อยากเขียนได้อย่างนี้บ้าง

เช้าวันนี้ คลิกเข้าเวบต่างๆ มากมาย และเข้าไปดูเวบที่เข้าอยู่เป็นปกติ จุดประกาย วรรณกรรม

เจอนามปากกาคุ้นตา นึกได้ว่าเห็นบ่อยใน ร้านกล้วยปั่นก้นซอย ของ ท่านดิน น่ะเอง

ขออนุญาต คุณประทีป จิตติ นำมาแปะไว้นะท่านนะ

จุดประกาย วรรณกรรม
ปีที่ 20 ฉบับที่ 7087 วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

เรื่องสั้นไทย : เวลาดีของวัน

ประทีป จิตติ

– ๑ –

ประตูห้องพักเปิดและปิดอย่างรวดเร็ว แสงไฟสว่างวาบพร้อมกับเสียงเครื่องปรับอากาศครางครืนๆ แทนขวัญสลัดรองเท้าส้นสูงให้หลุดจากเท้าแล้วเขี่ยเข้าไปที่มุมห้อง ปรี่มาที่โต๊ะเครื่องแป้งข้างเตียงนอนวางกระเป๋าสะพายและพวงกุญแจ เดินย้อนไปยังเครื่องรับโทรทัศน์ที่อยู่ตรงข้ามปลายเตียง เสียบปลั๊กกดสวิตช์ จอภาพสว่างวาบ หยิบรีโมตฯ กดหมายเลขช่องที่ต้องการทันที

เธอเผยอยิ้มอย่างยินดีที่ ‘อาญาพิศวาส’ กำลังดำเนินเรื่องอยู่ กลับมาทิ้งตัวลงบนฟูก เอนหลังพิงพนักเตียง เหยียดแข้งเหยียดขาสองมือกอดอกชมละครอย่างใจจดใจจ่อ

– ๒ –

เวลาเย็น, ในร้านอาหารลักษณะเปิดโล่งของโรงแรมหรูแห่งหนึ่งกลางเมืองหลวง ผู้คนเบาบางตา

กล้อง ๒ – ด้านหลังเจนนี่, โฟกัสใบหน้าของแรมเดือน สีหน้ายิ้มแย้ม

“แหม…รถติดเป็นบ้า ต้องขอโทษคุณน้องเจนนี่ด้วยนะคะ”

กล้อง ๑ – โฟกัสใบหน้าเจนนี่ด้านหน้า, อารมณ์หงุดหงิด เหยียดยิ้มที่มุมปาก

“ไม่เป็นไรค่ะคุณพี่เดือน เจนนี่มาก่อนเวลานัดเอง ใจมันร้อนน่ะค่ะ แล้วว่ายังไงคะ…แผนของคุณพี่ที่บอกน้องน่ะค่ะ ตกลงสำเร็จไหมคะ”

กล้อง ๒ – โฟกัสใบหน้าแรมเดือนด้านหน้า, ยิ้ม หัวเราะเบาๆ สายตามองไปบนโต๊ะอาหารที่มีน้ำส้มคั้นเพียงแก้วเดียว สองมือพัดโบกที่บริเวณลำคอ จับสาบเสื้อกระพือไล่ลมร้อนแสดงความไม่พอใจที่คู่นัดไม่เลือกนัดในห้องอาหารที่ติดเครื่องปรับอากาศ

“แหมๆ ๆ… คุณน้องเจนนี่ขา ใจร้อนจริงๆ นะคะ มีอะไรเย็นๆ ให้พี่ดื่มดับร้อนบ้างไหมคะนี่”

กล้อง ๑ – โฟกัสใบหน้าเจนนี่ด้านหน้า, ยิ้มแหยๆ

“เอ่อ… เจนนี่ขอโทษค่ะ มัวแต่ใจร้อนลืมไปเลยว่าคุณพี่เดือนเพิ่งมาถึง งั้น…รับเครื่องดื่มอะไรดีคะ บลัดดี้แมรี่ดีมั้ยคะ”

กล้อง ๒ – โฟกัสด้านข้างหญิงสาวทั้งสองเต็มตัว, แรมเดือนยิ้มกว้างแสดงความพอใจเมื่อได้ยินคำถาม

“แหม…คุณน้องเจนนี่นี่ละน้า ช่างรู้ใจพี่เสียจริงๆ งั้นก็ไม่ขัดละนะคะ”

เจนนี่ยกมือเป็นสัญญาณเรียกบริกรหนุ่มที่ยืนคอยบริการลูกค้าบริเวณนั้น, บริกรหนุ่มเดินเข้ามาหยุดที่ข้างโต๊ะ สองมือกุมเป้ากางเกง โค้งคำนับให้หญิงสาว

“บลัดดี้แมรี่หนึ่งดริ๊งค์”

บริกรหนุ่มโค้งรับคำสั่งแล้วเดินจากไป

กล้อง ๑ – โฟกัสใบหน้าเจนนี่ด้านหน้า, ถามด้วยความร้อนใจ

“ว่าไงคะคุณพี่ แผนของคุณพี่เรื่องที่จะช่วยเจนนี่กำจัดนางวลัยสำเร็จไหมคะ?”

กล้อง ๒ – โฟกัสใบหน้าแรมเดือนด้านหน้า, เหลียวซ้ายแลขวาแล้วพูดเสียงเบาพอให้คู่สนทนาได้ยิน

“มือชั้นแรมเดือนแล้วไม่มีคำว่าไม่สำเร็จหรอกค่ะ คุณน้องเจนนี่ขา ว่าแต่ว่า…” เกลือกตามองทางขวา “มันต้องมี…”

กล้อง ๑ – โฟกัสใบหน้าเจนนี่ด้านหน้า, ข้อศอกค้ำยันบนโต๊ะ ชะโงกหน้าเข้าหากล้องเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างแสดงความสงสัย

“มีอะไรหรือคะคุณพี่?”

กล้อง ๒ – โฟกัสใบหน้าแรมเดือนด้านหน้า, เกลือกตาขึ้นบนทางขวาแล้วพูดไม่สนใจคู่สนทนา

“ก็…ค่าใช้จ่ายนิดๆ หน่อยๆ น่ะสิคะคุณน้องเจนนี่ขา…”

กล้อง ๑ – โฟกัสใบเจนนี่ด้านหน้า, กอดอก หลังพิงพนักเก้าอี้ ยิ้มเหยียดที่มุมปาก

“แหม…เรื่องนั้นน่ะเจนนี่เตรียมไว้ให้แล้วล่ะคะ ที่ถามน่ะเพราะกลัวว่าจะมีปัญหาหรอกนะคะ”

กล้อง ๒ – โฟกัสใบหน้าแรมเดือนด้านหน้า, ยกสองมือโบกปัดพัลวัน

“เปล่าๆ ๆ ๆ คุณพี่มิได้คิดต่อว่าคุณน้องเลยนะคะ เพียงแต่อยากจะบอกคุณน้องว่าไอ้คนที่พี่ติดต่อใช้งานน่ะมันเรียกมากไปสักหน่อย คุณพี่กลัวคุณน้องจะไม่พอใจเท่านั้นเองหรอกนะคะ”

กล้อง ๑ – โฟกัสใบหน้าเจนนี่ด้านหน้า, ถามอย่างไม่ยี่หระกับราคาที่จะต้องจ่าย

“มันต้องการเท่าไหร่! เจนนี่ยินดีจ่าย”

กล้อง ๑ – ด้านหลังแรมเดือน โฟกัสที่บริกรหนุ่ม, โค้งคำนับ ยกแก้วบลัดดี้แมรี่จากถาดเงินวางบนโต๊ะตรงหน้าแรมเดือนแล้วเดินจากไป

กล้อง ๒ – โฟกัสใบหน้าแรมเดือนด้านหน้า, ยกแก้วบลัดดี้แมรี่ขึ้นจิบ ยิ้มอย่างพอใจ

“ห้าหมื่นค่ะคุณน้อง”

กล้อง ๑ – โฟกัสใบหน้าเจนนี่ด้านหน้า, สีหน้าตระหนกกับคำตอบที่ได้ยิน

“ห้าหมื่น! อะไรกันคะคุณพี่ ทำไมถึงมากมายขนาดนั้น?”

กล้อง ๒ – โฟกัสใบหน้าแรมเดือนด้านหน้า, ชักสีหน้าไม่พอใจกับคำถาม จีบปากจีบคอพูด

“แหม…คุณน้องขา ห้าหมื่นนี่ราคาคนกันเองนะคะ หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ถ้าคุณน้องตกลงจ่ายละก็…รับรองว่าพรุ่งนี้ไม่ถึงสายคุณนารินทร์จะได้รับภาพนางวลัยกำลัง…กำลัง…”

กล้อง ๑ – โฟกัสใบหน้าเจนนี่ด้านหน้า, ถามด้วยความสงสัย

“นังวลัยมันทำอะไรคะคุณพี่?”

กล้อง ๒ – โฟกัสที่ใบหน้าแรมเดือนด้านหน้า, แสร้งยิ้มเอียงอายพลางมองซ้ายขวา ยกมือขวาป้องปาก ลากเสียงยาว หัวเราะคิกคัก

“ก็กำลัง…กำลังกุ๊กกิ๊กกับชายชู้ของมันสิคะคุณน้องขา”

กล้อง ๑ – โฟกัสใบหน้าเจนนี่ด้านหน้า, หรี่ตาลงเล็กน้อย ยิ้มอย่างเห็นภาพตามคำบรรยาย

“งั้นดีล่ะ! คราวนี้พี่รินทร์จะได้เลิกสนใจมันซะที จากที่เคยเทิดทูนมันนักหนาคราวนี้ละนังวลัยเอ๊ย แกก็จะเป็นเพียงนังแพศยาสำหรับพี่รินทร์เท่านั้น!”

กล้อง ๒ – โฟกัสใบหน้าแรมเดือนด้านหน้า, หัวเราะกับความแคบคิดของคู่สนทนา

“ไม่ใช่กับแค่คุณนารินทร์เท่านั้นนะคะคุณน้องขา…แต่นังวลัยนี่น่ะจะเป็นหญิงแพศยาไปทั่วโลกเลยละค่ะ พี่จะส่งภาพของมันประจานไปทั่วอินเทอร์เน็ตเลยละค่ะคุณน้อง”

กล้อง ๑ – โฟกัสด้านข้างหญิงสาวทั้งสองครึ่งตัว, ทั้งสองหัวเราะระรื่นอย่างไม่อายสายตาของคนในร้านที่เหลือบมอง

/ตัดเข้าโฆษณา

โฆษณา ๑ – คอนโดมิเนียมหรูพร้อมระบบสาธารณูปโภคครบครันกลางเมือง ราคาเริ่มต้นที่ ๑.๕

ล้านบาท

โฆษณา ๒ – รถยนต์ยุโรปนำเข้ารุ่นล่าสุด ไม่ระบุราคาบอกแต่เพียงว่าดอกเบี้ย ๐.๐๐%

โฆษณา ๓ – โรลออนสำหรับสุภาพสตรี ประกาศสรรพคุณว่าใช้แล้วรักแร้จะขาวเนียนโดยมีภาพผู้แสดงสาวสวยหน้าใสยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ เผยให้เห็นวงแขนที่ขาวเนียนน่าสัมผัสสูดดมโดยมีผู้แสดงชายแสดงประกอบท่าทางดังกล่าว

โฆษณา ๔ – โทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ) รุ่นล่าสุดจากบริษัทซีกโลกเหนือ, ถ่ายภาพนิ่งและเคลื่อนไหวได้, ฟังเพลงได้ (แต่ใช้ไปซื้อข้าวกินไม่ได้) ผู้แสดงเป็นหนุ่มสาววัยรุ่นมิใช่วัยทำงาน สนนราคาไม่ได้ระบุ

โฆษณา ๕ – บริษัทเงินกู้ฉุกเฉินเชิญชวนให้สมัครใช้บริการ มีสิทธิพิเศษต่างๆ มากมายหากรีบมาสมัครใช้บริการในวันนี้

โฆษณา ๖ – เมนูใหม่ของร้านไก่ทอดของบริษัทข้ามชาติชื่อดัง, ผู้แสดงเป็นเด็กๆ และวัยรุ่นยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ในร้าน (ดูเหมือนเด็กเหล่านั้นมีความสุขเสียเต็มประดาที่ได้กินไก่และมันฝรั่งทอดที่ทอดด้วยอุณหภูมิสูงเสียจนหมดคุณค่าโภชนาการทางอาหาร หารู้ไม่ว่าตนเองกำลังกินสารพิษที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งอยู่แท้ๆ)

โฆษณา ๗ – โปรโมชั่นของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ค่ายหนึ่ง เน้นสโลแกนในโฆษณาชุดนี้ว่า “เพราะเราอยากให้คุณคุย (โดยผ่านโทรศัพท์) กันได้มากขึ้น”

……….

โฆษณา ๑๓ – เครื่องดื่มชูกำลังของไทยที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก (ไม่ได้พูดเกินความจริงแต่ประการใด)

/ตัดเข้าละคร

เวลาหัวค่ำ, ในรถยนต์ยุโรปขนาดกลาง

กล้อง – โฟกัสใบหน้าวลัยด้านข้าง, ยิ้มอย่างเกรงใจ

“วลัยต้องขอบคุณคุณณัฐมากนะคะที่กรุณามาส่ง ที่จริงแล้ววลัยกลับเองก็ได้นะคะ คุณณัฐจะได้ไม่ต้องขับรถย้อนไปทางเก่าอีก”

กล้อง – โฟกัสใบหน้าณัฐพลด้านข้าง, สายตามองจับจ้องไปเบื้องหน้า พร้อมละมือซ้ายจากพวงมาลัยไปบีบมือของหญิงสาวเบาๆ

“ผมทำด้วยความเต็มใจนะวลัย”

กล้อง – แทนสายตาของวลัย, มองมือของชายหนุ่มที่วางลงบนมือของตน ชักหนีการเกาะกุม

กล้อง – โฟกัสใบหน้าณัฐพลด้านข้าง, ยกมือกลับไปเกาะกุมพวงมาลัยดังเดิม

“วันไหนวลัยต้องเลิกงานมืดค่ำอย่างนี้บอกผมนะ ผมจะรอขับรถมาส่งคุณ”

กล้อง – โฟกัสใบหน้าวลัยด้านข้าง

“แต่…วลัยเกรงใจคุณณัฐนะคะ”

กล้อง – โฟกัสใบหน้าณัฐพลด้านข้าง, หัวเราะเบาๆ

“เกรงใจอะไรกันวลัย บอกแล้วไงว่าผมน่ะเต็มใจ”

กล้อง – โฟกัสออกไปนอกรถด้านหน้า, เลี้ยวซ้ายเข้าคอนโดมิเนียม จอดหน้าตัวอาคาร

กล้อง – โฟกัสด้านข้างณัฐพลเต็มตัว, มือกุมท้อง

“โอ๊ย!”

กล้อง – โฟกัสด้านข้างวลัยเต็มตัว, สีหน้าตกใจ

“เป็นอะไรไปคะคุณณัฐ!”

กล้อง – โฟกัสด้านข้างณัฐพลเต็มตัว, มือยังกุมท้อง ตัวงอ

“สงสัยจะท้องเสียอีกแล้วละฮะ วลัย เมื่อกลางวันผมออกไปกินอาหารอีสานกับพวกเรวัติเขา”

กล้อง – โฟกัสด้านข้างวลัยเต็มตัว, สีหน้าตกใจ หันรีหันขวาง

“ตายจริง! แล้ว…แล้วจะทำยังไงดีคะนี่”

กล้อง – โฟกัสด้านข้างณัฐพลเต็มตัว, มือยังกุมท้อง ตัวงอ หันมาพูดกับวลัย

“ผมเห็นต้องขอเข้าห้องน้ำวลัยแล้วละ”

กล้อง – โฟกัสด้านข้างวลัยเต็มตัว, สีหน้าคลายความตกใจลงไป

“งั้นเลยขับไปจอดที่ลานจอดรถเลยดีกว่านะคะ”

/ตัดไป

(ต่อเนื่อง) ในห้องพักของวลัย

กล้อง – โฟกัสที่ประตูห้องพักด้านใน, ประตูเปิดเข้ามา วลัยเปิดสวิตช์ไฟ ห้องสว่าง

“ห้องน้ำอยู่ติดเคาน์เตอร์ค่ะ”

กล้อง – แทนสายตาของวลัย, ณัฐพลรีบเดินไปเข้าห้องน้ำทันที

/ตัดไป

(ต่อเนื่อง) ในห้องน้ำ

กล้อง – โฟกัสใบหน้าณัฐพลข้างซ้าย, ยิ้มกริ่มอย่างเจ้าเล่ห์กับยาในหลอดแก้วเล็กที่หยิบออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านซ้าย

กล้อง – โฟกัสครึ่งตัวณัฐพลข้างซ้าย, ล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋ากางเกงข้างซ้าย หยดยาลงบนผ้า ทำจมูกย่นเมื่อสัมผัสกับกลิ่นยา

กล้อง – ด้านหลัง โฟกัสใบหน้าณัฐพลในกระจกเงา, สีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง

“วันนี้ละวลัย ฉันจะมอบความเป็นผัวให้เธอ รับรองว่าเธอจะลืมไอ้นารินทร์ของเธอไปเลย”

/ตัดไป

(ต่อเนื่อง) ด้านนอกห้องน้ำบริเวณเคาน์เตอร์เตรียมอาหาร

วลัยยืนหันหลังให้กับประตูห้องน้ำ กำลังเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำในจังหวะเดียวกับที่ณัฐพลเปิดประตูออกมา

กล้อง – เต็มตัวณัฐพลและวลัย, วลัยหมุนตัวมาทางห้องน้ำ

“ดื่มน้ำก่อนนะคะณัฐ โอ๊ะ…”

ณัฐพลโปะผ้าเช็ดหน้าที่จมูก ร่างของวลัยอ่อนยวบลง ณัฐพลเข้าไปประคองร่างวลัยทันทีพร้อมหยิบขวดน้ำในมือวางบนเคาน์เตอร์ อุ้มวลัยขึ้น

/ตัดไป

(ต่อเนื่อง) ในห้องนอนของวลัย

ณัฐพลวางร่างวลัยที่หมดสติลงบนเตียง

กล้อง – แทนสายตาณัฐพล, จับจ้องมองเรือนร่างของวลัยไล่เรื่อยมาตั้งแต่ใบหน้า ลำคอเรียวระหง มาหยุดที่หน้าอก

กล้อง – โฟกัสด้านหน้าณัฐพลครึ่งตัว, นั่งบนเตียง ก้มมองร่างของวลัยพลางดึงชายเสื้อเชิ้ตตัวเองออกจากกางเกง ปลดกระดุมเสื้อเม็ดบนสุด สีหน้าแสดงอาการหื่นกระหายเต็มที่ พูดพร้อมยิ้มกริ่ม หัวเราะในลำคอ

“อีกแป๊บเดียวนะวลัย อีกแป๊บเดียวฉันจะพาเธอขึ้นไปถึงสวรรค์ยิ่งกว่าชั้นเจ็ดเลยทีเดียว”

ปลดกระดุมหมดแล้วถอดเสื้อออกเหวี่ยงไปที่พื้นห้อง ลุกขึ้นยืนปลดเข็มขัด ปลดตะขอกางเกง, เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หยิบออกจากกระเป๋ากางเกงข้างขวาอย่างหัวเสีย

“ใครวะ! เสือกโทรมาตอนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม”

กล้อง – แพนตามหลังณัฐ, เดินไปเดินมาขณะคุยโทรศัพท์

“ฮาโหล อ้าวพี่เดือนเหรอ! เปลี่ยนเบอร์ใหม่แล้วหรือฮะ… ฮะ ใช่ฮะ ตอนนี้หลับปุ๋ยไปแล้ว… รับรองฮะพี่…ไม่ฮะ ไม่กวนความสุขหรอกฮะพี่…อ๋อ ยังฮะยัง ก้อ…กำลังจะ… ฮะพี่ รับรองพรุ่งนี้พี่ได้ภาพคมชัด ทุกซอก ทุกมุม เลยฮะ…คร้าบผม สวัสดีฮะพี่”

กล้อง – แทนสายตาของณัฐพล, สายตามองไปยังร่างของวลัยบนเตียง ยกมือซ้ายลูบริมฝีปาก

กล้อง – ด้านข้างณัฐพลครึ่งตัว, นั่งลงบนเตียงที่เดิม เอื้อมมือทั้งสองไปที่หน้าอกของวลัย

กล้อง – โฟกัสใบหน้าณัฐพลด้านหน้า, เม้มริมฝีปาก สีหน้าหื่นกระหายเต็มกำลัง

กล้อง – แทนสายตาณัฐพล, จับจ้องอยู่ที่เนินอกขาวอวบอิ่มของวลัยเมื่อปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกได้สองเม็ด และกำลังจะปลดเม็ดที่สาม

/ตัดเข้าไตเติลตอนจบพร้อมภาพตัวอย่างตอนต่อไปประกอบ

– ๓ –

ละครจบแล้ว แทนขวัญปิดเครื่องรับโทรทัศน์

เธอนึกเสียดายที่กลับมาทันได้ดูเพียงแค่สองตอนเท่านั้น นึกก่นด่างานและเจ้านายที่วันนี้ขอร้องแกมบังคับให้ทำงานล่วงเวลา แถมพอเลิกงานยังเอ่ยปากอาสาขอเลี้ยงข้าวลูกน้องอีก เธอจะกล่าวปฏิเสธเพียงเพราะเหตุผลที่ว่าจะกลับมาดูละครนั้นก็ดูกระไรอยู่

“ทันดูสองตอนนั้นก็ยังดี ไม่รู้ว่าพวกยายแป้ง, ยายขวัญจะทันกลับไปดูเหมือนไหมนะ ถ้าไม่-พรุ่งนี้ยายพวกนั้นจะต้องร้องโอดครวญแน่ๆ หึ-ดีละ ขออย่าให้สองคนนั่นกลับไปทันดูเลย ฉันจะได้ประกาศว่าฉันได้ดูนะยะ จะแกล้งยั่วไม่เล่าให้ฟังเสียงั้นแหละ เชื่อสิสองคนนั่นจะต้องอ้อนวอนพะเน้าพะนอโอดครวญให้ฉันเล่าให้ฟัง แล้วฉันก็จะกลายเป็นบุคคลสำคัญในช่วงเช้าของวัน ดีล่ะ ฉันจะเล่าให้ละเอียดยิบเลย เล่าให้ดีกว่าพวกนั้นที่ชอบนอกเรื่องคุยกันแต่ข่าวคาวข่าวฉาวของดาราคนนั้นคนนี้ ทำตัวเป็นรู้ลึกยิ่งกว่านักข่าวอย่างกับตัวอยู่ในเหตุการณ์นั้นเองแหละ”

เหลือบดูเวลาที่หัวเตียง–อีกสิบกว่านาทีจะห้าทุ่ม

เธอคิดถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ ระบายลมหายใจด้วยความเบื่อหน่ายชีวิตเมื่อคิดถึงการเดินทางในแต่ละวันๆ ตัดสินใจเข้านอนน้ำท่าไม่ต้องอาบเอิบมันแล้ว

“ขอสักวันนะขวัญนะ ง่วงเหลือเกิน”

เธอลุกขึ้นเดินไปปิดสวิตช์ไฟ กลับมาทิ้งตัวลงบนฟูกอย่างแสนสุข หลับตาพริ้มจมสู่ห้วงนิทรารมณ์อย่างช้าๆ

“นางเอกอย่างเธอมันซื่อบื้อเหลือเกินนะวลัย เธอน่ะแค่สวยแต่ไม่มีสมองเอากับเขาเสียเลย ทำไมนางเอกหนังไทยต้องเป็นเหมือนเธอเกือบจะทุกคนเลยนะ รูปสวยรวยทรัพย์ มีคอนโดฯ หรู มีแฟนรวยหน้าตาดี แต่ไม่ทันคนเล้ย อ่อนแออ่อนไหวไปเสียทุกเรื่อง ใจดีมีเมตตาไปก็เท่านั้น โดนเขากลั่นแกล้งอยู่ตลอด…

“คอนโดฯ ที่โฆษณานั้นมันน่าอยู่จริงๆ ดูแล้วสะดวกสบายไปเสียทุกอย่าง เฮ้อ เสียอย่างเดียวราคาเริ่มต้นมันแพงไปหน่อย ชาตินี้คงไม่มีปัญญาซื้อได้หรอก นอกจากจะถูกหวยรางวัลที่หนึ่งสักสองสามครั้ง บ้า! คิดอะไรบ้าๆ ใครมันจะถูกกันได้ขนาดนั้น ผัวรวยๆ ยังมีโอกาสเป็นไปได้มากกว่า…

“ไอ้รถยนต์คันนั้นอีก อย่างเรานี่คงนั่งได้แต่รถเมล์ นั่งเรอะ-ไม่หรอก ได้ยืนมากกว่าต่างหากล่ะ หึ!”

“โทรศัพท์รุ่นนั้นน่าใช้จัง ราคาเท่าไหร่ก็ไม่ยอมบอก พรุ่งนี้ลองถามยายแป้งมันดู มันดียังไงน้าไอ้โทรศัพท์ที่ฟังเพลงได้ ถ่ายรูปได้นี่จะแพงมากมั้ย เอ…บัตร Pay first ของเรานี่ยังพอมียอดเงินเหลือไหมน้า อืม-คงมีบ้างละน่า ก็ส่งทีวีกับเครื่องเสียงไปห้าหกงวดแล้วนี่

“พรุ่งนี้นะ พรุ่งนี้ฉันจะเล่าให้พวกเธอฟังละเอียดยิบเลยเชียว พวกเธอจะต้องสนใจฟังฉันอย่างใจจดใจจ่อแน่ๆ เสียดาย-วันนี้ดันมาจบเอาตอนเข้าด้ายเข้าเข็มเสียด้วย ไม่อย่างนั้นละก็…ฉันจะเล่าเสริมเติมแต่งให้สยิวมากกว่าในโทรทัศน์เสียอีก ก็พวกเธอน่ะชอบคุยเรื่องอย่างนี้กันไม่ใช่เหรอ ประเภทสัปดนวันละนิดจิตแจ่มใสน่ะ เชอะ! จิตแจ่มใสแล้วก็หมกมุ่นวิ่งหาหนุ่มๆ กันทุกวัน ไม่รู้ว่าจะอยากมีกันไปทำไม หาเรื่องใส่ตัวอยู่ตัวคนเดียวไม่ชอบ ยายแป้งนั่นน่ะคอยดูเถอะทำเป็นสาวสมัยใหม่ไม่แคร์เรื่องเซ็กซ์ สักวันจะหาผัวเป็นตัวเป็นตนไม่ได้ ก็ผู้ชายหน้าไหนล่ะอยากจะได้ผู้หญิงที่ผ่านมือใครต่อใครมานับครั้งไม่ถ้วน ถ้าจะเอาเป็นชั่วครั้งชั่วคราวน่ะก็พอจะได้อยู่หรอก ดูอย่างอีนายนารินทร์นั่นซี อยากรู้นักถ้ายายวลัยโดนถูกปู้ยี่ปู้ยำจะยังรักยังรับได้มั้ย แต่ก็อย่างว่าล่ะนายนั่นคงรับไม่ได้จนกว่าจะใกล้ถึงตอนจบของเรื่องนั่นแหละ ก็มันเป็นอย่างนี้เกือบทุกเรื่อง นางเอกซื่อบื้อส่วนพระเอกก็โง่บรม…”

แทนขวัญคิดอะไรต่อมิอะไรไปอีกเรื่อยเปื่อยกระทั่งดิ่งลึกสู่ห้วงแห่งนิทรา

ช่วงเวลาดีของวันของเธอจึงสมควรแก่เวลาไปอีกวันหนึ่ง 0

เอามาแปะในนี้ ไว้เตือนใจตัวเอง ^^

3 comments
  1. เราว่าเอี้ยงก็เขียนได้นะ เราเชื่ออย่างนั้น
    อ่านมากๆ เขียนมากๆ แล้วคงมีสักวันละน่า

  2. pktraveller said:

    ชอบ ชอบ ชอบเรื่องที่เขียน
    เพราะช่วยย้ำเตือนเราว่า
    ที่ไม่ชอบดูทีวี ก็เพราะมันเป็นเช่นนี้แล ^^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: