ชวนกันทำเรื่อง…ทั้งชุดนอน

สืบเนื่องจากการแวะมาปรากฏตัว(หนังสือ)ของ คุณขอรบกวนทั้งชุดนอน” (ชื่อแปลกดีจ้ะ)

ที่มาชวนกันทำอะไรบางอย่าง (ทั้งชุดนอน หรือเปล่า?) เพื่อให้คนอ่านหนังสือจะไม่เหงา ^^ (รู้นะ! อย่าคิดลึก)

 

ติ๊กต็อกติ๊กต็อกติ๊กต็อกติ๊กต็อก

 

ก็อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่า… (เอ บอกหรือเปล่าหว่า)

คุณครูโตมรสอนในคอร์สสั้นๆ นั้นไว้ว่า “ในการเขียน เราจะต้องอ่าน(สิ่งที่เขียน)ด้วย”

เพราะฉะนั้น หากเราอ่านหนังสือ เราก็ต้องเขียนถึงหนังสือด้วย (แม่น ก่)

 

ดังนั้น ขออนุญาตนำข้อความจาก บล็อกของ คุณขอรบกวนทั้งชุดนอน” มาแปะไว้

 

ต้นไม้ใต้โลก : 25 กรกฏาคมนี้…คำสัญญาจะหมดอายุพร้อมกันทุกโรงภาพยนตร์

 

คุณคิดว่าคำสัญญาที่ดี…ควรจะมีวันหมดอายุไหมครับ ?
ค่อยๆใช้เวลาคิดนะครับคำถามนี้ยังไม่ถึงวันหมดอายุ

 

หลังจากใช้ชีวิตสัมผัสกับการเขียนหนังสือมาได้พักใหญ่ๆ


ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้คนถึงได้บอกว่าอาชีพนี้ช่างเหงา

เพราะทันทีที่เราตกอยู่ในภวังค์กำลังเขียน…
ความหนาวจากเครื่องปรับอากาศดูจะสร้างบรรยากาศเหงาๆ ได้ไม่แพ้หิมะขาวๆ ตามธรรมชาติ
เพลงที่เปิดคลอให้อารมณ์เดียวกับการนั่งฟังบทสนทนาของคนแปลกหน้าที่ไม่ได้กำลังพูดกับเรา
และวิธีเดียวที่เราจะหันไปคุยกับคนที่นั่งข้างๆได้ก็คือ…ต้องหยุดเขียน

ทั้งนี้คงเพราะการเขียนหนังสือนั้นเป็นการเผชิญหน้ากับความคิดของตัวเอง
เป็นการพูดในใจให้ชัดกว่าการพูดออกเสียง เป็นการเลือกถ้อยคำที่เข้มงวดกว่าการเอ่ยปากบอก
และเป็นการใช้เวลาสื่อสารกับตัวเองอย่างยาวนาน…บ่อยครั้งก็นานมากจนถึงเวลาที่ความเหงาเริ่มทำงาน…
ซึ่งคลุกอยู่กับตัวเองนานๆ นั้นถือเป็นปุ๋ยบำรุงให้ความเหงา(ออกดอก)ออกผลเป็นอย่างดี
และอย่างที่รู้…การมีตัวเองเป็นเพื่อนไม่เคยช่วยให้คลายเหงา…

ยิ่งกับการรีวิวหนังสือนี่ถือว่าเหงามากกว่าการรีวิวสื่ออื่นๆ
ถ้าเรารีวิวเพลง เรานอนฟังเพลงไปเพลงละ 3 นาที ก็มีอะไรให้เขียนแล้ว
ถ้าเรารีวิวภาพยนตร์ เรานั่งดูไป 1 ชั่วโมงครึ่ง ก็ได้ข้อมูลให้เขียนแน่นสมุดโน้ต
แต่ถ้าเราชาติที่แล้วเราก่อกรรมทำเข็ญเอาไว้เยอะ…ชาตินี้เลยริอาจอยากจะรีวิวหนังสือ
เราจะต้องทั้งนั่งอ่าน นอนอ่าน เดินอ่าน หรือบางครั้งต้องหันไปนั่งทำอย่างอื่นสักพัก
นอนหลับไปสักตื่น และเดินหนีหนังสือไปไกลๆสักครู่…กว่าจะอ่านหนังสือจบกันซักเล่ม
เรียกว่าต้องใช้เวลาขังตัวเองเหงาๆ อยู่ในจินตนาการของคนอื่นนานกว่าเสพสื่อทุกแขนง
แถมนี่ยังไม่นับว่าความเหงาจะมาทวีคูณขึ้นอีกเมื่อตอนมานั่งเขียนรีวิว

แต่การที่ผมยังคงนั่งเขียนรีวิวหนังสือเล่มนี้ (ต้นไม้ใต้โลก) อย่างเหงาๆ เป็นครั้งที่ 6
ก็เพราะผมได้ให้คำมั่นสัญญาเอาไว้ครับ ว่าจะรีวิวหนังสือเล่มนี้ทุกๆ เดือน
(ของเดือนเมษายนผมคลาดไป แต่จะขอชดเชยไปเรื่อยๆ ให้มี 12 รีวิวภายปีนี้)

เจ้าคำสัญญานี่จัดว่าเป็นรถขนส่งที่แปลก หลากหลาย และสำส่อนพอสมควร
เพราะคำสัญญามักจะบรรทุกบางสิ่งติดมาด้วยเสมอ
อย่างถ้าเราสัญญากับคนรักว่าจะมั่นคง คำสัญญานั้นจะบรรทุกความไว้เนื้อเชื่อใจมาเต็มคันรถ
ถ้าเราสัญญากับตัวเองว่าจะไล่ตามความฝัน คำสัญญานั้นจะดลใจให้เรามีชีวิตอยู่ในความฝันแม้ในยามตื่น
ส่วนในกรณีนี้…ผมสัญญากับตัวเองว่าจะเขียน…คำสัญญานี้จึงจูงมือความเหงามาเข้าจู่โจมกันเต็มๆ

ด้วยงานที่รัดตัว ชีวิตที่รีบเร่ง และเวลาในแต่ละวันที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว


ในบางคราวบางอารมณ์ผมก็เคยคิดอยากจะให้คำสัญญานี้หมดๆ อายุไป!!! เพื่อผมจะได้ไม่ต้องทำตามอีก
(…คำสัญญามักเปาะบางอย่างนี้เสมอเวลามันถูกมนุษย์ตัวคนเดียวแบกรับ…)

แต่ที่ผมยังไม่เลิกล้มก็เพราะโชคดีที่เรามีธนาคารคำสัญญามาช่วยแบ่งเบา

ต้นไม้ใต้โลกเล่าให้เราว่า ในโลกไซเบอร์มีธนาคารคำสัญญา http://www.pledgebank.com
เป็นเว็บที่ให้พื้นที่ผู้คนได้เข้าไปตั้งคำมั่นสัญญาออนไลน์ว่าเราจะทำสิ่งดีๆ ตามที่เราสัญญาไว้ ถ้าเกิดมีคนร่วมมาลงชื่อว่าจะทำตามด้วย
โดยมีการกำหนดจำนวนเพื่อนร่วมทำเอาไว้ในระดับหนึ่งพอให้คนออกไอเดียอุ่นใจ

อุ่นใจเหมือนเวลาเรามีเพื่อนไปดูหนัง
อุ่นใจเหมือนเวลาเรายกพวกไปตีกัน และอุ่นใจเหมือนเวลาเราต้องการใครสักคนทำอะไรๆ เป็นเพื่อนเรา
ตัวอย่างเช่น แอนดี้สัญญาว่าจะเปลี่ยนหลอดไฟทั้งบ้านให้เป็นหลอดประหยัดไฟ ขอแค่มีคนร่วมทำด้วย 20 คน
เวลาผ่านไปมีคนมาอ่านแล้วเกิดสนใจมาร่วมลงชื่อ…พอครบ 20 คน
ไม่เฉพาะบ้านของแอนดี้เท่านั้นที่จะช่วยโลก แต่อีก 20 หลังคาเรือนก็จะลงมือพร้อมๆ กัน

นี่เป็นธนาคารที่จะทำให้คำสัญญาของเราถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีราวกับตู้เย็นถนอมอาหาร
และมอบดอกเบี้ยเป็นคำสัญญาจากคนอื่นปันผลตอบกลับในอัตราทวีคูณ

วันนี้…สำหรับผมที่มองว่า การให้ผู้คนได้อ่านหนังสือเล่มนี้คือการช่วยโลก
ด้วยเชื่อมั่นว่า บางครั้งเส้นแบ่งระหว่างฮีโร่ผู้ดูแลโลกกับคนธรรมดาอาจจะเป็นแค่เพียงหนังสือที่พวกเขาอ่าน

ผมอยากจะขอคำมั่นสัญญาจากมือรีวิว คนอ่าน

Blog นี้ รวมถึงใครต่อใครที่แวะผ่านมา
ให้มาร่วมบอกเล่าความประทับใจ แรงบันดาลใจที่ได้รับ แง่มุม ประโยคที่ชื่นชอบ แล้วร่วมรีวิวหนังสือเล่มนี้โดยพร้อมเพียงกัน
โดยขออาสาสมัครกองทัพคนรีวิว 5 ชีวิต(หรือมากเท่าที่มากได้) สำหรับคำสัญญานี้
(ถ้าไม่เคยอ่าน สามารถกดย้อนไปอ่านที่ผมเคยรีวิวไว้ แล้วเลือกมาสัก 1 เรื่องก็ได้ครับ
หรือไม่ก็เอาจากที่เคยได้ยินได้ฟังเพื่อนเล่า หรืออ่านมาจากบล็อกอื่นหรือหนังสือนิตยสารอื่นๆ)

 

นี่เป็นคำสัญญาที่มีวันหมดอายุครับ
คือวันที่ 25 กรกฏาคม 2551 นี้ เราจะทำการอัพ Blog พร้อมกันแค่ 1 ครั้งถ้วน
ส่วนคำสัญญาที่มีวันหมดอายุจะถือว่าเป็นคำสัญญาที่ดีไหมนั้น คุณจะเป็นตอบคำถามนี้ด้วยตัวคุณเอง

มาลองคิดดู…พอสิ้นเดือนหน้าคนที่แวะเข้ามาอ่านรีวิวหนังสือที่เว็บ Bloggang จะต้องอึ่ง ทึ่ง ตะลึงขนาดไหน
ถ้าภาพข้างบนนี้ปรากฏชื่อหนังสือเล่มเดียวกัน เขียนเรียงติดกันถึง 5
Blog ในหน้าเว็บหลักของ Blog หนังสือ

 

ต้นไม้ใต้โลก – X X X X X –
ต้นไม้ใต้โลก ::
X X X X X ::
+ + + ต้นไม้ใต้โลก
X X X X X + + +
ต้นไม้ใต้โลก • X X X X X
<><><> ต้นไม้ใต้โลก <> X X X X X <><><>

 

เหมือนตอนที่เราอยากใครมีคนฟังเพลงเป็นเพื่อน หรืออยากพูดถึงหนังที่เพิ่งดูจบตอนที่เดินออกจากโรงฯ
การฟังเพลงเพราะๆคนเดียว ดูหนังสนุกๆลำพัง และอ่านหนังสือดีๆจนจบแล้วนอนกอดแรงบันดาลใจไว้ไม่แบ่งใคร
เป็นการเสพความสุขอย่างโดดเดียว ที่ถือว่าเป็นการพลาดเสน่ห์ของการเสพงานศิลปะอย่างรุนแรง

ยิ่งกับใครที่เป็นมือรีวิวหนังสือด้วยยิ่งแล้วใหญ่!! ถ้าอ่านจบแล้วไม่นำมาเขียนรีวิวบอกต่อ
จะถือว่าได้ฆ่าตัดตอนแรงบันดาลใจจนขาดด้วน ส่งผลให้ผู้อ่านเสียโอกาสพบพานหนังสือดีๆ
และผิดจรรยาบรรณของคนรีวิวตามกฎหมายทั้งทางเพ่งและอาญา!!

 

เหมือนอย่างประโยคในต้นไม้ใต้โลกบอกเราว่า
เราไม่ได้ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของเราเท่านั้น เราต้องรับผิดชอบต่อการไม่ทำของเราด้วย

 

นะครับ
เพราะผมเชื่อเสมอว่า การรีวิวนั้นเป็นการกระทำเพื่อผู้อื่น
เป็นการกระทำเพื่อให้คนอื่นได้รับความสุขจากหนังสือเหมือนอย่างที่เราเคยได้รับ
ดังนั้นผมจึงคิดว่าคงไม่ยุติธรรมนัก หากจะปล่อยให้คนรีวิวต้องทนเหงาเพียงลำพัง
^^

เพื่อนๆ คนไหนที่บ้าจี้พอจะเขียนถึงหนังสือเล่มนี้ด้วยกันในวันที่ 25 ก.ค.
ขอให้ลงท้ายคอมเม้นต์ของคุณด้วยคำว่า
ขอร่วมด้วยทั้งชุดนอน ไว้เพื่อเป็นการยื่นความประสงค์
ขอบคุณสำหรับความร่วมมืออุ่นๆ ครับ
^^

http://aspj.bloggang.com

 

ปล. หากเพื่อนๆ ท่านใดสนใจร่วมกันทำเรื่องทั้งชุดนอน (หรือชุดทำงาน ก็ตามสะดวก) ได้โปรดติดต่อไปตามลิงค์เจ้าค่ะ ^^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: