ขออภัยในความไม่สนุก

ไปเจอหนังสือทำมือเล่มหนึ่งเข้าโดยบังเอิญ (รึเปล่า)

มีชื่อว่า “ขออภัยในความไม่สนุก”

เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผู้ชายคนหนึ่ง ไม่อยากอธิบายอะไร ลองอ่านดูเองละกันนะ

   3.

ผมกลับมาแล้วครับ

มาทายกันก่อนว่า “ตอนนี้ผมอยู่ที่ไหน”

.

.

เหมือนตอนที่แล้วเลยครับ ผมขึ้นต้นไว้เป็นคำถามอย่างนี้

แต่คุณผู้อ่านคงจะทายไม่ถูกหรอกครับ

.

.

เพราะตอนนี้ผมอยู่ที่บ้านตัวเองครับ

ผมจะมาบอกว่า

“ผมอกหัก”

จำกันได้ไหมครับ ผมบอกว่าจะพาน้องเนยไปดอยสุเทพ

ถูกแล้วครับ วันนั้น น้องแก้มจับได้ ว่าผมจะไปเที่ยวแล้วไม่ยอมบอก

เธอจึงซ้อนแผนครับ น้องแก้มหลอกให้เพื่อนผม พาเธอมาหาผมที่หัวลำโพง -ผมกะว่าจะนั่งรถไฟไปกับน้องเนย เชียงใหม่นะครับคุณผู้อ่าน มันไกลมาก เป็น 12 ชั่วโมงแห่งความหวัง ที่ผมจะได้จับมือน้องเนยไปตลอดทาง หุหุ-

วันนั้น ถ้าเหมือนในหนังผมคงได้เป็นพระเอกที่ได้ใจนางเอกกลับคืนมา แต่แล้ว…..

ผมแทบจะไม่อยากพูดถึงมันอีก

แก้มมาถึงชานชาลาครับ ผมเห็นแก้มเดินมา วินาทีนั้นผมอยากจะหายตัวเข้าไปในเสาต้นใดต้นหนึ่ง ณ ชานชาลานั่น -ขอเป็นชานชาลาหมายเลข เก้าเศษสามส่วน_ เหมือนในหนังพ่อมดขน… เรื่องนั้นก็จะดีนะครับ

แก้มเดินมาถึง เธอจ้องหน้าผม

“นั่งลง”

เธอสั่งผมให้นั่ง เหมือนผมเป็นน้องหมาที่บ้านเธอ แล้วเธอก็ยืนพิมพ์ sms อยู่ตรงหน้า

โทรศัพท์ผมสั่นอยู่ในกางเกง แล้วแก้มก็บอกว่า

“ขอยืมโทรศัพท์หน่อย”

วินาทีนั้นเลยครับ

โทรศัพท์มือถือของผม ได้แตะเพียงปลายนิ้วของแก้ม

ภาพสโลว์โมชั่นวิ่งเข้ามา มันเป็นภาพโทรศัพท์มือถือของผมตกถึงพื้นครับ

“เราเลิกกันเถอะ” แก้มบอกผม

แก้มเดินไปหาเนย แล้วกระซิบที่ข้างหูเนย ผมไม่รู้หรอกครับว่า แก้มพูดอะไร

“เราเลิกกันเถอะ” เนยบอกผม

ผมรู้สึกเจ็บยิ่งกว่าถูกผู้หญิงตบหน้าอีกนะครับ เพราะว่าผมถูกผู้หญิงบอกเลิกในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีพร้อมกันถึงสองคน

ครับวันนั้น โทรศัพท์ของผมตกลงไปที่พื้น มันกระเด็นลงไปที่รางรถไฟ และรถไฟกำลังออกตัว ผมเจ็บอีกแล้วครับ -ราคามันประมาณหนึ่งหมื่นสองพันบาท เป็นเงินที่ผมเก็บเอง ตั้งนาน และผมก็ทะนุถนอมมันมาก

วันนั้น ผมไม่มีโอกาสได้อ่าน sms นั้นเลยครับ

จนกระทั่งวันนี้ วันที่ผมไปเอาซิมใหม่เบอร์เดิมมาใช้ เร่งรีบกลับบ้านเพื่อเอาโทรศัพท์เครื่องเก่าของแม่ออกมาใช้แทนครับ

และหากย้อนเวลาได้ ผมจะไม่อยากรู้เลยว่า แก้มส่งข้อความมาว่าอะไร

คุณผู้อ่านอยากทราบไหมครับว่าแก้มส่งมาว่าไงบ้าง

เธอบอกว่า “ชั้นชอบเนย ขอเถอะนะ”

ครับ นั่นเป็นข้อความที่แก้มส่งมาในวันนั้น

ยังมีอีกข้อความนะครับ

“เรารักแก้มมากที่สุด และเราไม่เคยรักนายเลย” นั่นเป็นข้อความที่เนยส่งเข้ามาในวันเดียวกัน

น่าแปลกครับที่ผมว่าเรื่องไม่สนุกของผม มันไม่สนุกยิ่งกว่าที่คิดมากขึ้นไปอีก เพราะข้อความสุดท้ายในอินบอกซ์ มันถูกส่งมาจากเพื่อนของผม คนที่พาแก้มไปที่หัวลำโพงวันนั้น

“กุขอโทษ ที่ไม่ได้บอกว่า เนยเคยเป็นทอม และสองคนนั้นเคยเป็นแฟนกัน เพราะกุคิดว่า เนยเปลี่ยนไปแล้ว กุขอโทษจริงๆ ว่ะ”

เรื่องนี้ไม่สนุกจริงๆ ใช่ไหมครับ

ผมต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย

ตอนนี้ผมคงต้องปล่อยให้หัวใจได้พักร้อนอยู่กับบ้าน ไม่ออกไปเสนอหน้าด้านๆ ที่ไหนสักระยะล่ะครับ

หากเมื่อไหร่ ผมหายเจ็บอกแล้ว คงจะหาเรื่องมาโม้ได้อีก ยังไงวันนี้ต้องขอตัวไปเข้าเฝือกให้หัวใจก่อนนะครับ ลาละคร้าบ T-T

ปล.ขอขอบคุณเจ้าของเรื่อง คุณ “เหงาเหมาโหล” ไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ^^

11 comments
  1. jummdcu said:

    ยังมีเรื่องรักที่วุ่นวายอยู่ในหนังสือเล่มนึง
    คือ..มีคนเศร้ากว่าเราตั้งเยอะ
    เรื่องความรักอ่ะ ไม่มีเหตุผลจริงๆ
    เหมือนความรักของชายตาบอดกับหญิงร่างเล็ก
    ในรายการ “เจาะใจ” เมื่อคืนนี้

  2. อืม..
    เรื่องนี้คาดไม่ถึงจริงๆ

  3. เรื่องนี้สอนว่าอย่าจับปลาสองมือรึเปล่าหว่า
    หรือสอนว่า อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจทอม มั้ง ^^

  4. พี่เอี้ยง………
    ชอบๆๆๆๆๆ
    ขำๆๆๆๆๆ
    โดนใจๆๆๆ
    น้องก็ชอบเนยเหมือนกันนะ
    555+
    ฮิ้วๆๆๆ
    หามาอีกนะก๊ะ
    อยากอ่านๆ

  5. ตลกร้ายมากเลยคะพี่

  6. เอ็ม said:

    ห้าๆ ไม่สนุกยังขำขนาดนี้

  7. แวะมาครั้งแรกครับ…เพิ่งทำบล๊อกใหม่ สนใจบล๊อกที่เกี่ยวกับหนังสือครับ
    เพราะว่าชอบหนังสือเหมือนกัน.

  8. เหตุผล ความรู้สึก อารมณ์ พรหมลิขิต เกิดขึ้นมาแล้วก็ผ่านไป

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: