เขียนให้มันจบๆ ก่อน…

ดนตรี อัจฉริยะ ภาวะสงคราม

status : draft

Last edited on วันอาทิตย์, ตุลาคม 14, 2007 at 6:51 pm

เวลาเที่ยงของวันอาทิตย์ ขณะสายตาจับจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ หูฟังเสียงโทรทัศน์รายการที่เปิดทิ้งเอาไว้ พลันต้องเอื้อมมือไปหยิบรีโมทเพื่อปิดโทรทัศน์ ขยับลุกจากท่านั่ง แล้วโผล่หน้าตรงประตูหลังห้อง

เสียงกลองชุดระรัวดังไม่หยุด “ใครซ้อมดนตรีเนี่ย” วันนี้วันอาทิตย์แท้ๆ เชียว หากเป็นบ้านของฉันที่อยู่ใกล้กับบ้านหลังนั้น ฉันคงโชคร้าย ใครคนหนึ่งกำลังโหมกระหน่ำตีไปบนกลองชุด อีกคนกำลังไล่นิ้วไปบนสายกีตาร์ และอีกเสียงร้องบ่งบอกว่าเป็นชายหนุ่ม พวกเขาคงมีกันอยู่หลายคน ฉันจับทำนองได้ว่าเพลงที่กำลังเล่นกันนี้เป็นเพลงของวง ‘แคลช’ โชคดีที่ฉันอยู่ไกล…

เสียงเงียบไปแล้ว ทำให้หวนนึกไปถึง เด็กหญิงคนหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังโกรธพวกเด็กผู้ชาย ที่มาแกล้งขโมยตุ๊กตาแสนรักไปจากเธอ เสียงดนตรีลอยพริ้วมาตามลม เธอเดินไปตามทิศทางของเสียงดนตรีนั้น มันคือเสียงของเปียโน

นั่นเป็นฉากหนึ่งในหนังญี่ปุ่นเรื่อง ‘ชินโด’ คำนี้มีความหมายว่า ‘อัจฉริยะ’

หนังพูดถึง อัจฉริยภาพทางดนตรีของเด็กหญิงคนหนึ่ง อูตะเด็กหญิงผู้มีความสามารถฟังและแยกแยะเสียงต่างๆ ได้ หรือจะเรียกสิ่งที่เธอมีนั้นว่า พรสวรรค์ ก็คงไม่ผิดนัก แต่เธอกลับไม่มีความสุขกับพรสวรรค์ที่ตัวเองมี

อูตะ ได้พบกับ วาโอะ ชายหนุ่มผู้ทุ่มเทฝึกซ้อมเปียโน เพื่อสอบเข้าเรียนดนตรีในระดับมหาวิทยาลัยให้ได้ ทั้งที่ตัวเขาเองไม่มีพรสวรรค์ แต่เขาพยายามไขว่คว้าโอกาสที่ลอยอยู่ไกลๆ อย่างสุดความสามารถ

เสียงตีกลองชุดจากบ้านหลังนั้น ยังคงดังเป็นพักๆ ไม่นานเพลงใหม่ที่ดังขึ้น เสียงกลองที่ตีรัวและหนักหน่วง ฟังอยู่ไกลๆ อย่างนี้ คล้ายมือกลอง ส่งผ่านความรู้สึกที่มี ผ่านไม้กลอง ต่อทอดไปยังฉาบและหนังกลอง รู้สึกเหมือน คนตี เป็นดั่งขุนกระบี่ที่หมายจะปลิดชีพศัตรูให้ได้ในดาบเดียว

พรสวรรค์กับพรแสวง….

เนื้อหาที่เขียนเอาไว้มีเพียงเท่านั้น

และมันยังไม่จบ

เวลาผ่านมานานปีกว่าแล้วสำหรับเรื่องเล่าเรื่องนี้

มาจนตอนนี้ ก็ลืมไปหมดแล้วว่า ในวันนั้น เราอยากบอกอะไร

ยังมีอีกหลายเรื่องที่เขียนไว้ ตอนที่ไปเจอโน่นเจอนี่ แล้วก็อยากเล่า

แต่…น่าเศร้าเนอะ ที่เขียนไม่จบ


หากว่า วันพรุ่งนี้ เราไม่ตื่นขึ้นมาอีกแล้ว

จะมีเรื่องราวที่เราอยากบอก

มากมายขนาดไหนกันนะ

เรื่องที่เขียนไว้ ก็หัดเขียนให้มันจบๆ เสียบ้าง

ส่วนเรื่องบางเรื่อง เมื่อยังไม่ถึงเวลาบอก ก็ไม่ควรพูดออกไป

เก็บๆ เอาไว้บ้าง

หัด ทำอดีตให้มันเป็นอดีต เสียบ้างเถอะ

อย่ามัวแต่ ทำอดีตให้เป็นปัจจุบันและอนาคตอีกเลย

อะไรๆ ที่ใครทำ ไม่ถูกใจ หรือแม้มองเห็นว่ามันไม่ถูกไม่ควร

ละ วาง ได้ ก็ทำเถอะนะแม่สาว (แก่) 27

ไม่ต้องไปบอกไปเตือนอะไรเขาหรอก

กรรมใครก็กรรมมัน

“เสียเพื่อนไปตั้งหลายคน เพราะสันดานอย่างนี้ ยังไม่เข็ดอีกหรือ”

เขียนให้มันจบๆ ก่อน…ตายไป

หรือเขียนให้มันจบๆ ก่อน…จะพูดออกไป

ก็คงจะดีนะ ว่าไหม?

2 comments
  1. mango said:

    มีงานร่างทิ้งไว้เต็มไปหมดเหมือนกันค่ะ
    โดยเฉพาะเรื่องเล่าเกี่ยวกับหนัง/หนังสือนี่เยอะมาก
    บางอันทิ้งไว้นาน เพราะอยากจะเขียนให้ดี
    แต่ก็เขียนให้ตรงตามที่รู้สึกไม่ได้ซักที
    งานร่าง.. ก็เลย ไม่เป็นรูปเป็นร่าง.. อยู่อย่างนั้น

    “หากว่า วันพรุ่งนี้ เราไม่ตื่นขึ้นมาอีกแล้ว
    จะมีเรื่องราวที่เราอยากบอก
    มากมายขนาดไหนกันนะ”
    ^ อ่านตรงนี้แล้วนึกถึงไดอารี่ของแอน แฟรงค์ค่ะ
    ตอนนี้ เลยกลับมาฮึดเขียนไดอารี่ทุกวัน
    ข้อดีคือ ได้ระบาย และ ทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำในหนึ่งวัน
    ซักวันอาจจะเป็นข้อมูลสำคัญทางประวัติศาสตร์ก็ได้นะ ;p
    เพราะฉะนั้น ต้องบันทึกให้จบค่ะ ข้อมูลจะได้ไม่ขาดหาย😀

  2. ^
    ^
    ^
    น้องอ้อ พูดได้ยิ่งใหญ่มากนะพี่เอี้ยง
    ปรบมือให้🙂

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: