มนุษย์ต่างดาวบนผิวน้ำ

1

คืนวันพฤหัสบดีที่แล้ว เป็นวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 4 ก่อนที่พระจันทร์จะเต็มดวงในวันถัดมา

คืนนั้น จันทร์ส่องแสงเย็นตาเหลือเกิน

เวลาล่วงเข้าวันใหม่แล้ว แต่ฉันกลับนอนไม่หลับ หยิบหมอนได้ใบหนึ่งก็วางลงข้างกำแพงใต้หน้าต่าง แล้วนอนมองพระจันทร์นวลอยู่นาน

เมฆปุยลอยมาบดบังแสงจันทร์ ก้อนแล้วก้อนเล่า แต่มันก็ลอยหายไปตามแรงลม

ดวงจันทร์ผลุบโผล่อยู่หลังก้อนเมฆ เหมือนคนยิ้มหน้าแป้น  แล้วร้องทักว่า “จ๊ะเอ๋ เธอนอนไม่หลับหรือ”

ฉันสงสัยว่า ถ้าตอบกลับไป ดวงจันทร์จะได้ยินไหม ‘เออแฮะ ท่าจะบ้าแล้วเรา นอนไม่หลับแล้วยังจะฟุ้งซ่านอีก’

“คนเราคุยกับอะไรก็ได้” เสียงของคุณครูยงยุทธ ลอยมาตามลม คุณครูบอกเอาไว้อย่างนั้น ในทริปต้นไม้ชายคลอง

‘อะนะ ถ้าอย่างนั้น ลองคุยกับพระจันทร์ดูสักทีน่าจะดีนะ’

ฉันเริ่มคุยกับพระจันทร์ ‘ดวงเดือนเธอทำให้ดวงดาวหายไปหมดแล้ว เพราะวันนี้เธอสว่างมากหรือเปล่า ดาวจึงหายหน้าไป’

ก้อนเมฆลอยละล่องผ่านมา ‘เธอมาทำไม เป็นเมฆฝนหรือเปล่านี่ ทำไมลอยต่ำนักล่ะ’ แล้วสายลมก็พัดหอบเอาก้อนเมฆไปที่อื่น

คราวนี้เมฆสีขาวลอยมา ปุยเมฆดูบางตา จนมองเห็นแสงจันทร์เลือนราง ‘เมฆปุย เธอกำลังจะไปที่ไหนเหรอ’ ก้อนเมฆเคลื่อนตัวไปตามกระแสลม เผยให้เห็นดวงจันทร์ผุดผ่องกระจ่างตา

นี่ฉันคุยกับทุกสิ่งบนดาวดวงไหนๆ ก็ได้จริงหรือ

2

เช้าวันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม 2551

“พวกเรา” ประกอบด้วย ท่านฝันกลางวัน…, คุณพี่นัก…รักเดินทาง, ท่านน้อง Odigimon และฉัน  พวกเราเดินทางถึง ท่าเรือใต้สะพานพระปิ่นเกล้าฯ ฝั่งพระนคร เพื่อรวมตัวกับคณะเดินทางทริปต้นไม้ชายคลองอีกหลายสิบชีวิต เวลานัด คือ เจ็ดนาฬิกาตรง

โครงการต้นไม้ชายคลองนี้ ริเริ่มโดย คุณทรงกลด บางยี่ขัน นักเขียนมือดี (ฝีมือการเขียนน่ะ ^^) เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีระหว่าง “คน” ผู้อยู่ในโลกที่มี “ต้นไม้” หรืออีกอย่างคือ พาคนไปสัมผัสกับ “โลกใต้ต้นไม้” ในความเป็นจริง

และบุคคลสำคัญที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้เลย นอกจาก คุณครูยงยุทธ จรรยารักษ์ เป็นวิทยากรผู้ให้ข้อคิด มุมคิด แง่คิด หรืออาจจะเรียกว่า “ทำให้ฉันได้คิด” ตลอดทั้งวันและพลอยทำให้ฉันต้องนำกลับมาคิดอีกเรื่อยๆ และหาข้อมูลเพิ่มเติมในยามว่าง

ข้อความต่อจากนี้ นำมาจากสมุดจดระหว่างทริป (ซึ่งก็จดทันบ้างไม่ทันบ้าง)

น้ำขึ้นให้รีบตัก มาจากโบราณเรื่องน้ำขึ้นน้ำลง จากการที่เรามี 3 น้ำ  1.น้ำกร่อย  2. ….. จดไม่ทัน T_T  3. น้ำเค็ม

ตลาดในสมัยโบราณ คือการนำของที่เหลืออยู่ในบ้านมาแลกเปลี่ยนกัน  ตลาดท่าคา ตลาดวัดมะลิ ตลาดบางน้อย ที่นี่นัดพบกัน 3 ค่ำ 9 ค่ำ 13 ค่ำ เพื่อมาพบปะพูดคุยกัน

ท่าพระจันทร์ เดิมคือป้อมพระจันทร์ มีตลาดในบริเวณนั้น ป้อมพระจันทร์ถูกรือ้อออกไป แต่ตลาดยังคงอยู่

ขนาดของประตูเมือง กว้าง 10 ฝ่าเท้า ประตูห้อง 2 ฝ่าเท้า

ท่าเตียนเป็นท่าเรือใหญ่ ไว้เพื่อค้าขายสินค้าเรือใหญ่

สมัย ร.3 สินค้าเยอะที่สุด นำเข้ามากที่สุด คนแต้จิ๋ว ขายแรงงาน ทำเกษตร คนฮกเกี้ยน ทำการค้า

แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง ทำอ้อย น้ำตาล คนจีนแต้จิ๋วไปอยู่เยอะมาก

คนสามโคกทำมาค้าขายสินค้าอะไร ต้องดูที่ชื่อของ “คลองโอ่งอ่าง” เพราะคนสามโคกนำโอ่งอ่างกระถางไห มาขาย

สมัย ร.5 มีกฎหมาย ถนนใดจะผ่านคลอง ต้องสูงกว่า 3.7 เมตร หรือให้เปิดได้ สะพานหัน ก็เกิดขึ้นเพราะกฎหมายนี้และ ทำให้สะพานหมุนได้หันได้ เพื่อเรือแล่นผ่านไปได้สะดวก

ธนบุรีศรีมหาสมุทร อ่านว่า ทะ-นะ-บุ-รี เป็นชุมชนพาณิชย์นาวี สมัยพระนา… (จดไว้แล้วอ่านไม่ออก) เรือมาขึ้นที่นี้

วัดกัลวาร์ มาจากชื่อภูเขา กัลวาเลีย (ต้องตรวจสอบชื่อที่ถูกต้องก่อน) ที่ตรึงกางเขนพระเยซู

คลองมี 3 ชั้น คือ ชั้นแรก คลองคูเมืองเดิม ชั้นที่สอง คลองขุดสมัย ร.1 และ ชั้นที่ 3 คลองขุดสมัย ร.4

คลองผดุงกรุงเกษม เคยได้ชื่อว่าเป็นคลองที่สวยที่สุดในโลก เพราะสองฝั่งคลองเป็นฟุตบาท ชั้นถัดมาเป็นสวน แล้วต่อมาจึงเป็นถนน และสุดท้ายคืออาคารบ้านเรือน

บ้านนรสิงห์ เป็นของเจ้าพระยารามราฆพ ปัจจุบันคือตึกไทยคู่ฟ้า

เทพเจ้าจีนมี 4 ระดับ  1. เจ้าที่   2. เทพ และ ผีที่ล่องลอยอยู่ทั่วไป  3. เทพที่สถิต ณ ศาลเจ้าประจำหมู่บ้าน  4. โรงเจ เทพนั้นคือ พระโพธิสัตว์

โบสถ์ซางตาครู้ส เป็นโบสถ์ของ คริสตัง ชาวโปรตุเกส ใครเข้ารีตจะได้ที่ดินสำหรับสร้างบ้านและได้ฝึกอาชีพ เป็นการเผยแผ่ศาสนา

ขนมไทย มี 4 รุ่น 1. แป้งกับน้ำตาล   2. มีผลไม้ปน   3. ไข่แดงกับน้ำตาล  4. มีไข่ขาวเข้ามาปน เช่น ขนมฝรั่งกฎีจีน มาจาก สถานที่ทำขนมตั้งอยู่ข้างวัดกุฎีจีน

คงต้องพอเท่านี้ก่อน ยังมีเรื่องที่คุณครูยงยุทธเล่าไว้อีกมากมาย หลายเรื่องต้องนำกลับมาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเอาเอง ฉันว่ามันน่าสนุกดีนะ ที่จะได้รู้เรื่องบางเรื่องลึกซึ้งกว่าที่เคยเป็น

มีตอนหนึ่ง คุณครูพูดขึ้นว่า  คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยรู้จักตัวเอง ฉันมาคิดดู คนหลายคน รวมถึงตัวฉันเองด้วย ที่ “ความรู้ท่วมหัว แต่เอาตัวไม่รอด” อาจเป็นเพราะมีความรู้ในเรื่องโน้นเรื่องนี้มากมาย รู้มากเกินกว่าขอบเขตที่ชีวิตๆ หนึ่งจะดำรงอยู่ในโลกนี้ ดังนั้นเรื่องง่ายดายบางเรื่อง ก็ไม่อาจแก้ปัญหาได้ ไม่สามารถนำความรู้ที่มี มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเอง เพราะไม่รู้จักตัวเองดีพอ (หรือเปล่า)

ขณะเรือแล่นไป เรื่องราวที่คุณครูยงยุทธบอกเล่าเหลายเรื่องนั้น ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเอง เป็นเหมือนมนุษย์ต่างดาวที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ ไม่อาจเข้าใจถึงธรรมชาติความเป็นไปของสรรพสิ่งในโลกนี้ได้ถ้วนนัก หรือ อาจเพราะฉันไม่เคยคุยกับสิ่งเหล่านั้นอย่างจริงจังสักที

3

นึกย้อนไปในอดีต หน้าตาบ้านเรือนสองฝั่งน้ำจะเป็นอย่างไร ชีวิตความเป็นอยู่ น่ารื่นรมย์เพียงไหน ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังนอนอยู่ในเรือล่องลำคลองแม่น้ำเจ้าพระยาโบราณเช่นเดียวกับวันนั้น ทั้งที่กำลังชมจันทร์ดวงเดิม

ฉันนึกคำถามหนึ่งได้อีกขณะนอนมองจันทร์นวลผ่อง ‘นี่ กระต่ายตกดวงจันทร์ไปแล้วเหรอ’ มันเป็นอย่างที่น้องต้อม เคยเขียนไว้หรือเปล่านะ

‘เอ หรือว่าเป็นตัวฉันเองที่ตกลงมาจากดวงจันทร์โน่น’ ฉันตั้งคำถามกับตัวเอง ‘ฉันเป็นมนุษย์ต่างดาวหรือเปล่า’ มาจากดาวดวงอื่นแล้วเหยียบย่ำโลกเล่นอยู่อย่างนี้ โดยไม่ใยดีสิ่งใดเลยหรือ แม้แต่ต้นไม้ที่ฉันขอมา เพราะอยากมีต้นไม้สักต้นอยู่ใกล้ๆ ไว้คอยมองดูสีเขียวของมันให้ฉันได้ผ่อนคลาย หากมันก็ไม่ได้มีชีวิตอยู่ยืนยาว เพราะ ‘ฉันเองที่มาจากดาวดวงอื่น’

ตอนนั้น ฉันนึกเรื่อง “เจ้าชายน้อย” ขึ้นมาได้ แล้วไม่นาน ยังไม่ทันได้คำตอบอะไร ฉันง่วงเหลือเกินแล้ว เปลือกตาหนักขึ้น ภาพพระจันทร์ดูเหมือนจะมีหลายดวง ฉันว่าฉันคงจะคุยกับพระจันทร์ไม่รู้เรื่องแน่แล้ว ก่อนที่จะหลับไปตรงนี้ ฉันลุกขึ้นปิดหน้าต่าง แล้วล้มตัวนอนบนที่นอน “ฝันดีนะ พระจันทร์”

——- 

หมายเหตุ :

1. ในวันนั้น กลุ่มของพวกเรามีสมาชิกขาดหายไปหนึ่งคน คือน้อง Maymories ซึ่งเธอติดภาระกิจสำคัญคือ ทำการบ้านธีสิส เพื่อจบการศึกษา ที่แก้แล้วแก้อีกมานานหลายเดือน (ใช่ไหมหนูเมย์ ^^) เป็นอันว่า คุณพี่แขกได้ใส่เงินในกล่องแดงๆ สำหรับสองคน เพื่อพื้นที่ของหนูเมย์เพิ่มไว้ด้วย นัยว่าเพื่อช่วยลดภาระทางการเงินให้กับเจ้าของทริป แล้วคุณพี่ยังบอกอีกว่า “ไว้ให้เมย์มาเลี้ยงชาเขียวแทน” ฮ่าฮ่าฮ่า

2.น้องโอ้ทบอกว่า นอนหลับไปตอนหัวค่ำ (ของวันเสาร์) มาตื่นเอาตอนเที่ยงคืนกว่าๆ ก็เลยไม่ยอมหลับ เพราะกลัวจะตื่นไม่ทัน ดังนั้นระหว่างนั่งเรือ ในช่วงอิ่มข้าวแล้ว คุณเธอจึงนั่งหลับไปตามระเบียบ ^^ตลอดเส้นทาง

——-

ปล. ขอขอบคุณคุณครูยงยุทธ คุณก้อง – ที่สร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ อย่างนี้ขึ้น

ขอบคุณ คนขับเรือ พี่คนที่ตักข้าวให้ ^^ และเพื่อนๆ ร่วมทริป คะ

5 comments
  1. โอ้ววววววว ขอบพระคุณมากๆค่ะ (คุณพี่แขกได้ใส่เงินในกล่องแดงๆ )

    เอาล่ะ จะไปวันไหนดีล่ะพี่แขก 55+

  2. “คนเราคุยได้กับทุกอย่าง”
    เคยมีคนบอกกับต้อมไว้แบบนี้เหมือนกัน
    ตอนนั้นก็บอกกลับไปว่า คนบ้าเท่านั้น! ที่จะคุยได้กับทุกอย่าง

    หลังจากนั้น ต้อมก็เริ่มคุย คุย คุย กับสิ่งที่เราอยากจะคุย
    และเริ่มได้ยินเสียง ที่คนอื่นไม่ได้ยิน เพราะมันมาจากใจเรา

    เอ๊ะ!…หรือว่าเราเริ่มบ้า 5555
    🙂

    “ไม่รู้จักตัวเอง” อันนี้จะเกิดก็ต่อเมื่อ”จม”อยู่กับอะไรมากๆ คะ

    ปล.แล้วก็พี่เอี้ยงจำได้ด้วย!! ดีใจคะ เวลาที่มีใครจำได้ อิอิ

  3. เอ็ม said:

    อ่านแล้วเหมือนได้ฟังจากคุณยงยุทธ์ ตัวจริง
    แม้เสียงจะขาดหายไปบ้างก็ตามที
    ทำไงได้ครูแกพูดเร็วขนาดนั้น ^^

  4. moonraking25 said:

    แล้วได้ปลูกรึยังล่ะเมล็ดดอกไม้ที่ได้มาน่ะ
    เผื่อจะได้เพื่อนคุยเป็นดอกไม้แสนสวยบ้าง
    จะได้รู้จักโลกมากขึ้นอีกไง อิอิ

  5. lovelybluemoon said:

    อ่านแล้วก็นึกถึงวันที่ไปทริปนี้
    เขียนสนุกดีค่ะ..อ่านเพลินเลย
    เราไปทริปวันอาทิตย์มาเหมือนกันค่ะ
    ลงเรือลำเดียวกันเลย อิอิ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: