แค่ปิดหู ก็ได้ยินเสียงทะเล

เปิดหู

‘ยังเดินผ่านทุกวัน ที่ที่เราพบกันเมื่อก่อน
ยังจำซ้ำๆ ได้ทุกตอน ราวกับมีใครมาหมุน ย้อนเวลา

แต่ก็คงจะหมุนย้อนได้แค่ในความคิด
ในชีวิตจริง คงไม่เจอกันอีกแล้ว
ยืนอยู่ตรงที่เดิม แต่ไม่มีวี่แวว
เธอจากไปแล้ว และคงไม่ย้อนคืนมาหา…

ก่อนดูหนังเรื่องนี้…  A Moment in June

หลงรักเพลงที่ชื่อว่า ‘ความคิด’

ฟังเพลงนี้ซ้ำไปซ้ำมา

ด้วยอารมณ์ “อยากบอกรัก”

…ได้แต่ฝากความคิดของฉันเอาไว้
เผื่อวันไหนเธอผ่านมา
เห็นที่เดียวกันนี้ เธอจะนึกขึ้นได้ว่า
เคยมีคนหนึ่งยืนข้างเธอ อยู่ตรงนี้เสมอตลอดมา

ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้
อาจไม่เห็นได้ด้วยตา
ฉันจะฝากเอาไว้ อยู่ในพื้นดินและท้องฟ้า
มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า ฉันยังรักเธอ…

ยังคงฟังเพลงนี้ ก่อนดูหนัง

คาดเดาไปต่างๆ นานา

ว่าหนังจะออกมาเป็นแบบไหน อย่างไร

ไม่ได้หาข้อมูลของหนัง นอกจากรอบฉาย

เดินเข้าโรงหนังเลย เพราะ…?

ด้วยนิสัยส่วนตัว ไม่ต้องการ “คาดหวัง”

ดูหนังโดย ไม่ตั้ง “ความหวัง” ว่าหนังจะดีหรือไม่ อย่างไร

แต่ตอนนั้น ใจก็ยึดติดกับ ‘ความคิด’ ไปแล้วว่า

ในหนังนั้น จะบอกรักกัน ด้วยอารมณ์แห่งความรัก

…อยากเจอเธอเหลือเกิน
เพราะก่อนที่เราต้องเดินแยกทาง
ฉันมีความคิดหลายๆ อย่าง
หลายอย่างเหลือเกิน ที่ฉันไม่ได้พูดไป

แต่กลับมานึกขึ้นได้ในเวลานี้
ในเวลาที่เธอเดินจากฉันไปแสนไกล
หากเธอนั้นยังอยู่ จะกอดเธอให้ชื่นใจ
และค่อยพูดออกไป ทุกสิ่งที่อยู่ในใจฉัน…

หนังจบแล้ว

เสียงเพลง ‘ความคิด’ ดังขึ้นมา

คนๆ หนึ่งกำลังร้องไห้ในหนังเรื่องนั้น

“ยังเดินผ่านทุกวัน…”

น้ำตาจะไหล

เหมือนว่า คนๆ หนึ่งกำลังร้องไห้อยู่ที่ไหนสักแห่ง

อารมณ์กำลังพร่างพรู

ความสะเทือนอารมณ์

ความรู้สึกต่างๆ กำลังไหลออกมา จนแทบทะลักเขื่อนขอบตา

ความรักหนอ

ทำให้ผู้คนเป็นอะไรก็ได้

รู้สึกอะไรก็ได้

เสียใจ แทบขาดใจก็ยังได้

แล้วชีวิตนี้ จะอยู่อย่างไร

ถ้าความรัก จากไปพร้อมกับคนรัก

…ได้แต่ฝากความคิดของฉันเอาไว้
เผื่อวันไหนเธอผ่านมา
เห็นที่เดียวกันนี้ เธอจะนึกขึ้นได้ว่า
เคยมีคนหนึ่งยืนข้างเธอ อยู่ตรงนี้เสมอตลอดมา

ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้
อาจไม่เห็นได้ด้วยตา
ฉันจะฝากเอาไว้ อยู่ในพื้นดินและท้องฟ้า
มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า…”

ณ ขณะรัก

ในห้วงเวลาหนึ่ง

เสียงเพลง ‘ความคิด’ ดังมาจากที่ไหนสักแห่ง ล่องลอยอยู่ในอากาศ

เช่นเดียวกับความรักของคนหลายคน

กำลังเดินทางไปหาผู้เป็นที่รัก

นับจากนี้ไป

จงปิดหูตัวเองด้วยเสียงของความรัก

อย่าปล่อยให้โอกาสผ่านเลย

คนเราจะมีเวลามาบอกรักกันสักกี่มากน้อย

“จงรักเถิด ถ้าหัวใจนั้นรัก”

ปิดหูสิ

ได้ยินเสียงทะเลไหม

….

เปิดใจ

ไม่ได้เป็นนักวิจารณ์ — ไม่ได้เป็นนักดูหนัง — แค่ชอบดู และอยากบอก — แค่คนช่างเล่า… ก็แค่ช่างเล่าเรื่อง —

A Moment in June

ยิ่งคิดให้ละเอียดเท่าไร ก็ยิ่งมองเห็นความตั้งใจทำงานของหลายฝ่ายในหนังเรื่องนี้ — ยิ่งโดยเฉพาะ ผู้กำกับ

อยากเล่าถึง ฉากหนึ่งที่ชอบมาก
คือ ฉากในตรอก
— ซีนแรก —  ถ่ายออกมาเป็นซิลูเอท คนคู่หนึ่ง จูบดูดดื่มด้วยแรงปรารถนา
— ซีนสอง — มีคนเดินผ่านมา และมองเข้าไปตรงเงาดำๆ นั่น
ตรงคนคู่นั้น คู่เดิม  [นักวิจารณ์หนังคนหนึ่งใน manager online บอกว่า ฉากนี้เป็นฉากบูชาครู นามว่า หว่องกาไวร์ (ซึ่งก็ไม่เคยดูเสียด้วย)]

ชอบฉากนี้เหลือเกิน
เพราะ มันมีสองมุมมอง สองขั้วของความคิด
ซึ่งก็ไม่คาดคิดว่าเขา (ผู้กำกับ) จะทำออกมา
เพราะมันต้องละเอียดมาก ละเอียดมากๆ  ในแง่ production

และที่ชอบเหลือเกินอีกอย่างคือ ชอบที่เอาละครเวทีมาซ้อนเข้าไปในเนื้อเรื่องอีกทีหนึ่ง — มันเหมือนเรากำลังฝันซ้อนฝัน — ตื่นเต้นดีใช่ไหมล่ะ

มีเพื่อนหลายคนถามว่า “A Moment in June เป็นยังไง”

ตอบไปหลายคำตอบทีเดียว

โดยดูจากบุคลิกของเพื่อนแต่ละคน…

“เนี่ยล่ะ อาร์ตของจริง ถ้าไม่ชอบหนังอาร์ต แนะนำว่า ไม่ต้องดูหรอก”

“ไปดูดิ หนังดี การจัดวางซีเควนซ์ของเรื่อง ให้น้ำหนักได้ดี
ตัวละครทุกตัว สมดุลดี เท่ากันหมดเลย
ภาพไม่หวือหวา แต่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่ส่งผ่านออกมาจาก สี แสง และการจัดวาง”

“เราชอบนะ ไปดูดิ เราว่าถ้าเธอดู เธอต้องร้องไห้แน่”

“ไปดูเถอะ ความรักไม่ได้เดินทางมาถึงทุกคนได้ง่ายๆ นะ”

….

ปิดหู

ดู A Moment in June แล้วก็นึกว่า

มันก็เหมือน เราเอามือปิดหูไว้ แล้วจะได้ยินเสียงทะเล

มันเหมือนกับ คนเราจะเรียกโอกาสมาเมื่อไร ก็ย่อมขึ้นอยู่กับคนๆ นั้น

มันอาจเป็นแค่โอกาสปลอมๆ ก็ได้นะ

ซ้อมไว้ก่อน

ซ้อมฟังเสียงทะเลเอาไว้

ซ้อมบอกรักเอาไว้

ซ้อมรับความรักเอาไว้

ซ้อมทำใจไว้ก่อน

ซ้อม … อื่นๆ อีกมากมาย

แล้วถ้าโอกาสจริงๆ มาถึง เราก็จะรู้ได้เอง

ได้ยินเสียงทะเลแล้วใช่ไหม

…..

ปล1 — > ดู A Moment in June ในวันวาเลนไทน์  — มีโอกาสได้เจอผู้กำกับ “คุณโอ” ในวันถัดมา  — แอบเข้าไปถามนิ้วกลมก่อนว่าใช่คุณโอตัวจริงหรือเปล่า — คุณโอน่ารักดีนะ ตอนแจกลายเซ็นให้เรา (โปสการ์ดใบนั้น) คุณโอพูดขึ้นว่า “ผมเขียนสคริปต์ให้ก็ได้นะ” (สงสัยว่าจะพูดกับนิ้วกลม โธ่ ก็นึกว่าพูดกับเรา 555+)  — ก็ขำดี เพราะถ้าคุณโอเขียนจริงๆ คงจะแพงน่าดูเลย   — หลังจากนั้นก็ตามไปอ่านที่บล็อกคุณโอ อยู่บ่อยๆ    —   http://nathapon.wordpress.com/

ปล2  — > เพลง “ความคิด” (แสตมป์ 7th scene) เราก็ยังเอามาเขียนถึงอีกอยู่ดี เพราะชอบมาก

ปล3  —> ยังคงขอให้ดีเจนายหมูตุ้ย เปิดเพลง “ความคิด” ให้ฟังอยู่บ่อยๆ ^^

ปล4  — > ทำไมนะ วิธีการเล่าเรื่องของเรา เหมือนเดิม (อีกแล้ว) — จำได้ว่า เคยเล่าด้วยวิธีนี้ ตอนเขียน “แด่กันและกัน” — ก็ได้แต่หวังว่า มันจะแตกต่างบ้าง

8 comments
  1. jummdcu said:

    ในช่วงที่ผมฝึกแต่งเพลงกับ พี่บอย โกสิยพงษ์ พี่บอยมักจะเล่าเรื่องประสบการณ์การทำงานสมัยก่อนให้ผมฟังอยู่บ่อยๆ และเขามักจะมีคำว่า “บิด“ หลุดออกมาอยู่เสมอ บิดในความหมายของพี่บอยเป็นอาการของการแต่งเพลงแล้วอินมาก จนไม่สามารถยืนหรือนั่งตัวตรงได้ ต้องบิดไปเขียนไป ทำหน้าตาเหยเกบิดเบี้ยวเจ็บปวดตามไปด้วยในขณะนั้นผมได้แต่ฟังแต่ก็คิดตามไปไม่ถึงสักทีว่าคนเราจะแต่งเพลงแล้วตัวบิดได้อย่างไร

    จนกระทั่งคืนหนึ่งผมออน msn แล้วแนตตี้เพื่อนสนิทของผมอีกคนส่งดนตรีเปล่าๆมาให้แล้วบอกว่าช่วยแต่งเพลงจากดนตรีนี้ให้หน่อย แล้วเขาก็ได้แนบเอา concept ของเพลงเพลงนี้มาให้ผมใส่ในไฟล์ word ในนั้นเขียนประมาณว่า “ เธอจากไปแล้วแต่ฉันยังเดินผ่านที่ๆเรานัดกันอยู่ทุกวัน “ ผมขนลุกซู่แล้วก็ต่อไมโครโฟนเพื่ออัดเนื้อร้องทันที คืนนั้นเป็นครั้งแรกที่ผมเข้าใจว่าอาการ ”บิด“ มันเป็นยังไง

    เพลงนี้บอกถึงเรื่องราวของคู่รักที่พลัดพรากจากกันไปแล้วแต่คนใดคนหนึ่งยังอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่ความทรงจำเก่าๆเกี่ยวกับทั้งคู่ลอยฟุ้งเต็มไปหมด และถึงแม้จะอยากพบมากกันเพียงไหนก็ไม่สามารถทำได้อีกแล้ว อยากจะทิ้งจดหมายหรือเขียนพื้นผนังไว้ตัวโตๆเผื่อเธอจะเดินผ่านมาเห็นแล้วนึกถึงกันบ้างก็คงเป็นไปไม่ได้ จึงได้แต่ฝาก “ความคิด“กระซิบเบาๆเอาไว้ว่า “ฉันยังรักเธอ“

    ….

    นั่นคงเป็นที่มาของเพลงนี้ ที่หลายๆคนชอบ
    ถ้ามีประสบการณ์ร่วมด้วยก็คงอิน และเกิดอาการ บิด อย่างที่แสตมป์อธิบายไว้

    สำหรับหนัง…คงจะดีถ้าหากระหว่างทางเราไหลไปตามเรื่องราวนั้นๆได้ โดยไม่สะดุดกับ “ความคิด” ของตัวเอง

  2. mangomoment said:

    ตอนท้ายที่เพลงความคิดขึ้นมาเนี่ย เป็นอะไรโดนมากกก ><

    เจอเพื่อน ๆ คนไหนก็บอกแต่ว่า “ไปดูอะโมเม้นรึยัง”
    ถ้ายัง
    ก็จะไซโคต่าง ๆ นานา คล้าย ๆ กับคำพูดที่คุณบอกเพื่อนเลยล่ะ ^^

  3. มอเอ. said:

    ณ ขณะรอ.

    กำลังอยู่ในStatusนี้มากกว่า

  4. อืม เดี๋ยวจะเพ้อถึง a moment…บ้าง
    จะเอ้าท์ไปหรือยังเนี่ย

  5. หนังมีไว้ดู ผู้หญิงมีไว้รัก ที่มา : คนตัวเล็ก

    ประมาณนี้รึเปล่า ^^

  6. mangomoment said:

    เข้ามาเม้นนอกเรื่องค่ะ
    (พอดีว่า ไม่ได้เป็นสมาชิกมัลติพลาย)

    ดูรูปเชียงคานที่พี่เอี้ยงถ่ายมาแล้ว (ขอเรียกพี่เอี้ยงนะคะ)
    เพิ่มดีกรีความอยากไปอีก 30%

    ไว้ไปเป็นเพื่อนบ้านกันที่โน่นนะคะ ^^

  7. ไหนๆ
    ใครมาชวนเราไปเที่ยว

    ไม่มีดีเทลเลยน๊า

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: