เหมือนอยู่ในฉากหนังสักเรื่อง

13.5.13
ค่ำนี้ เป็นครั้งที่ 2 ที่กลับมายืนอยู่หน้าโรงแรมลิสบัว
โรงแรมแห่งนี้เปิดให้บริการเมื่อปี ค.ศ. 1970
อุเหม่ ปีนั้นน่ะ ฉันยังไม่เกิดเลยนะ

ค่ำวานนี้ พวกเราก็มาที่นี่
เมื่อได้มองดูโรงแรมลิสบัวจากภายนอก โรงแรมนี้ให้อารมณ์ย้อนยุคอย่างมากที่สุดแห่งหนึ่งของมาเก๊า
พอเดินเข้าไปข้างใน เจอะคาสิโนลิสบัว ก็รู้สึกได้ว่า เหมือนเดินหลงทางและย้อนเวลากลับไปในยุคก่อน

อาจเป็นเวลาเมื่อ 43 ปีที่แล้ว ที่ถูกหยุดเอาไว้อย่างนั้น เพราะในพื้นที่คาสิโนที่พวกเราตั้งใจไปชม
มีจำนวนผู้คน (-หรือนักพนัน นั่นล่ะ) อยู่ในห้องคาสิโนขนาดเล็กกะทัดรัด น่าจะมีจำนวนโต๊ะพนันประมาณ 6 -10 โต๊ะ คล้ายเป็นห้องวีไอพีสำหรับนักพนันเลย แต่จริงๆ แล้วก็เป็นพื้นที่เปิด ที่ใครก็สามารถเข้าชมได้ แต่มันดูส่วนตัวเสียจนเราไม่กล้าก้าวเท้าขึ้นบันได 4-5 ขั้นนั่น ขึ้นไปดูใกล้ๆ เลยแม้แต่น้อย
สีและรูปแบบของการตกแต่ง พรม โคมไฟ โต๊ะ เก้าอี้ แม้กระทั่งเครื่องแบบของพนักงานหนุ่มสาวผู้เฝ้าโต๊ะ เฝ้าประตู ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในหนังเจ้าพ่อมาเฟียฮ่องกงสมัยก่อน

หลังจากนั้นพวกเราก็ไปเดินเล่นที่ชั้นใต้ดินของโรงแรมแห่งนี้
นั่นยิ่งทำให้พวกเราประหลาดใจ เมื่อเห็นผู้หญิงจำนวนเกือบ 20 คนเดินพาเหรดสวนกันไปมา เป็นสาว สวย อึ๋มเล็ก อึ๋มใหญ่ แต่งกายในชุดสั้นๆ และเซ็กซี่ พากันเดินเรียงรายโชว์ตัว ราวกับเดินอยู่บนแคทวอล์ค ทั้งๆ ที่มันก็เป็นเพียงทางเดินแคบๆ ในอาคารเท่านั้นเอง
ที่น่าแปลกก็คือ มีผู้ชายหยุดยืนดูพวกเธอ บางคนก็เดินตามไปเรื่อยๆ บางคนก็เดินเข้าไปคุยด้วย
เฮ้ย นี่มันคือ อะไรน่ะ
ฉันว่าไม่ต้องเดาหรอก ฉันว่าใช่แหล่ะ
สถานที่ดูตัวผู้หญิง หากคุณเป็นผู้ชายที่อยากได้สาวๆไปนั่งดริงค์ด้วย และอาจเลยไปถึง…ก็ได้ (ขอให้ฉันเข้าใจผิดเถอะ)

นั่นคือเหตุการณ์ของเมื่อวานนี้
แต่ตอนนี้ ฉันก็ตะลึงอีกครั้งกับ ความอลังการของอาคารและแสงสีรอบๆ ตัว ทั้งที่ก็ไม่ได้สวยกว่าการชมพระปรางค์วัดอรุณยามค่ำหรอกนะ
แต่ตอนนี้ และตรงจุดนี้ มันเป็นวิวแบบ 360 องศา มองไปทางทิศตะวันตกหน่อยๆ ก็เห็นมาเก๊าทาวเวอร์ ทิศใต้ก็เป็นโรงแรมวินน์ ตรงหน้านี่ก็โรงแรมลิสบัว เฉียงไปหน่อยก็เป็น แกรนด์ลิสบัว ที่มีโดมโค้งดูทันสมัยและสะท้อนแสงวิบวับๆ
แล้วสายตาก็ต้องมาหยุดที่อาคารแบ็งค์ออฟไชน่า ที่ตั้งตระหง่านตรงหน้า
ตอนนี้ อาคารทั้งหมดที่กล่าวมา อยู่ท่ามกลางเมฆหม่นสีเทา (หรือมันคือหมอกจากความชื้นกันแน่) ที่พัดผ่านมาก้อนแล้วก้อนเล่า ราวกับมีเครื่องพ่นเมฆขนาดใหญ่ลอยอยู่ใกล้ๆ นี่เอง
อากาศที่คล้ายว่า ฝนจะตก แต่มันก็ไม่ตกซักที
ตรงอาคารแบ็งค์ออฟไชน่า ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเอง กำลังยืนอยู่ในฉากหนังไซไฟสักเรื่องหนึ่ง
เอ่อ ถ้าจะมีมนุษย์ในร่างเหล็กลอยลงมายืนตรงหน้า ฉันก็ว่า โอเคนะ
มันบรรยายไม่ถูกเลย
รู้แค่ว่า ฟิน.
SAM_0175

2 comments
  1. rongnamcha said:

    หรือจะเป็นฉากจำจาก ID4 ที่จานบินมาลอยคว้างอยู่เหนือตึก ปล่อยลำแสงมฤตยูแล้ว… บู้ม! กลายเป็นโกโก้ครั้นช์! เอ๊ะ…เดี๋ยวนะ!

    • pattararanee said:

      ฮ่าๆๆ ชอบๆๆ ชอบกินโกโก้ครั้นช์เหมือนกันค่ะ🙂

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: