูดไว้ไม่รู้)

    พุ่งนี้จะกลับไปเลือกค่ะ

    เหมือนกับที่เคยเลือก และไม่เลือกให้กับชีวิต

    ดูเหมือนเลือกในครั้งนี้มันดูคลุมเครือๆไงไม่รู้

  13. แต่งกลอนแบบเอาตัวเองไว้ก่อนค่ะ
    ไม่รู้เหมือนกัน ให้มันลงท้ายเหมือนๆกันเข้าไว้ 55+
    อ่านแล้วเหมือน เดอะสตาร์ จริงๆ

  14. อ่านแล้วชอบเรื่องนี้ครับ แต่ผมไม่กล้าcommentหรอกนะ เพราะเราใช่เทคนิคในการเล่าเรื่องต่างกัน ซึ่งเทคนิคนี้ผมว่าคุณใช้มันได้ดีกว่าผมนะ สู้เขานะนกผู้มีใจใฝ่อิสระ แม้จะแตกดับไปแล้วก็ยังก่อกำเนิดเกิดใหม่ได้จากกองเถ้าธุลี

  15. pattararanee said:

    น้องบีม – เลือกตั้ง แล้วใช่ป่ะ รู้ผลแล้วด้วยนิ อ่ะ รอเค้าจัดตั้งรัฐบาลแป๊บนึงนะ 555+

    —-

    น้องเมย์ – เก่งนะคะ ช่างคิดดีจ้า ^^

    —-

    ท่านพี่รุ้ง…อวบ
    ขอบพระคุณที่แวะมา
    และ ดีใจ ที่พี่ชอบเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เจ้าค่ะ
    (ไอเราก็แพร่มไว้ล้นบ้าน มันต้องมีอันที่ถูกใจซักอันสิน่า ^^ )
    เทคนิคการเล่าเรื่องเนี่ย
    มีสอนกันที่ไหนเหรอคะ เทคนิค เทคโน เทคโนโลยี วิทยาลัยไหนน่ะ จะตามไปเรียนจ้า อิ๊อิ๊
    ภาพถ่ายของท่านพี่นั่นล่ะก็นะ
    เราชอบมุมที่ “ดูแล้วต้องคิด” เพราะมันไม่ใช่แค่สวยอย่างเดียวไงเล่า มันสวยแล้วยังฉลาดอีกด้วย 555+

    สู้ต่อไป (เช่นกัน) นะคะ ท่านพี่รุ้งฯ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: