Archive

Monthly Archives: July 2009

เพราะเราไม่ใช่เด็กวิทย์

แถมยัง ตกใจ ฟิสิกส์จนต้องย้ายกลับไปเรียนภาษาฝรั่งเศสเหมือนเดิม

การเดินทางไปตามหาความฝันเอียงๆ ที่หอเอน เมืองปิซ่า

จึงยังเป็นไปไม่ได้

เช่นเดียวกับที่แรงดึงดูดของโลก ก็ไม่อาจทำให้ หอเอน ล้มครืนลงในทันที อย่างไรอย่างนั้น

เว้นเสียแต่ว่า ที่นั่นจะมีอะไรบางอย่างให้เราได้ค้นหา

“คุณกาลิเลโอคะ คุณคิดว่า… ถ้าเราไปที่นั่น เราจะพบกับอะไรคะ”

จากนี้ไป

เราจะพูดถึง คนที่ถูกพักการเรียน เท่านั้น

เราเตือนคุณแล้วนะ

สาวหัวดื้อ นิสัยเอาแต่ใจ โหดหน่อยๆ พูดไม่เพราะ คล้ายจะมีความเป็นผู้นำสูง (แค่คล้ายเฉยๆ)

และเป็นลูกสาวคนโต

มักแสดงออกถึงความรู้สึกแท้จริงของตัวเองต่อคนรอบข้าง ไม่เป็น

ฉาก ณ สนามบิน ลูกสาววิ่งกลับมากอดพ่อ

จึงกระแทกใจอย่างแรง

“คุณกาลิเลโอคะ คุณคิดว่า…”

หากเพื่อนของเรา ค้นพบว่า เพื่อนสนิทคนหนึ่ง ไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่เขาคิดไว้

“เขาจะผิดหวังในตัวเราไหมนะ”

ในบ้านของเรา

ตัวเราจะเป็นอย่างไร นิสัยแย่ขนาดไหน คนในบ้านก็พร้อมยอบรับ

หากเมื่อก้าวออกจากบ้าน

เราเป็นเพียงคนๆ หนึ่งที่โลกข้างนอกจะยอมรับเราหรือไม่

‘ต้องพิสูจน์ให้โลกเห็น ด้วยตัวของเราเอง’

“คุณกาลิเลโอคะ คุณคิดว่า…”

หากมีแก้วน้ำตั้งอยู่ใบหนึ่ง

ในนั้นมีน้ำค่อนแก้ว

หินก้อนหนึ่ง ถูกเติมลงในแก้วใบนั้น

เมื่อปริมาตรของก้อนหินถูกเติมลงไป

น้ำก็จะเต็มแก้วพอดี

‘โลกไม่โหดร้ายกับคนเรามากนักหรอก’


“คุณกาลิเลโอคะ คุณคิดว่า…”

คนเราจะยอมรับ คำเตือนสติจากคนแปลกหน้าได้หรือเปล่า

ในแต่ละวัน คนๆ หนึ่งมีน้ำหนักตัวไม่เท่ากัน

พรุ่งนี้น้ำหนักเพิ่ม เมื่อวานน้ำหนักลด

แต่ไม่ว่าจะยังไง ก็ยังเป็นคนๆ นั้นอยู่ดี

‘คนเราจะยอมรับผิดกับตัวเอง วันไหน มันก็ตกถึงพื้นพร้อมกันอยู่ดี’*

ความบังเอิญ ทำให้เราได้ค้นพบโลกที่ต่างออกไป

การมีอยู่ของ คนๆ หนึ่ง อาจเพื่อคนบางคนเท่านั้น

“คุณกาลิเลโอคะ คุณคิดว่า… ถ้าเราลงรถไฟผิดสถานี จะได้พบกับอะไร”


c IMG_3312

ถึง   นุ่น

“แกก็น่าคบตรงที่เป็นคน จริงใจ นี่ละนะ”




* วัตถุ 2 ชิ้น  ที่มีรูปทรงเดียวกัน และประกอบขึ้นด้วยมวลสารเดียวกัน จะตกถึงพื้นพร้อมกัน แม้ว่าจะมีน้ำหนักไม่เท่ากันก็ตาม*  ( http://www.movie.sanook.com)

ตามปฏิทินสุริยคติ

27 – 07

เวลาสายๆ

แม่ยังไม่รู้ว่าจะต้องผจญกับเรื่องปวดหัวอะไรบ้าง

ถ้าได้เห็นหน้า ‘ลูกสาวคนโต’

ที่เติบโตดิ้นดุ๊กดิ๊กอยู่ในท้องนานเก้าเดือน

แต่นั่นก็ผ่านมาหลายปีแล้ว (นานมาก)

ไม่น่าเชื่อ…

จนวันนี้ แม่ยังยืนยัน

ขอไปผจญกับอะไรก็ไม่รู้

ที่เราจะเป็นผู้หยิบยื่นให้

ทั้งที่รู้ว่า

อยู่กับเรา

ต้องทะเลาะ ถกเถียง โกรธกันมากและบ่อยขนาดไหน

แต่แม่เชื่อมั่นว่า

เราจะดูแลแม่ได้ดีที่สุด

เท่าที่เราจะทำได้


ตอนนี้ อยากมีแรงเยอะๆ

อยากทำให้ได้ภายในวันนี้พรุ่งนี้ซะเลย

จากนี้ไป

ชีวิตจะอยู่กับการวางแผนล่ะนะ

ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

สิ่งที่ทำได้คือ ออกแรงมากๆ ใช้หัวคิดเยอะๆ

แล้วมันจะสำเร็จ

สาธุ

เพราะเช้านี้ได้พิสูจน์ความไม่บังเอิญแล้ว

จากนี้

จะขอเชื่อมั่นในแบบเพี้ยนๆ ว่า

ในวินาทีสุดท้าย จะมีปาฎิหาริย์

มาช่วยให้ทุกอย่างสำเร็จและเป็นไปด้วยดี

สาธุ สาธุ สาธุ

c IMG_3309

ปล.

1. เช้าวันที่ 30 07 ที่จะถึงนี้

ตามปฎิทินจันทรคติ

“นิมนต์ค่ะ”

ไปใส่บาตรอีก

2. จุ๋มให้สมุดบันทึกปกสีม่วง

มีข้อความจากหลายๆ คน

(เหมือนปีที่แล้วเลยเนอะ ^.^)

3. ขอบคุณทุกคนนะคะ

ขอบคุณเจ๊ด้วย

c IMG_3295

‘ลา มะ ลิ ลา ขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน

พอแตกใบอ่อนเป็น มะ ลิ ลา

ขึ้นต้นอะไรก็ได้

ขึ้นต้นอะไรก็ได้

แต่ให้ลงท้ายด้วย สระ อา…’

ในแฟ้ม Hard Heart Work เต็มไปด้วยแฟ้มโครงงานที่ขึ้นต้นร่างไว้

บางแฟ้ม ทำจบไปแล้ว

บางแฟ้ม ยังค้างคาอยู่

และไม่มีทีท่าว่าจะปิดแฟ้มจบไปได้ง่ายๆ

แถมยังมีโครงงานใหม่เกิดขึ้นใน Hard Heart Work บ่อยๆ

ค่าเฉลี่ยต่อเดือน ที่จะเกิดโครงงานใหม่ๆ คือ หนึ่งโครงงาน


เดือนนี้ ก็เป็นเช่นเดิม

โครงงานใหม่หน้าตาดีโผล่มาอีกแล้ว

แถมยังมองเห็นอย่างชัดเจนว่า หน้าตาจะดีมากเพียงไรหากทำสำเร็จ

ก่อนหน้านี้ เจ้าความคิดเดียวกันนี้เคยแว้บเข้ามาแล้วครั้งหนึ่ง

แต่สุดท้ายก็เดินจากไปเงียบๆ เพราะมองไม่ออกเลยสักนิดว่ามันจะสมเหตุสมผลเพียงใด


หากเหมือนอย่างเนื้อเพลง

‘ขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน’

ถ้ามีความขยันสักหน่อย

แบกเป้หนักๆ กลับบ้านทุกวัน

ความฝัน…. ที่คิดไว้

คงเป็นจริงได้แน่นอน

‘พอแตกใบอ่อนเป็นมะลิลา’

เอาเถอะ ขอให้

‘ขึ้นต้นอะไรก็ได้

ขึ้นต้นอะไรก็ได้

แต่ให้ลงท้ายด้วย สระ อา’

เอ้าาา มา

มาดื่มให้กับความฝันกันหน่อย

‘แด่ ความเลื่อนลอย คัมไป’

ปล. มั่ว ได้ เกือบ งง

ขึ้นต้นมาแล้ว เกือบจบไม่ลง

ไร้คุณภาพพพพพพพพพพพพพ





pattararanee March 10, 2009 at 11:28 am

เราเคยถามกับ “พล”
หลังเหตุการณ์วันนั้น ทำไมจึงตัดสินใจจาก “กรณ์”
ตัดใจได้หรือมีเจตนารมณ์ที่แท้มากกว่านั้น

รถไฟเป็นตัวแทนการจากลาที่ดี เพราะความช้า
และเป็นตัวเชื่อมที่ดีมากเช่นกัน

แต่ก็นั่นล่ะ หัวใจก็คือหัวใจ
รู้สึกอย่างไรก็ได้โดยที่เราคาดไม่ถึง

อาจเปลี่ยนเจตนารมณ์หนึ่งให้กลายเป็นอีกหนึ่ง

มองไปทางไหน ก็เห็นตัวแทนความผูกพัน
ทุกสิ่งล้วนพิเศษสำหรับเขาทั้งสอง

ภาพถ่ายและข้อความเหล่านั้น
เจตนารมณ์ที่แท้จากพล ในใจที่สิ้นหวังของ “พล”

จนถึงวันนี้
ถ้าเราทำอย่างเดียวกับ “พล” ได้ก็คงดี
“กรณ์” จะตามหาเราไหม

เป็นเพราะความสิ้นหวัง หรือไร้ซึ่งเจตนารมณ์
เราไม่ตั้งใจที่จะอคติกับกรณ์ แต่อดที่จะคิดไม่ได้
หรือคำตอบที่ได้คือ “กรณ์” ไม่เคยใส่ใจเลยสักนิดเดียว

เพียงแต่หวังลึกๆ ในใจ
ขอให้เขาทั้งสอง ได้กลับไปมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้ง
ช่วงเวลาที่มีความหมาย
ช่วงเวลา…ณ ความสุข

……………..

บันทึกไว้เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2552
อีกไม่ถึง 1 เดือน จะครบรอบ 1 ปี
เพราะคำสองคำ เกือบทำให้มีการจากลาได้
แต่สุดท้าย เราก็ไม่เก่งเหมือนพล ไม่ได้แม้เสี้ยวแห่งการตัดสินใจ

ข้อความข้างบน…

ได้รับแรงบันไดจานมาจาก คุณพี่นัก…รักเดินทาง ที่เธอเขียนเอาไว้ ตอนกระแสแรงๆ ของภาพยนตร์เรื่อง A Moment in June กำลังไหลอยู่ในใจ (ของหลายคน)

จนวันนี้

เรื่องที่ไม่เข้าใจ ก็ยังเป็นเรื่องเดิมๆ

‘ทำไม เราไม่เก่งเหมือนพล’

เพราะยังคงรู้สึก

เมื่อถูกกระทบ

แม้จะมาจากความไม่ตั้งใจ

แต่ก็ยังรู้สึกได้

เพราะตอนนี้ เรายังหายใจ

c IMG_3062

ปล. ภาพวาดในวันฝนพรำยามเช้า

วาดตอนฝนตก ก็ได้อีกอารมณ์หนึ่งเลยนะเนี่ย

^.^




ในวันที่โรคระบาดชื่อเก่า เชื้อสายใหม่

กำลังจู่โจมมนุษยชาติ

โดยเฉพาะ กำลังพุ่งเป้าหมายมายัง ประเทศซึ่งกระทำการ วัวหายล้อมคอก อยู่เสมอๆ เช่นบ้านเรา


‘ไข้หวัดใหญ่ 2009’

เชื่อว่า วิธีปฏิบัติตัว น่าจะไม่ยากนัก ถ้าหากใส่ใจ และ ทำตาม

– ออกกำลังกายเสมอๆ

– พักผ่อนให้เพียงพอ

– ล้างมือบ่อยๆ

– หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่สาธารณะ หากร่างกายอ่อนแอ

– หรือ สวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการรับเชื้อโรค หรือ แพร่เชื้อโรค

เท่านี้ น่าจะเป็นการป้องกันเบื้องต้นได้แล้ว

เพราะโรคไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคที่แพร่ระบาดตามฤดูกาลอยู่แล้ว

จำเพาะแต่เจ้า ‘ไข้หวัดใหญ่ 2009’ เป็นเชื้อโรคสายพันธุ์ที่เรายังไม่รู้จักดีพอ ก็เท่านั้นเอง

ดังนั้น การรู้จักป้องกันตัวเอง จาก สิ่งไม่ดี

เป็นความถนัดอย่างที่สุดของมนุษย์ไม่ใช่หรอกหรือ

หากจะหันมาสวมหน้ากาก (อนามัย) แทนการสวมหน้ากากปลอมๆ เข้าหากัน

น่าจะดีที่สุดนะ ในเวลานี้

c IMG_3018

ในตู้ปลา

ปลารักเร่ เกล็ดสีเงิน ครีบสีดำ

มันนอนตะแคงอยู่ปริ่มน้ำ

สภาพเหมือนปลาที่กำลังจะตาย

ลอยตุ๊บป่อง ตุ๊บป่อง

“เจ้านี่ ไม่มีเพื่อนเลยแฮะ” ใจเดียว ยืนมองตู้ปลา ที่ตั้งสูงจากพื้นไม่ถึงเมตร

มุมมองจึงเป็นแบบ มองลงไปตรงๆ

ใจเดียวเอานิ้วชี้ของมือซ้าย จิ้มลงไปบนตัวปลา

“อะไรสีแดงๆ” พูดพลางออกแรงส่งไปที่ปลายนิ้วชี้

เจ้ารักเร่ผลุบลงไปในน้ำ

และสะบัดครีบไปมา

แล้วก็ลอยกลับขึ้นมาอยู่ในสภาพเดิม

เหมือนมีแรงฮึด

เจ้ารักเร่ ยังคงสะบัดครีบ

ตอนนี้ มันผลุบลงไปอยู่ใต้น้ำอีกครั้ง

มันลอยเอื่อยๆ อยู่ใกล้ๆ ลูกกลมปล่อยอากาศที่กำลังพ่นฟองอากาศฟูฟ่อง

“สงสัย คงจะอยากได้ออกซิเจนละมั้งเนี่ย”

สักพัก เจ้ารักเร่ ก็ลอยกลับขึ้นมาอยู่ในสภาพเดิมๆ

“สีแดงๆ นี่ คือเกล็ดที่แห้งเพราะขาดน้ำสินะ”

ปลาก็มีเลือดสีแดง

ส่วนเกล็ดที่โผล่พ้นผิวน้ำกำลังแห้ง จนเลือดซึมออกมา

“น่าสงสารจริงๆ นะเจ้าปลาน้อย” ใจเดียวน้ำตาไหล


นอกตู้ปลา

คน ผมยาว ตาชิดกัน จมูกโด่งๆ

“มองผมทำไมเนี่ย” ผมจ้องตอบ

คนๆ นี้ เรียกตัวเองว่า ใจเดียว

เธอเอาผมมาอยู่ในตู้นี่ เพราะอยากให้ผมเป็นเพื่อนเธอ

“เฮ้ นั่นจะทำอะไรน่ะ” ผมส่งเสียงออกไป แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ได้ยิน

“บุ๋ม บุ๋ง บุ๋ม บุ๋ บู๋ บู๋ บุ่ …”

ผมจมลงไปในน้ำ เพราะแรงจากใจเดียว

“อย่าทำอย่างนี้เลย ผมแมนพอนะ มีแรงเยอะด้วย เห็นมั้ย” ผมว่ายน้ำโชว์พลังให้เธอดู

ก่อนหน้านี้ไม่นาน

ใจเดียว ให้อาหารผมเยอะมากและบ่อยๆ

จริงๆ ผมจำได้นะว่า เธอให้อาหารแล้ว

แต่เพราะผมอยากให้เธอดีใจ

ผมจึงกินอาหารที่เธอให้ทุกครั้ง

แต่การกินอาหารมากๆ ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะของผม

ท้องผมป่องมาก

เลยทำให้ตัวลอยขึ้นมาปริ่มน้ำอย่างนี้

แล้วเมื่อวานนี้

ใจเดียวไม่อยู่บ้าน

เธอไม่มาเล่นกับผม

ผมก็หลับเพลินไปหน่อย

ผมตื่นมาเพราะมีอาการเจ็บที่ผิว

เกล็ดของผมแห้งมากๆ จนเลือดออก

ผมนอนปริ่มน้ำ รอคอยให้แก๊สในกระเพาะค่อยๆ ออกไป

ผมดำน้ำเล่นอยู่บ่อยๆ เพื่อรักษาผิวให้กลับมาดีดังเดิม

แต่เมื่อกี๊นี้ ใจเดียวเอานิ้วจิ้มมาโดนแผลของผม

“เจ็บนะๆๆๆ” ผมร้องบอกเธอ แต่ว่าเธอคงไม่เข้าใจ

ผมว่ายน้ำโชว์พลัง

ผมว่ายไปที่ออกซิเจน เพื่อเล่นกับฟองอากาศโชว์ลีลาใหม่ๆ

“น่าสงสารใจเดียวจริงๆ เธอมีผมเป็นเพื่อนเพียงตัวเดียวสินะ”

“เลือดของเธอไม่มีสีเหรอเนี่ย” ผมเห็นเลือดไหลออกจากดวงตาของเธอ

IMG0017A

ปล. ปลารักเร่ ไม่ค่อยชัด กล้องมือถือ ไร้คุณภาพจริงๆ

ไม่โทษฝีมือตัวเองเล้ยยยย ฮ่าๆ


คุณจะรู้ตัวได้อย่างไรว่า คุณกำลังป่วยด้วย อาการจิตตก !!!

1. สมอง ไม่ค่อยสั่งการ เช่น ซื้อของในเซเว่น จ่ายเงินด้วยแบ็งค์ร้อย

ราคาทั้งหมดรวมเท่าไหร่ – ไม่รู้

เงินทอนทั้งหมดเท่าไหร่ – ไม่ได้นับ รับตังค์ทอนอย่างเดียว

รู้สึกตัวอีกที นั่งอยู่บนรถเมล์แล้ว

2. คิดซ้ำซาก วกวน

แก้ปัญหาไม่ได้สักกะเรื่องเดียว

3. ทำงานตามใบสั่ง

โดยไม่มีใจตัวเองสั่งเลยสักนิด

4. เบื่อ เซ็ง โดยไม่ทราบสาเหตุ

อาการอาจจะคล้าย อาการของสตรีมีครรภ์ หรือ สตรีในวันนั้นของเดือน

เช่น เบื่อหน้าคนบางคนมาก เป็นต้น

5. เศร้า หมอง

ฟ้าสวยขนาดหนัก ก็ยังเศร้าได้

6. เดินก้มหน้า

ไม่สบตาใคร อยู่ในภวังค์ตลอดเวลา

อาจต้องเอาน้ำเย็นๆ มาสาดเรียกสติ คล้ายการสาดด้วยน้ำมนตร์ไล่ผี

7. โหยหาความรัก

หิวความรักอย่างมากที่สุด

จนอาจเก็บกินความรักของใครๆ ที่หล่นเรี่ยราดตามพื้นก็ย่อมได้

8. อาการอื่นๆ อีกหลายอย่าง

ที่ระบุไม่ได้

xscsgfdoljxehxdohgmbuepjxdxgj

….

วิธีการรักษาอาการจิตตก

1. กิน

เน้นขนมหวาน เค้ก หรือ ถ้าจะให้หายขาดแบบทันใจ

แนะนำ ไอศกรีม แบบขมๆ หวานๆ

แนะนำ (อีก) รสชาติแบบสองหรือสามรส ในถ้วยเดียวเลยนะ

2. ไปไหนก็ได้ ที่ไม่เคยไป

โดดขึ้นรถเมล์ สายที่ว่างๆ ลงคันโน้น ขึ้นคันนี้

หาอะไรตื่นเต้นๆ ให้หัวใจทำงานต่างจังหวะบ้าง

หรืออาจจะไปต่างจังหวัดเลยก็ได้

หัวใจจะได้เต้นหลายจังหวัด เอ้ย หลายจังหวะ

3. เข้าโรงหนัง

เลือกหนังอะไรก็ได้ ที่คิดว่าเป็นแนว ที่ชอบที่ชอบ

ปล่อยตัวให้จมหายไปในความมืดของโรงหนังสักระยะ

ออกจากโรงหนังพร้อมกับเรื่องราวในหนังที่เพิ่งผ่านใจมาหมาดๆ

4. วิธีการอะไรอีกก็ได้

ตามแต่ที่มันเข้าท่า เข้าเค้าว่าจะเป็น

การเอ็นเตอร์เทนเมนท์ให้กับหัวใจ อย่างที่สุดน่ะ

สรุป

ยังสรุปไม่ได้

….

ปล. ทั้งหมดนั่น เป็นอาการและวิธีบำบัดเฉพาะบุคคล

หากท่านสงสัย ว่ากำลังจะป่วย ด้วยอาการเดียวกันนั้น

กรุณาติดต่อ ไปยัง เบอร์โทรศัพท์ ที่ท่านโทร. ออกบ่อยที่สุด อย่างด่วน !

เพิ่มเติม selfportrait แม่คนนี้น่ากลัวจริงๆ

me1