อิ น ดี้ บุ คฯ ที่เกือบไม่ถึงฝัน

เสาร์ที่ ยี่สิบหก เมษายน สองห้าห้าหนึ่ง

ตื่นเช้าเหมือนวันทำงานปกติ เดินทางไปยังออฟฟิศเพื่อรวมตัวกับคนอื่นๆ

“เสาร์อาทิตย์นี้ไปออกกอง เก็บสัมภาษณ์แม่และเด็กในห้างน่ะ” เจ้านายสั่งเมื่อวันพุธ

หลายครั้งที่มีนัดไว้แล้วก็ต้องยกเลิก เพื่อทำงานในหน้าที่ให้แล้วเสร็จ เสาร์นี้ก็เช่นกัน ฉันนัดเพื่อนไว้ที่สวนสันติชัยปราการ แต่สุดท้ายแล้ว “คงไม่ได้ไปแล้วนะ พี่มีงาน” 

งานถ่ายวีดิโอที่ไม่มีสคริปต์ง่ายกว่า เพราะไม่ต้องเทคแล้วเทคอีก แล้วเสาร์นี้โชคดีที่ตามลักษณะงาน ไม่มีสคริปต์ เราสามารถกำหนดให้เลิกกองเร็วได้ ขึ้นอยู่กับว่า เราหาแม่และเด็กมาสัมภาษณ์ได้ครบจำนวนเมื่อไหร่ ก็จบข่าวตอนนั้น ฉันก็ได้แต่ภาวนาให้เลิกกองไวๆ เพราะอยากไปเที่ยวเล่นอย่างที่ใจอยากไป

งานครั้งนี้ ฉันว่าฉันหน้าด้านมากขึ้น หรือเพราะอยากให้จบงานเร็วๆ กันหนอ ฉันทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ทั้งเดินเข้าหาคุณแม่ที่คาดว่าจะยอมให้สัมภาษณ์ เดินอ้อมไปที่แผนกเด็กเพื่อมองหาคุณแม่ที่ไม่เดินผ่านสามแยกปากหวานที่พวกเราไปดักรอ และยังในแผนกรองเท้าที่ตอนนี้มีรองเท้านักเรียนเยอะมาก (กับกิจกรรม Back to School)

แล้วงานก็จบลงที่สี่โมงเย็น ฉันเป็นอิสระแล้ว

“ไม่เข้าออฟฟิศด้วยนะ จะขอแยกไปเลย พรุ่งนี้เช้าเจอกันที่ออฟฟิศเก้าโมง” ฉันบอกเจ้านายไปอย่างนั้น (ฮ่าฮ่า)

โดดขึ้นรถเมล์มุ่งตรงไปถนนราชดำเนิน รถเมล์โล่ง ถนนโล่ง แต่แล้วกลับติดหนึบที่ประตูน้ำ รถนิ่งไม่ขยับ ฉันนั่งใจเย็นอยู่ร่วมครึ่งชั่วโมงก็โดดลงจากรถ ดิ่งไปท่าเรือ “ท่านี้ไปผ่านฟ้าป่ะคะ” เมฆดำลอยอยู่เหนือหลังคาท่าเรือ ณ ประตูน้ำ

ฉันไม่ได้นั่งเรือในคลองเส้นนี้นานแล้ว จำได้ว่า ค่าเรือจากประตูน้ำไปผ่านฟ้า เก้าหรือสิบเอ็ดบาท แต่หนนี้ สิบสองบาท แลกกับความเร็วในการเดินทางแล้ว ฉันว่ามันยิ่งกว่าคุ้มเสียอีก

เรือค่อยๆ แล่นไป ผ่านท่าสะพานหัวช้างไปแล้ว เม็ดฝนค่อยพรำลงมา “มันจะตกหนักไหมเนี่ย” “เรือจะไปต่อได้ไหม” “เรือมันจะล่มเพราะฝนตกหนักหรือเปล่า” ที่คิดมากขนาดนั้นก็เพราะ ฉันว่ายน้ำไม่เป็น…

เรือค่อยๆ แล่นต่อไป เม็ดฝนหายไปแล้ว แต่เมฆครึ้มยังคงอยู่ทั่วฟ้าเท่าที่ตาเห็นในตอนนั้น

จากท่าผ่านฟ้า ฉันลังเลใจระหว่าง เดินไปจนถึงสวนสันติชัยปราการหรือว่าจะนั่งรถ สุดท้ายฉันว่า “เดินไปก็ได้ ไม่ไกลสักหน่อย แดดก็ไม่มี” ฉันเลือกเส้นทางที่คิดว่าจะได้ชมนกชมไม้ เดินผ่านร้านหนังสือเดินทาง ยืนมองจากอีกฟากถนน เดาว่า “วันนี้คุณหนุ่มอยู่เพราะร้านเปิด” ฮ่าฮ่า (เคยมาร้านนี้แบบตั้งใจหลายครั้ง แต่ร้านปิด อิอิ)

เดินไปเรื่อยๆ ฝนเทลงมาตอนที่เดินถึงหน้าวัดบวรฯ ฉันหยิบร่มสีเขียวสดใสออกมากาง ^^ เดินไปได้หน่อย สงสัยเทวดาจะรู้ว่าโลกร้อน (มาก) เลยเปิดก๊อกให้น้ำไหลไม่ขาดสาย ฉันหยุดยืนหลบฝนก่อนที่ละอองฝนมากมายจะทำให้ไม่สบายได้

ที่หลบฝนเป็นประตูตรงหน้า “ตำหนักเพ็ชร” พอดี จำได้ว่า เมื่อปีเฉลิมฉลองครองราชย์หกสิบปี ฉันมาดูนิทรรศการ “ทรงผนวช” ที่วัดนี้ จนเดินออกมาอีกทางก็ผ่าน ตำหนักเพ็ชร ฉันชอบอาคารนี้มากและถ่ายรูปเก็บไว้ วันนั้นเป็นวันฟ้าใส

ตอนนี้ป้ายไวนิลสีฟ้าตั้งอยู่กลางสายฝน มันบ่งบอกว่าที่นี่น่าจะมีงานอะไรสักอย่าง ฉันเดินเข้าไปดู “นิทรรศการเกี่ยวกับพระ อืมม์” เวลาเปิดแสดง เก้าโมงเช้าถึงสี่โมงเย็น “นี่ก็จะหกโมงเย็นแล้ว เสียดายจัง ฉันไม่ได้อยากดูประวัติพระสงฆ์ท่านใดหรอก แค่อยากดูภายในอาคารมากกว่า (หากมีโอกาสคงได้ยลสักครั้งหนึ่งล่ะน่า)

ฝนซาแล้ว ฉันออกเดินต่อ “ค่อยๆ เดิน” เพราะปวดขาจากการเดินหาคุณแม่และลูกน้อยตลอดหลายชั่วโมง แถมรองเท้าแตะคู่ที่ใส่อยู่ก็ลื่นเหลือเกิน ฉันเดินไปเรื่อยๆ และคิดถึงงานอินดี้บุคฯ ของปีก่อน พวกเรามากันหลายคน วันนั้นฉันไปเดินเล่น บรรยากาศงานคึกคักดีและที่แน่ๆ ฝนไม่ตก ฉันจำได้ว่าเขียนเรื่องราวถึงหนังสือทำมือไว้ในหัวข้อ หลง รัก หลง ไหล ฝัน เขียนถึงคนขายหนังสือทำมือไว้ว่า “คนขายตามใจ” คือทำเองขายเอง ทำตามใจคนทำ จึงได้เอามาขาย ส่วนมากเป็นนักศึกษากับคนล่าฝัน… แต่เสาร์นี้ วัตถุประสงค์หลักของการไปที่งานอินดี้บุคฯ ต่างออกไปชนิดที่เรียกได้ว่า “คนละขั้ว” แล้วฉันก็เดินมาถึงจุดหมายที่ตั้งใจ สวนสันติชัยปราการ

บริเวณหน้างาน เพื่อนๆ สามคน ยืนรอรับอยู่แล้ว (นี่ถ้าปูพรมแดงไว้ด้วย จะเข้าใจว่าเป็นดาราฮอลลีวู้ดมาเองแน่ๆ ฮ่าๆ ใช่ป่าว ต้อม ฝน และป๋าฝันฯ) เพื่อนทั้งสามดูน่าสงสาร เพราะเปียกกันถ้วนหน้า เปียกมากบ้างน้อยบ้างต่างกันไป แต่ที่เท่าๆ กันน่าจะเป็นความตั้งใจมาขายหนังสือที่ช่วยกันทำ ^^

งานอินดี้บุคฯ ที่ถูกเลื่อนจากต้นเดือนกุมภาฯ มาอยู่ปลายเดือนเมษาฯ งานในวันนี้ มองดูเงียบเหงาเหลือเกิน เพราะฝนฟ้าที่ตกลงมาหลายห่า (เหมือนอยากด่าใครบางคน ซึ่งฉันว่าตกผิดที่ไปหน่อยมั้ง) ทำเอาคนขายของทั้งหลายเปียกไปตามกัน กิจกรรมที่เตรียมไว้ การประกาศผลรางวัลฯ ดนตรี หนังสือ และหนังสือทำมือที่เอามาวางขายกัน ถูกเบรคด้วยฝนจากฟ้า จนดูเหมือนงานจะล่มเอาดื้อๆ ทว่าไฟในใจของทุกคนไม่มอดไปง่ายๆ เลย (คนจัดงาน คนขายหนังสือ คนขายหนังสือทำมือ คนทำเพลง นักดนตรี และ ฯลฯ) หนังสือทำมือถูกนำออกมาวางขายกันอีกครั้ง (ทั้งที่พื้นก็เปียกซะขนาดนั้น -น่าชื่นชมจริงๆ) รวมไปถึงเพื่อนทั้งสามของฉันด้วย ^^

ในขณะที่เวทีดนตรีกำลังเตรียมอุปกรณ์ หนังสือเล่มแรกของพวกเราที่ขายออก คือ “เพื่อน” ปกสีฟ้าที่หลายคนบอกว่าหวานแหวว (เหรอ ฉันว่า มันไม่หวานหรอก เพราะคนทำหวานกว่า ใช่ไหมน้องโอ้ท -ขอบคุณมากสำหรับปกหนังสือค่ะ ^^) มันไปอยู่ในมือของ “น้องวิช” หนุ่มน้อยจาก “หมดปัญญา” (พื้นที่โฆษณา) น่ะเอง (ขอบคุณมากค่ะน้องวิช -เราทำบุญด้วยกันอีกแล้วนะคะ ชาติหน้าคงได้เจอกันอีก ฮ่าๆ)

นอกจาก “เพื่อน” หนังสือรวมเรื่องราวจากบล็อกเกอร์ 17 ชีวิต เล่มนี้แล้ว ในพื้นที่การขายยังมี “อะราวด์” ปกขาว-ดำ (หนังสือแสนป๊อปปูล่าร์ที่มีเรื่องของ นิ้วกลม เป็นจุดขาย) “เขาหาว่าหนู…จรจัด” (ของนางฟ้าสายฝน) หนังสือทำมือ-มาขายด้วยใจอยากนำเงินไปทำบุญให้สัตว์พิการ “บทกวี” อีกเล่ม (จำชื่อไม่ได้ เป็นของ เพื่อนฝน ฝากมา) และเล่มสุดท้าย “ขออภัยในความไม่สนุก” (เหงาเหมาโหล ฝากมา -มันจะขายได้ไหมเนี่ย แค่ชื่อก็ไม่สนุกแล้วน่ะ)

แสงจากเทพเจ้าแห่งวันหายไปแล้ว ความมืดคืบเข้ามาแทนที่พร้อมกับผู้คนที่เคลื่อนเข้ามาตามแผงหนังสือต่างๆ ฉันว่าคนขายคงอุ่นใจขึ้น สำหรับฉันนะ “ขายไม่ออกไม่เป็นไร แค่มีคนมาหยิบอ่านก็ดีใจแล้ว” แต่ตัวฉันเองคงไม่เหมาะที่จะเป็นนางกวัก (เป็นนางไล่เสียมากกว่า) จึงต้องขอหลีกลี้ แล้วเดินไปเดินมา ไม่นั่งประจำแผงขายจะดีกว่า ^^

เมฆฝนหายไปแล้ว มันอาจมืดมากจนมองไม่เห็น หรือเราไม่มีเวลาแหงนหน้ามองฟ้าก็ไม่รู้ เพราะมัวคุยกัน (ควันโขมง) กับเพื่อนๆ ที่ตามมาสมทบ เมกิ ปู (เด็กป้าเม) เจ๊จุ๋ม ชายกลาง ดาว(พระ)ศุกร์ และกอล์ฟ (เพื่อนดาว ^^) แถมท้ายด้วยน้องเม เมล็ดฝัน (แฟนคลับคุณทรงกลด) เพื่อนใหม่ที่เคยเจอกันแล้วตอนทริปต้นไม้ชายคลอง

อินดี้บุคฯ หนนี้ ฉันว่าเกือบไปเหมือนกัน คนเกือบน้อย งานเกือบล่ม เพราะฝนฟ้าที่ตกเอาโครมคราม แต่แล้วมันก็ผ่านไปได้ด้วย เพราะทุกคนมีกำลังใจดี ฉันคิดว่าอย่างนั้นนะ

ไม่รู้ว่า งานในวันอาทิตย์มีบรรยากาศอย่างไร สงสัยว่างานนี้คงต้องฝาก เพื่อนๆ ที่อยู่งานตลอดสองวันมาช่วยเล่ากันหน่อยแล้วล่ะ

++++

ปล1 หนังสือทำมือ “เพื่อน” ระหว่างทางก่อนเป็นเล่ม พบอุปสรรคบางประการ หากหนังสือออกมาไม่งดงามและผิดพลาดประการใด ต้องขออภัย (ในความไม่สนุก) ไว้ ณ ที่นี้ด้วยจ้า

ปล2 ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนมากนะคะ ^^

 

15 comments
  1. jummdcu said:

    ถ้าฝนไม่ตกจะเพอร์เฟคกว่านี้ ว่ามั้ย
    แต่ถึงยังไง พวกเราก็มาด้วยใจอยู่แล้ว
    หนังสือสีหวาน
    กำลังจะตกอยู่ในมือคนพิเศษของเราอีกคน😀

  2. สิ said:

    :]

    แล้วเราก็ยังไม่ได้เจอกัน
    ปล.พี่เอี้ยงหมดอารมณ์ต่างคนต่างรอแล้วใช่ไหม?
    เสาร์อาทิตย์นี้ไปmelody of lifeมั้ยคะ

  3. ต้องขอบคุณสายฝน ที่ทำให้เราได้เจอกันวันนั้น

    ถ้าฝนไม่ตก งานดนตรีสร้างสุขที่สวนลุมคงไม่ล่ม และเมย์ก็คงไม่มีเวลาไปงานที่สวนสันติ

    ดีใจที่ได้เจอนะพี่

  4. ถึงไม่ได้ไปแต่ก็ดีใจครับ ที่ได้มีส่วนร่วมในหนังสือเล่มนี้🙂
    แล้วถ้าหากผมเป็นหนึ่งในอุปสรรคบางประการระหว่างทางก่อนเป็นเล่ม ขอโทษนะคร้าบบบบ^^

    พี่ฝัน งั้นวันหลังหอบเสื่อไปดีกว่านะ แห้งง่าย มีหลายสีอีกด้วย อิอิ :]

  5. ไม่ได้ๆ มันไม่เหมาะกับนางฟร้าภาคนี้
    เอ…แต่ถ้าได้หมอนอีกสักใบก็น่าจะดีเนอะ 555

  6. on sunday is very fun.

    ps.
    sister…
    you’re not prom-dang
    you and me…
    we are black-bag na ga.
    (you are remember ? hahaha)

  7. beambongga said:

    😀
    รู้สึกว่าช่วงนี้อ่านแต่ละบ้านมีเรื่องให้ยิ้มทั้งนั้นเลย
    แม้ฝนจะตก มันก็ยังมีเรื่องให้ยิ้มได้เนอะ

  8. idiotao said:

    น่าเสียดายไม่ได้ไปงานนี้
    งานที่คนมีฝันเอาฝันมาแบ่งขาย
    แล้วยังขายตามใจอีกแน่ะ
    คนซื้อก็ได้ทั้งความฝันทั้งใจเลยสิเนี่ย😀

  9. พี่จะไปเชียงใหม่แล้ว อิจฉาว่ะ อยากไป

  10. poomo said:

    กินข้าวกัน

    ปุ้ม

  11. ztar said:

    😀
    กลับมาเล่าเรื่องเชียงดาวให้ฟังไวๆนะฮับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: