APRIL TRUTH’s DAY, and i hate you so

เกลียด

ถ้าถามว่า เกลียดมากไหม

หากในโลกนี้มีเครื่องวัดระดับความเกลียดล่ะก็…

ขอยืมสักชิ้นได้ไหมนะ

เกลียด

ถ้าถามว่า เกลียดอะไร

ตอนนี้ขอเกลียด เจ้าสาบก่อนละกัน

เพราะจดหมายฉบับเดียว…

สารจากแมลงสาบ

ถึงเจ้าของบ้านผู้เป็นที่รัก

เรื่อง > Lonelyiped

สวัสดี ครับคุณเจ้าของบ้าน ผมชื่อสาบศูนย์ เป็นแมลงสาบที่อาศัยอยู่ในบ้านของคุณ ผมมีเรื่องอยากจะเล่าให้คุณฟังครับ วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านสาบดร็อกบา หัวหน้าหน่วยกองปฏิบัติการพิเศษเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์แมลงสาบจาก ปัญหาโลกร้อน ชื่อหน่วยงานยาวมากจนผมเกือบลืมว่าผมจะบอกว่าท่านสาบ

ดร็อก บามอบหมายให้ผมไปคุยกับลุงสาบสิบ ถึงเรื่องวิธีการเอาชีวิตรอดจากโลกร้อนเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์แมลง สาบ ลุงสาบสิบยังแจ๋วจริงๆ ครับ เพราะถึงจะแก่แต่ลุงสาบสิบยังชอบเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวเสมอ เรื่องโลกร้อนนี่ก็ด้วย

จาก นี้ไปเป็นบทสนทนาระหว่างผมกับลุงสาบสิบ ผมเห็นว่ามันจะเป็นประโยชน์กับคุณเจ้าของบ้านผู้ใจบุญที่ให้ผมอยู่ร่วมชายคา เดียวกันกับคุณโดยไม่เอาไบกอนมาพ่นใส่ผม ลองอ่านดูนะครับ

สาบศูนย์: สวัสดีครับลุงสาบสิบ ผมต้องมาคุยกับลุงเพื่อเอาข้อมูลไปทำวิจัยเสนอต่อท่านสาบดร็อกบา

สาบสิบ: สวัสดี แล้วคุณอยากรู้อะไรล่ะ

สาบศูนย์: ผมอยากรู้วิธีที่จะทำให้เผ่าพันธุ์แมลงสาบเราอยู่รอดท่ามกลางปัญหาโลกร้อนครับ

สาบสิบ: ไม่ เห็นต้องทำอะไรเลย แค่ใช้ชีวิตไปตามปกติ อย่าลืมสิว่าแมลงสาบอย่างเรามีชีวิตอยู่มาก่อนไดโนเสาร์ เราอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้เพราะชีวิตเราไม่มีข้อจำกัด อยู่ได้ทุกที่ กินได้ทุกอย่าง จริงมั้ย? แมลงสาบอย่างเรารู้จักพึ่งตนเอง เพราะฉะนั้นเราไม่เดือดร้อนเลยไม่ว่าโลกจะเป็นยังไง

สาบศูนย์: ลุงสาบสิบตอบอย่างนี้ผมก็หมดคำถามเลยครับ

สาบสิบ: อืมแล้วที่กลัวๆ กันจนต้องตั้งไอ้หน่วยปฏิบัติการพิเศษขึ้นมาเนี่ย รู้มั้ยว่าโลกร้อนคืออะไร?

สาบศูนย์: ก็ได้ยินพวกมนุษย์พูดๆ ว่าโลกร้อน โลกที่เราอยู่มันคงร้อนขึ้นมั้งครับ

สาบสิบ: พูด อย่างนี้แสดงว่าไม่รู้จักเรื่องโลกร้อน ไอ้คำว่าโลกร้อน จริงๆ โลกไม่ได้ร้อน ไม่ใช่ว่าอุณหภูมิโลกสูงขึ้น แต่เป็นเพราะอากาศที่ห่อหุ้มโลกมันร้อนขึ้น และมนุษย์นี่แหละที่ทำให้อากาศที่ห่อหุ้มโลกเปลี่ยนไป

สาบศูนย์: มนุษย์ทำอะไรหรอครับ

สาบสิบ: อย่าง แรกเลยนะ มนุษย์คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของโลกเลยไปรุกรานธรรมชาติ อย่างถนนก็เอายางมะตอยมาราด เอาคอนกรีตมาเท น้ำจะไหลก็ไปสร้างเขื่อนกักไว้ มนุษย์ชอบไปถือครองสิทธิ์ยึดเอาว่านี่คือของฉัน ทั้งที่จริงๆ แล้วมันเป็นของโลก ไม่ใช่ของมนุษย์! อย่างที่สองคือ มนุษย์หลงในมายา มายาที่ลวงมนุษย์ต่างๆ นานา ให้หลงใหลในความสะดวกสบาย มนุษย์หันไปใช้พลังงานไฟฟ้า เพราะคิดว่าพลังงานนี้มันสะดวกสบายดีสะดวกสบายตรงที่มันอยู่ในอำนาจของ มนุษย์ อยากให้มีก็กดเพียงปลายนิ้วสัมผัส แต่พลังงานแสงอาทิตย์มนุษย์บังคับควบคุมไม่ได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมนุษย์ควรใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่เป็นพลังงานหลักของ โลก

สาบศูนย์: อ้าว! ผมก็หลงเข้าใจตามมนุษย์ว่าพลังงานแสงอาทิตย์คือพลังงานทดแทนมาตั้งนาน

สาบสิบ: ดูอย่างนาเกลือสิ ที่นั่นใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหลัก พลังงานไฟฟ้ากับน้ำมันต่างหากที่เป็นพลังงานทดแทน! แต่ก็ไม่ควรไปใช้มันนะเพราะมันเป็นพลังงานที่เลวที่สุดในโลก

สาบศูนย์: พลังงานไฟฟ้ากับน้ำมันที่มนุษย์ใช้กันอยู่นี่เลวร้ายขนาดนั้นเลยหรอครับ

สาบสิบ: เลว ที่สุดในโลก เพราะการที่จะเป็นพลังงานนี้ดวงอาทิตย์ต้องส่งพลังงานมาที่โลก แล้วเมื่อส่งมาถึงพลังงานแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานน้ำที่จะไหลเวียนรอบโลก เปลี่ยนเป็นพลังงานลม แล้วก็เปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน เหลือแค่ 0.2 เท่านั้นที่เปลี่ยนเป็นพลังงานชีวภาพ เพราะฉะนั้นต้นไม้เกิดขึ้นบนโลกแค่ 0.2 ของพลังงานดวงอาทิตย์ที่ส่งมายังโลก แล้วไอ้ 0.2 มนุษย์รอให้มันจมดินไปเป็นถ่านหิน ไปเป็นน้ำมัน ไปเป็นก๊าซธรรมชาติ พลังงานมันหายไปอีกตั้งเท่าไร แล้วมนุษย์ก็ไปขุดพลังงานพวกนี้ขึ้นมา แล้วก็มาเผาให้เป็นความร้อนใหม่ ไอ้ความร้อนที่มีมนุษย์ไม่ใช้แต่กลับไปเอาพลังงานที่ธรรมชาติไม่ต้องการที่ เขาเอาไปยัดใส่ไว้ใต้โลกมาใช้ เพียงเพราะมนุษย์ควบคุมพลังงานนี้ได้

สาบศูนย์: แล้วอย่างนี้มนุษย์จะอยู่ได้หรอครับ ถ้าไม่ใช้พลังงานไฟฟ้ากับน้ำมัน

สาบสิบ: คุณ สาบศูนย์เคยศึกษาเรื่องวิถีไทยมั้ย คนไทยสมัยก่อนเขาใช้ปัญญา รู้จักใช้ทรัพยากรที่ธรรมชาติให้มา เขารู้ว่าควรจะปลูกบ้านโดยหันหน้าบ้านไปในทิศทางที่รับลม เพื่อจะให้บ้านเขามีลมพัดเย็นสบาย เขารู้ว่าแสงแดดทำให้ผ้าแห้งก็เอาผ้าไปตากแดด เขารู้ว่าไม้โกงกางเป็นไม้วิเศษ เป็นไม้เนื้อแกร่ง เป็นพืชที่มีอัตราการเจริญเติบโตเร็วที่สุดในโลก เขาเลยเอามาทำเป็นเชื้อเพลิง เขารู้ว่าไม้ซากเป็นไม้ที่สามารถให้อุณหภูมิสูงถึง 2,000 กว่าองศา เขาก็เอาไม้ซากไว้หลอมโลหะ เผาเหล็กน้ำพี้ตีดาบ เขารู้ว่าพืชสมุนไพรเป็นยาเขาก็ปลูกเอาไว้ในบ้าน เขารู้ว่าของที่บ้านเขามันเหลือกินเหลือใช้แล้วก็เอาใส่เรือมาแลกกัน เกิดเป็นวิถีธุรกิจของคนไทยที่สร้างสุขให้กัน เกื้อกูลกัน เพราะฉะนั้นในวิถีชีวิตคนไทยเขาอยู่ได้สบายโดยไม่ต้องพึ่งพลังงานพวกนี้เลย

สาบศูนย์: อย่างนี้คนไทยก็สบายเลยสิครับ

สาบสิบ: คน ไทยสมัยนี้ไม่สบายหรอก แต่คนไทยสมัยนี้เขาควรจะสบาย ถ้าเขาเข้าใจ แล้วก็ปฏิบัติตัวให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ใช้ทุกอย่างที่ธรรมชาติให้มาให้ได้ประโยชน์สูงสุด เหมือนในวิถีไทยเดิมที่ทำให้คนไทยพึ่งตนเองได้หมด แต่คนไทยกลับมองว่ามันไม่ทันสมัย เฮาต้องพัฒนา ก็หันมาใช้ของที่พัฒนาอย่างเทคโนโลยี เลยเป็นการทำลายศักยภาพในการพึ่งตนเองของคนไทยออกหมดเลย ที่จริงแล้วพัฒนา แปลว่า พึ่งตนเอง development คือ self survive ไม่ใช่ modernize เพราะการ modernize มันเป็นเหมือนคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเรา เราก็ต้องเปลี่ยนศักยภาพในการใช้ชีวิต เลยทำให้ปัจจัยต่างๆ ที่อยู่รอบชีวิตเราใช้ไม่ได้ เหมือนเรามีขาไว้เดิน แต่เราไม่ใช้ พอเราไม่ใช้มันก็อ่อนแอลงไปเรื่อยๆ แล้วเราก็จะพึ่งตนเองไม่ได้ในที่สุด

สาบศูนย์: แล้วถ้ามนุษย์เขายังเป็นอย่างนี้ต่อไป ธรรมชาติจะช่วยให้โลกกลับมาสู่จุดสมดุลเองได้มั้ย

สาบสิบ: โลก มันจะปรับตัวมันเอง มนุษย์จะยอมให้ปรับตัวมั้ยล่ะ วิธีปรับตัวของโลกมันฉลาด มันรู้ว่าอะไรเป็นตัวการ มันก็กำจัด ทีนี้ล่ะ มนุษย์ก็จะรักธรรมชาติ และเห็นคุณค่า เพราะคุณค่าของความรักอยู่ที่การพลัดพราก

สาบศูนย์: แต่มันคงอีกนานนะครับ อีก 40 ปี ถ้าผมได้ไปเกิดเป็นมนุษย์ โลกก็คงยังไม่ปรับตัวมั้ง

สาบสิบ: แน่ใจ? คุณรู้มั้ยว่าจะต้องอยู่อีกกี่ปี คุณต้องอยู่อีกล้านล้านล้านปี เพราะเวลาของโลกเราเนี่ย 1 วันมี 24 ชั่วโมง 24 ชั่วโมง คือการที่โลกหมุนรอบตัวเอง 1 รอบ และโลกเราอยู่ในจักรวาล จักรวาลก็หมุนรอบตัวเอง ซึ่ง 1 รอบของจักรวาลที่หมุนคือ 1018 ปีโลก 106 ก็ ล้าน เพราะฉะนั้นถ้าคุณไปเกิดเป็นมนุษย์ คุณต้องอยู่อีกหนึ่งล้านล้านล้านปี อย่าคิดว่าหนีพ้น คุณจะเกิดดับ เกิดดับ เกิดดับ ไม่มีวันหนีไปไหน

สาบศูนย์: แล้วมนุษย์จะสู้โลกร้อนได้ยังไงล่ะครับ

สาบสิบ: การ ที่จะอยู่ได้ในโลกร้อน มนุษย์ต้องอยู่ให้เหมือนแมลงสาบไง อย่างที่บอกว่าชีวิตเราไม่มีข้อจำกัด พึ่งตนเองมาตลอด เราถึงอยู่รอดได้มาจนทุกวันนี้ ถ้าหากมนุษย์พยายามปรับชีวิตให้ยืนหยัดด้วยขาของตัวเอง ด้วยความคิดของตัวเอง ด้วยมือด้วยเท้าของตัวเอง ไม่ไปติดกับปัจจัย หรือเทคโนโลยีต่างๆ คือปรับตัวให้มีวิถีที่เป็นคนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ มนุษย์จะไม่เดือดร้อนเลย ไม่ว่าโลกจะเป็นยังไง

ผมอยากให้คุณรู้เท่านี้แหละครับ

ด้วยความปรารถนาดีจาก สาบศูนย์

แมลงสาบอย่างเรารู้จักพึ่งตนเอง

เพราะฉะนั้นเราไม่เดือดร้อนเลยไม่ว่าโลกจะเป็นยังไง

ใช่ ซี้!

โลก มีเจ้าของร่วมมากมาย

มนุษย์ มีมันสมองใหญ่กว่า มด

แต่ มนุษย์ ไม่รู้จักโลก

ใช่ ซี้!

ฉันมันพวกยืมดวงอาทิตย์หายใจ

แต่ก็นั่นละ…

ยังไงก็จะขอเกลียด เจ้าสาบทุกชาติไป

เพราะวันนี้มัน วันของความจริง นี่นา

logo2


ปล.

> เหตุเกิดเพราะชายหนุ่มคนนี้ นามว่า ทรงกลด บางยี่ขัน

The Letter & The Reader (จดหมายเปิดผนึกถึงผู้อ่าน)

Posted by zcongklod on Mar 25, 2009

สวัสดีครับผู้อ่านที่รักทุกท่าน

ผม ทรงกลด บางยี่ขัน ครับ : )
ผมมีกิจกรรมสนุกๆ มาเล่าสู่กันทำครับ

เรื่องมันเริ่มต้นจากการเดินทางที่ชื่อ ‘ไม้-เมือง-ร้อน’ เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ครั้งนั้นอาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์พาผู้ร่วมเดินทางไปถ่ายทอดเรื่องราวกับเกี่ยวกับโลกร้อน

ในมุมที่ง่ายดาย ใกล้ตัว แต่ไม่น่าจะเคยได้ยินที่ไหน

พ่วงด้วยเรื่องราวของภูมิปัญญาแบบวิถีไทยที่แสนจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ซึ่งเรากลับหนีห่างจากมันออกไปเรื่อยๆ

ผู้ร่วมเดินทางทุกคนมีสัญญาใจกันว่า กลับมาแล้วจะช่วยกันเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ตามวิธีที่ถนัด

ส่วนใหญ่เน้นบอกเล่ากันผ่านเว็บไซต์ เราเลยนัดแนะกันว่า

จะอัพโหลดเรื่องราวทั้งหมดขึ้นเว็บ (รวมถึงทำกิจกรรมรูปแบบอื่น) พร้อมๆ กัน

ตั้งแต่เวลา 00.01 น.ของวันที่ 1 เมษายน 2552 หรือวัน April Fool’s Day

วันที่ผู้คนสนุกสนานกับการเล่าความเท็จ

เราจะพูดความจริงกันครับ

และติดตามเรื่องน่าอ่านของชาวคณะ ไม้-เมือง-ร้อน ได้ที่นี่ เครือข่ายต้นไม้ขี้เหงา

> > งานของ Lonelyiped

คนนี้ ขอบอกว่า “เจ๋ง !”      http://lonelyiped.multiply.com

> > > งานของคุณปิ่นนุช

ชอบมาก แต่ไม่กล้าเอามาเล่า เกรงจะทำงานดีๆ เสีย ^^

http://www.oknation.net/blog/girlgang

>>>> ชื่อเรื่อง and i hate you so เอามาจากหนังเรื่องหนึ่ง ที่ยังไม่เคยได้ดู

ไว้ว่างๆ จะไปหามาดู เพราะชอบชื่อเรื่อง ^^ กิกิ


4 comments
  1. jummdcu said:

    แอบรู้สึกแย่ๆ
    นอกจากไม่ได้เข้าร่วมโครงการนี้
    ที่ตั้งใจไว้ว่าจะช่วยลดโลกร้อน กลับพลาดซะนี่
    เพราะอ่านหนังสือก่อนนอน
    ถูกหนังสือกล่อมจนหลับไปเลย โดยไม่ได้ดับไฟ
    คงจะดีนะ ถ้าที่ห้องเรามีเครื่องตั้งเวลาดับไฟ

  2. แมลงสาบยังรักโลก คนที่เห็นแก่ตัว
    คิดแต่จะกอบโกยสิ่งต่างๆเอาจากโลก
    น่าจะถูกสาปเนอะ สาปให้เป็น เอ่อ..
    แมลงสาบ เผื่อจะได้รักโลกมากขึ้น

  3. KaPPa! said:

    เจอคนรัก(ษ์)โลกอีกคนแล้ว

    สวัสดีวันโกหกโลกครับ ^^”

  4. lonelyiped said:

    ตามมาอ่านค่ะ ขอบคุณที่เอามาช่วยกันเผยแพร่นะคะ
    โอ้… เห็นประโยคนี้ “งานของ Lonelyiped คนนี้ ขอบอกว่า “เจ๋ง !” ” ทำให้ตัวเราลอยขึ้นติดเพดานแล้ว ขอบคุณที่ชอบค่ะถึงจะไม่ชอบเจ้าสาบ เขียนเองก็ยังไม่ค่อยชอบมันเหมือนกัน ฮ่าๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: