คนหนึ่งถึงนิ้วกลมโดยบังเอิญ

ข้อความต่อจากนี้ไป … ได้พบโดยบังเอิญ

เมื่อเสิร์ชคำว่า “กลม” เพื่อหาของขวัญปีใหม่ ไปจับฉลาก

นำมาแปะไว้เพราะว่า ชอบคนเขียน (จนอยากจะคุยด้วย ฮ่าๆๆ)

และก็ยังชอบบุคคล ที่คนๆ นี้เขียนถึงอยู่เหมือนเดิม

….

นิ้วกลมโดยบังเอิญ

กลางดึก อังคารที่ 20 กุมภา หน้าคีย์บอร์ดสีดำ
ถ้าจำไม่ผิด วันนั้นเป็นวันเสาร์
ผมตื่นเช้าก่อนภรรยา เลยตัดสินใจขับรถออกมาให้คนอื่นล้าง
เสร็จแล้วขับมันไปจอดริมฟุตบาทแถวตลาดเพื่อซื้ออาหาร
ขณะรอแม่ค้าตักโจ๊ก 2 ถุง ด้วยความเป็นคนไม่ชอบอยู่เฉย
เลยเดินเข้า 7-11 ไปยืนดูแผงหนังสือ เจอะกับหนังสือหนึ่งเล่ม
a day เล่มใหม่ล่าสุด แถมน้ำยาป้วนปากรสส้ม

ครั้งหนึ่ง สมัยที่นิตยสารเล่มนี้ออกมาใหม่ๆ
ผมนับได้ว่าเป็นแฟนพันธุ์ทางคนหนึ่ง
เพราะเล่นติดตามเรื่อยมาตั้งแต่เล่มแรก
แล้วมาหมดแรงซื้อเก็บแถวเล่มยี่สิบปลายๆ
จากนั้น ไม่ทราบด้วยเหตุใด
ไม่มีการซื้ออีกต่อไป อาศัยยืมของคนอื่นอ่านเอา

ถึงตอนนี้ ผมก็ยังไม่รู้ว่า เพราะอะไร
ถึงรู้สึกอยากจ่ายตังค์ซื้อ a day เล่มล่าสุดอีกครั้ง

หากให้ลองนึกดู…
อาจเป็นเพราะเมื่อไม่นานนี้ ในบ่ายวันหนึ่ง
ผมได้รับโทรศัพท์จากพี่สาวใจดีท่านหนึ่ง
ผู้ทำงานให้กับมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
พี่สาวบอกว่าอยากให้ผมช่วยทำ artwork
งานโฆษณาบุหรี่ที่ผมทำให้มูลนิธิหน่อย
พอดีทาง บก. a day เขาเห็นโฆษณาชุดที่ทำ
แล้วยินดีอยากลงเผยแพร่ให้โดยไม่คิดมูลค่า
ผมรู้สึกยินดีกับงานที่จบไปแล้ว ได้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง
และมีโอกาสทำหน้าที่ของมันด้วยน้ำใจของคนแปลกหน้า
ผมจึงตอบรับอาสา save งานแล้วส่งให้ด้วยใจยินดี

เอาเข้าจริงๆ ผมนึกไม่ออกเหมือนกันว่า
เหตุที่ซื้อ a day เล่มนี้ เพราะอยากดูว่า
โฆษณาของเราได้ลงหรือยัง แต่ในใจก็คิดว่า
น่าจะยัง เพราะเพิ่งส่งงานไปได้ไม่นาน
(แต่ในที่สุด ก็พบงานของตัวเองในฉบับนั้น)
หรือเพราะหน้าปกที่เป็นเรื่องของชีวิตมัธยมหกจบม.ปลาย
ซึ่งแม้ผมจะจบพาณิชย์ แต่ก็น่าจะมีอารมณ์ร่วมอยู่บ้าง
หรือเพราะอยากได้น้ำยาบ้วนปากฟรี (งกเกิ้น)
หรือเพราะทุกอย่างรวมกัน…ก็ไม่รู้
แต่สุดท้าย ผมก็ซื้อมันจนได้ในที่สุด

กลับถึงบ้าน ผมอ่าน a day ที่ซื้อเองเป็นเล่มแรกในรอบหลายปี
ด้วยความเพลิดเพลินและรวดเร็ว แล้วก็ต้องลดสปีดลงมา
เพื่อเจอบทสัมภาษณ์ของนักเขียนคำโฆษณารุ่นน้องคนหนึ่ง
เจ้าของนามปากกา นิ้วกลม กับทุกคำถามที่ถูกถาม
นายคนนี้สามารถปล่อยคำตอบที่ไม่ธรรมดาเลย
จนสรุปกับตัวเองได้หลังจบบทสัมภาษณ์ทั้ง 7- 8 หน้า
ว่านี่คือส่วนที่คุ้มค่าที่สุดของ a day เล่มนี้

ไม่เพียงคำตอบของนิ้วกลม เกือบท้ายเล่ม
ยังได้ตีพิมพ์บทความที่เป็นข้อเขียนของเขาอีกหนึ่งตอน
แล้วตัวหนังสือของเขาก็สร้างความสะเทือนใจให้ผมได้อีก
(สะเทือนทำลิงอะไร…อ่านแล้วเศร้าเหรอ)
เปล่าหรอกครับ มันคือบทความที่ยืนยัน
ความรู้สึกที่ผมมีต่อรุ่นน้องในวงการ
แต่เป็นรุ่นพี่ในงานเขียนว่า
นี่แหล่ะ new wave ของจริง
(อะไรที่เป็นเหตุผลให้ผมสรุปว่า หมอนี่เป็น
นิวว้งนิวเวฟอะไรนักหนา ผมยังไม่อยากเขียนตรงนี้
เดี๋ยวมันทำให้บทความนี้ยาวกว่าที่มันเป็นไปอีกหลายหน้า
คงต้องวานให้คุณลองอ่านสิ่งที่ผมอ่าน แล้วจะเข้าใจ)

ด้วยความรู้สึกทั้งหมดหลังอ่านจบ ผมพบว่า
ตัวเองกำลังวางแผนที่เจอตัวน้องคนนี้ให้ได้ซักครั้ง
ก่อนที่เขาจะบินไปฉายแววครีเอทีฟต่อที่แผ่นดินใหญ่
เพราะผมมีหนังสือเล่มหนึ่งอยากมอบให้เขา

โลกใหม่” A New Earth เป็นหนังสือแปล
จากผลงานการเขียนของ Eckart Toller
หนังสือเล่มหนาที่ผมเหมามาจากร้านจำนวนหนึ่ง
เพื่อตั้งใจมอบให้กับคนที่รู้จักกัน รวมทั้งผู้ที่ผมรู้จักเขาฝ่ายเดียว
แต่ทุกท่าน คือคนที่ผมชื่นชมในความสามารถและสติปัญญา
และเชื่อว่าสามารถเป็นอีกหนึ่งแรงที่จะช่วยสร้าง โลกใหม่ได้

เหตุที่ผมลุกขึ้นมากดคีย์บอร์ดตอนตีหนึ่ง
คงไม่ใช่เพื่อคุยว่ากำลังเที่ยวซื้อหนังสือแจกใครต่อใคร
ผมเพียงต้องการจะปรึกษาหารือกับคุณผู้อ่านว่า
ที่เขาว่ากันว่า เรื่องบังเอิญไม่มีในโลก
หรือมันจะเป็นความจริง

หากว่ากันตามกฎแห่งกรรม
การที่เราได้พบปะพบเจอ ได้รู้จักใครซักคน
ล้วนแต่เป็นผู้ที่เคยก่อเหตุสร้างกรรมกันมาแทบทั้งสิ้น
ยิ่งเป็นคนที่มีความหมายอย่างพ่อแม่ พี่น้อง คนรัก
ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ฟันธงได้เลยว่า
มันไม่ใช่ชาติแรกหรอกที่พวกคุณได้พบกัน
(และอาจไม่ใช่ชาติสุดท้ายด้วย)
แต่มันเกี่ยวอะไรกับนายนิ้วกลม

ถึงตรงนี้ ผมยังไม่แน่ใจว่าจะได้เจอตัวจริงเสียงจริง
พร้อมทำพิธีมอบหนังสือกับนายนิ้วกลมสมดังตั้งใจรึเปล่า
แต่ที่อยากเขียนเรื่องนี้ไว้ เพราะเหตุผลตรงบรรทัดรองสุดท้าย
ของสองย่อหน้าที่ถัดขึ้นไปข้างบน
หรือเรื่องบังเอิญในโลก…มันไม่มี

คนเราเมื่อพบเจอรู้จักกัน ล้วนต้องเกิดปฏิสัมพันธ์
ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทั้งทางวาจาหรือการกระทำ
แต่ผมไม่รู้หรอกว่า สุดท้าย เหตุบังเอิญที่ทำให้ผม
ได้รู้จักตัวตนของน้องคนนี้ได้ลึกขึ้นจากบทสัมภาษณ์
และงานเขียนจากหนังสือที่ไม่ได้ตั้งใจว่าจะซื้อ
โดยที่ไม่รู้เลยว่า วันอังคารหน้าที่จะมาถึง
ก็ได้เวลาที่นิ้วกลมจะลาจากแผ่นดินเกิด
เดินทางไปโชว์สมองถึงต่างแดนแล้ว

อย่างที่บอก ผมยังไม่รู้จะได้เจอนายคนนี้หรือเปล่า
และยิ่งไม่รู้ด้วยว่า ทำไมถึงต้องมารู้จักกัน
ในช่วงระหว่างเวลาแห่งการเกิดมาในชาติภพนี้
หากมองเห็นเหตุ ย่อมพอเล็งเห็นผล
แต่นี่ เหตุก็ไม่รู้ ผลยิ่งไม่รู้เข้าไปใหญ่

ถึงวินาทีนี้ ยังไม่มีใครในโลกได้อ่านตัวอักษรเหล่านี้
นอกจากตัวผม และคงอีกหลายวันกว่าที่เมล์ฉบับนี้
จะถูกส่งในเข้า Inbox ของคนอีกนับสิบ และคงอีก
หลายชั่วโมงกว่ามันปรากฏบนจอคอมและจอตาของคุณ
และเป็นไปได้มากว่า กว่านิ้วกลมจะได้อ่านบรรทัดนี้
เขาก็ไม่ได้อยู่บนแผ่นดินไทยแล้ว

ขนาดอดีตผ่านไปไม่กี่วัน ยังหาเหตุชัดเจนไม่ได้ว่า
ทำไมต้องซื้อ a day เล่มนี้มาอ่าน
อนาคตยิ่งเป็นสิ่งที่ยากคาดเดาให้ตรงเผง
ผมยังไม่รู้ว่า ทำไมต้องรู้สึกอยากทำความรู้จักกับรุ่นน้องคนนี้
ให้มากกว่าเป็นแค่คนอ่านตัวหนังสือที่เขาเขียน
และมากกว่าความเป็นสหายร่วมบริษัทในเครือเดียวกัน

ผมยังอยู่ที่ TBWATHAILAND ต่อไป
นิ้วกลมกำลังจะเกิดใหม่ที่ TBWASHIENG HAI
ขอให้นายโชคดีกับการงานบนแผ่นดินใหม่
แล้วในวันหนึ่ง อาจเป็นไปได้ว่า
เราคงจะได้พบคำตอบของคำถามที่ว่า
ผมซื้อ a day เล่มนี้…ทำไม ?

ธรรมะไรท์เตอร์

ปล. วันนี้ วันจันทร์ และวันนี้ นิ้วกลมของเรากำลังจะบินไปจีนแดงแล้ว
และในที่สุด ผมก็ไม่ได้เจอตัวเป็นๆ ของเขาก่อนจาก
แต่ไม่เป็นไร ไว้โอกาสหน้าคงได้เจอกัน…โดยไม่บังเอิญ

[ 10 Apr 2007 ]

3 comments
  1. jummdcu said:

    บล๊อกอันนี้อ่านเมื่อนานมาแล้วเหมือนกันนะเนี่ย
    ก็รู้สึกดีนะ หลังจากได้อ่าน แต่ก็ไม่ได้ไปเม้นให้
    เราว่านะ ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ อาจเกิดจากความบังเอิญที่เค้าพูดมาก็ได้
    ที่ทำให้เราได้รู้จัก+รู้สึก กับคนบางคน รวมถึงคนหลายคน

  2. พี่คนนี้เขาดูนิสัยน่ารักนะคะ

    ปล.พี่จุ๋ม ทำให้อึ้งติดกันมา 2 ครั้ง ในสัปดาห์เดียว!!

  3. ฝันกลางวัน... said:

    หรือโลกเราอยู่กันด้วยความบังเอิญ ??
    นี่ก็บังเอิญนะเนี่ย (แล้วบังอรละ ^^)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: