หายใจคนละชั้น (อีกครั้ง)

****
July 03

หายใจคนละชั้น

ข้อความที่โปรยไว้บนหัวเอ็มเอสเอ็น ของชายหนุ่มคนหนึ่ง ผู้เป็นเจ้าของหนังสือทำมือ “กลับเศษเป็นส่วน”

“คนละชั้นบรรยากาศ” ข้อความนี้มันกระแทกต่อมเศร้าให้ทำงานได้ฉับพลัน
ความรู้สึกมันคล้ายกับเจ้าอาการปวดปากแผลที่เพิ่งโดนมีดบาดมาหมาดๆ ที่เลือดยังไหลซึมซิบซิบ

คนละชั้น
ตีความหมายแบบกำปั้นทุบดิน คนละแห่ง คนละที่…
คนละบรรยากาศ
มันก็เป็นเจ้าคนละแห่ง คนละที่…อีกเหมือนเดิม แต่แถมช่วงเวลาของการหายใจเข้าไปอีกนิดหนึ่ง
คนละคน
ก็แน่นอน หัวใจคนละกำปั้น… หัวใจที่ไม่เหมือนกัน

คนละชั้น
ตีความตามระเบียบคนคิดมาก
มันก็เป็น ฐานะ ระดับชนชั้น ระดับมันสมอง และอื่นๆ อีกมากมาย
คนละห้วงบรรยากาศ
หายใจกันในคนละแห่ง
มันเหมือนมองเห็นอีกคนเดินอยู่บนเส้นขนานตรงหน้า
ไม่แม้เสี้ยววินาที จะได้ใช้ออกซิเจนในบรรยากาศเดียวกัน

เอาล่ะ ถ้าเป็นอย่างนั้น…หายใจด้วยโอโซน กับ หายใจด้วยหัวใจ
อย่างไหนมันดีกว่ากันหนอ

พอเจอเข้ากับ “คนละชั้นบรรยากาศ”
บางวินาที มันอาจจะรู้สึกเจ็บเหมือนโดนขวดปากฉลามแทงพุงจนเลือดสาดก็ได้

พอหายใจคนละชั้นกัน
มันก็ต่าง ยิ่งห่าง ยิ่งต่าง ก็ยิ่งรู้สึก…

++++

ข้อความเก่า…ถูกนำกลับมาเล่าใหม่
เพราะวันนี้ ฉันรู้สึก…

แม้ว่ามันจะผ่านมาหลายวันแล้ว
หากว่า ความรู้สึก กลับเหมือนถูกตรึงให้แน่นขึ้น
และแน่นยิ่งขึ้น เมื่อปลายแหลมของคำต่างๆ ที่ทิ่มแทงนั้น ดุจปลายเข็มหมุดที่ผลัดเวียนกันเข้ามาในหัว

ฉันว่าฉัน… เป็นเหมือนคนที่อยู่ในระดับ จัณฑาล ตามระบบวรรณะของอินเดีย อย่างไรอย่างนั้น
จะให้พูดคุยกับชนชั้นพ่อค้า ก็ออกจะกระดากอาย
แค่แอบฟังเขาคุยกัน ฉันยิ่งหน้าแดง แม้ในความมืดก็เถอะ

นานแล้วที่ฉันเคยรู้สึก…เหมือนมองเห็นอีกคนเดินอยู่บนเส้นขนานตรงหน้า
ไม่แม้เสี้ยววินาที จะได้ใช้ออกซิเจนในบรรยากาศเดียวกัน

ทว่าเวลานี้ ฉันก็หายใจอยู่ระดับเดียวกัน
แต่อะไรหนอที่มากีดขวางให้ฉันต้องออกห่าง ประหนึ่งอยู่กันคนละชั้นบรรยากาศเยี่ยงนี้
เพียงเพราะฉันไม่มีความรู้เท่าทันกันใช่ไหม
เพียงเพราะฉันพูดคนละภาษาหรือเปล่า
เพียงเพราะฉันไม่เข้าใจคำพูดเหล่านั้น หรือไม่ใช่

ไม่ว่าจะเป็นเพราะสาเหตุใด
ฉันก็รู้สึกไปแล้ว

ว่า…แม้ในชั้นบรรยากาศเดียวกัน แต่พอมองเห็นว่าตัวเองนั้นต่ำต้อย…ดูด้อยค่ากว่าเขาแล้ว
มันก็ให้ความรู้สึกต่าง ยิ่งห่าง ยิ่งต่าง ก็ยิ่งรู้สึก…

7 comments
  1. ความรู้สึกต้อม… พี่เอี้ยงหายใจอยู่ชั้นบนคะ

    ต้อมรู้สึกอยู่ ทุกเมื่อเชื่อวันคะ

    รอบๆ ตัวต้อมเอง มีแต่คนหายใจชั้นบนๆ กันหมด
    ทุกที่จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ออฟฟิศ หรือแม้กระทั่งฟลาเนอร์ก็ตาม

    มีใครหลายคน เคยบอกว่า
    อย่าดูถูกตัวเอง ก็เข้าใจในประโยคนั้น
    และก็ไม่เคยดูถูกตัวเอง เพียงแต่เข้าใจศักยภาพของตัวเองดี

  2. อ่าน entry นี้แล้ว รู้สึกเศร้าๆ จังคะ

  3. jummdcu said:

    สิ่งต่างๆ มันไหลไปตาม “ความรู้สึก” แม้กระทั่ง “การหายใจ”
    อืม..เจ้าความรู้สึกนี่ มันทำให้เราหายใจโล่งก็ได้
    แต่บ่อยครั้ง มันก็ทำให้เราหายใจติดขัด

    ไม่ว่าจะอยู่ในชั้นบรรยากาศใดๆ
    เราก็ให้เพื่อน รู้สึกดีดี ได้ในเร็ววันนะ (อาการป่วยจะได้หายเร็วๆด้วย)
    เราไม่รู้ว่า เราอยู่ชั้นไหนของบรรยากาศ
    แต่เราขอเอาอากาศในชั้นโอโซน มาปล่อยไว้แถวๆนี้ละกัน

    หายวันหายคืน ดีวันดีคืนเน้อ
    (ตอนนี้เราเริ่ม “ให้” ใครๆได้แล้ว อาจเพราะเราหายใจโล่งขึ้นแล้ว ก็เป็นได้)😀

  4. แขก said:

    จัณฑาลจะเข้าสังคมกับคนต่างชั้นไม่ได้
    แล้วเราก็รู้ว่า เราไม่ใช่จัณฑาลแน่นอน
    เราเป็นพวกไพร่! เป็นไพร่ธรรมดาๆ นี่แหละ
    หากเราเกิดเป็นจัณฑาล
    แล้วคนที่อยู่ต่ำกว่าเราจะเป็นอะไร
    เป็นขี้เท้าของจัณฑาล?
    งั้นเราจะไปแบ่งให้เขาอยู่คนละชั้นกับเราเพื่ออะไร
    ความจริง โลกมันก็มีชนชั้น
    แม้กระทั่งในโลกทุนนิยม
    แต่มันไม่ใช่แก่น
    เราน่าจะมองมันเป็นเพียงความแตกต่าง
    เราไม่เหมือนกับเขา เขาแตกต่างกับเรา
    แต่ไม่ได้หมายความว่า เราหายใจในชั้นบรรายากาศที่ต่ำกว่า

    “ไปเนปาล ไปหายใจในที่สูงๆ” : )

  5. สิ said:

    อ่านของพีเอี้ยงแล้วนึกถึงหน้าไดอารี่หน้านึงที่เขียนไว้ตอนอายุ13

    ช่วงนั้นเพลงฮิตที่ได้ยินแทบทุกวันคือเพลงacrophobia
    ของpenguin villa
    “ก็บนนั้นมันช่างสูงได้ยินมั้ยคุณ ได้โปรดลดลงมาหากันหน่อยนะครับ”

    เนื้อหาของเพลงเหมือนเรื่องของพี่เอี้ยงเลยแฮะ
    อยู่กันคนละระดับ
    สิเขียนไดอารี่ไว้ว่า

    “มันก็เหมือนเวลาที่เราปีนขึ้นบันไดไม้ชันๆ
    ตอนเวลาขึ้น เราก็รู้สึกกลัวและคิดว่ามันสูง
    เพียงแค่เราไม่มองลงไป มันก็คงไม่น่ากลัวสักเท่าไหร่
    นี่เป็นกรณีที่ฝ่ายชายต้องปีนขึ้นไป (ตามในเพลงน่ะ)

    แต่ลองคิดดูกลับกันอีกฝ่าย
    ความจริงแล้วอีกฝ่ายอาจจะกลัวความสูงเหมือนกัน
    แต่ต้องจำใจอยู่บนนั้นไปตลอดก็ได้
    ลองคิดในมุมนี้ หากกลัวความสูง เราว่า เวลาที่ลง
    มันน่ากลัวกว่าตอนขึ้นเยอะ เพราะอย่างน้อย
    เราก็มองเห็นความสูง อยู่ตลอดเวลาที่ลง”

  6. pattararanee said:

    ขอบคุณทุกความคิดนะคะ
    .
    สำหรับต้อม ก็อย่างที่บอก พี่ว่า เรามันก็ระดับเดียวกันแหล่ะ อย่าคิดมากซีน้อง
    .
    สำหรับเจ๊ ตอนนี้หายใจโล่งนะ ไม่ติดขัดหรอก แต่… แค่ลำบากใจเท่านั้นเอง ที่ต้องอยู่ในบางสถานการณ์ที่ เราไม่สนุก ^^
    .
    จิ๊บ โตเกินวัย แต่พี่อยากเรียกว่า แก่แดดแก่ลม ที่ต้อง “แก่แดดและแก่ลม” ด้วย ก็เป็นเพราะ เหมือนจิ๊บเป็นต้นไม้โตแล้วเลยนะ ไม่ต้องดัดมันมากแล้ว (ยกเว้น ตอน ง่วงนอน 555+)
    มันก็คงจะจริงน่ะล่ะ ที่ว่า ขาลง มันอาจจะเสียวกว่าก็ได้ ^^
    .
    พี่แขก อ่านแล้วเหมือนโดนเขกกะโหลกเลยอ่ะ
    โดยปกติ เราไม่ชอบเปรียบเทียบหรือรู้สึกอะไรๆ กับสิ่งไกลตัวหรอก
    มันมักเกิดกับสิ่งรอบตัว หรือ บรรยากาศในระยะประชิดน่ะ
    แหะๆ เนปาล เหรอ งึมมมมๆ แพ้ที่สูง ทำไงดีอ่ะ ^^

  7. คงไม่สำคัญว่าเรากำลังหายใจอยู่ชั้นไหน
    ตราบใดที่เรายังหายใจ…
    ได้ด้วยจมูกของเราเอง!

    สู้ๆ ครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: