Archive

หัวใจเจรจา

ชีวิตคนธรรมดาคนหนึ่งที่มีเทวดานางฟ้าใจดีคอยคุ้มครองอยู่ นี่มันดีจริงจริงนะ

เมื่อชีวิตเริ่มลำบากทีไร เทวดานางฟ้าก็คอยมาเอาใจใส่ดูแล

นางฟ้าให้เงิน นางฟ้าเทวดาให้งาน นางฟ้าเทวดาสอนงานให้ความรู้
เทวดานางฟ้าพาไปเที่ยว เทวดานางฟ้าเลี้ยงขนมเลี้ยงกาแฟเลี้ยงข้าวเลี้ยงหนังเลี้ยงส้มตำ
นางฟ้าให้สมาร์ทโฟน นางฟ้าให้เครื่องสำอาง นางฟ้าให้พรินเตอร์
และอื่นอื่นอีกมากมาย บรรยายไม่หมด

ชีวิตจึงยังไม่ลำบากดิ่งเหวสุดติ่งแต่อย่างใด
เรียกว่า มีความเป็นอยู่ที่สบายกายสบายใจและมีความสุขดีตามอัตภาพ

ขอบพระคุณนางฟ้าเทวดาทั้งมวลที่ช่วยดูแล

เมื่อก่อนเวลาทำอะไร เราคาดหวังน้อย (คนเรามันก็หวังบ้างน่ะนะ)
หวังแค่ทำแล้วเราสุขใจและไม่เดือดร้อนใคร- มันก็พอแล้วจริงจริงในเวลานั้น

เมื่อเราเคยทำอะไรดีดีเอาไว้ เราก็จะได้รับสิ่งเหล่านั้นคืนกลับมาในรูปแบบต่างต่าง
มันเป็นความจริง

สิ่งเหล่านี้สอนและบอกเราว่า
ที่เราเคยทำ มันดีแล้ว

ดังนั้น เราก็จะยังทำเหมือนเดิม คือ ให้อะไรได้หรือทำอะไรได้ เราให้ด้วยความเต็มใจ ทำเต็มที่และเต็มความสามารถ
ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ (อย่างมีสติ)

Advertisements

ฉันมีคำถามอีกมากที่อยากถามกับเธอ
แต่ระยะทางนั้นห่างไกลเกินกว่า…ที่คำถามจะเดินทางไปถึง
และฉันคิดถึงเธอมาก

เช้าวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553
บนรถโดยสาร กรุงเทพฯ – เชียงแสน
ฟ้าสว่างนานแล้ว และฉันก็ตื่นนานแล้ว
ถนนสายนี้มุ่งหน้าเข้าสู่เมืองเก่าที่เรียกว่า เวียงเชียงแสน
หรือมีอีกชื่อหนึ่งคือ แคว้นโยนกนาคพันธุ์
เมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน
และต้องใช้เวลาศึกษาอีกนานพอควรกว่าจะจำเรื่องราวของเมืองนี้ได้

ใกล้เข้าไปทุกขณะ
เมืองเก่าที่รอคอยคนคนหนึ่งอยู่ที่เดิม
นานกว่าสามปีแล้ว ที่ฉันตั้งใจจะไปสูดอากาศเมืองเก่าเมืองนี้
พลันสายตามองเห็นกำแพงหมู่ไม้
ลำต้นของต้นไม้เรียงรายเป็นพรืด
ราวกับเป็นกำแพงกั้นเมืองนี้เอาไว้
และแล้วฉันก็ได้เห็นกำแพงอิฐ
อิฐเก่าเก่าก่อตัวอยู่เบื้องหลังกำแพงหมู่ไม้นั่น

รถโดยสารที่นั่งมา
แล่นเข้าเมืองแล้ว
รถแล่นผ่านกำแพงเมืองเก่าแสนเก่านั่น
เลยกำแพงไปได้หน่อย ทางขวามือ มีพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่
‘เดี๋ยวมาหานะเธอ’ ในใจเอ่ยปากสัญญากับพิพิธภัณฑ์เอาไว้

บ่ายแก่แก่
กับจักรยานคิตตี้แสนน่ารัก ซึ่งไม่เหมาะกับคนขี่เอาเสียเลย
ฉันนั่งดื่มสายน้ำด้วยดวงตาคู่นี้อยู่นานแสนนาน*
แม่น้ำสายนี้ แม่น้ำโขงที่ฉันหลงรัก
นับตั้งแต่พบสายน้ำนี้ ที่ริมโขงจังหวัดหนองคาย สี่-ห้า ครั้ง
น้ำของที่เวียงจันทน์ ครั้งนั้น
น้ำโขงที่เชียงคาน จังหวัดเลย อีกสองครา
ฉันไม่อาจหยุดรักเธอเลย ‘ลำน้ำของ’

น่าแปลกที่ดันไปหลงรัก แม่น้ำลำธาร
เคยเห็น คูคลองแม่น้ำ มาก็หลายสาย
แต่ไม่เคยถอนตัวถอนใจจากแม่น้ำโขงได้เลย
เป็นเรื่องแปลกที่ยินยอมให้เกิดขึ้นไปตลอดชีวิตนี้
สุดท้าย ‘ฉันก็ไม่ได้ไปหาเธอนะ พิพิธภัณฑ์ ไว้ครั้งหน้าละกัน’
เพราะฉันยังไม่อยากบอกลา แม่น้ำโขง

นั่นคงเป็น ‘ความจริง’ ที่ยากจะโต้แย้ง
ความรักที่เกิดขึ้น
ความรักนี้มีให้กับธรรมชาติ
หรือธรรมชาติเองก็มีความรักตอบให้กับฉันนะ
เพราะสายน้ำโขงนี้
ทำดีกับฉันทุกครั้งที่เราได้พบกัน
ทำให้จิตใจสบายทุกครั้งที่พบเจอ

แม้ว่า ที่เชียงแสน
สายน้ำจะแห้งแล้งไปสักหน่อย
แต่ฉันก็ยังเชื่อมั่นในความเป็นแม่น้ำโขงที่ฉันหลงรัก
ว่า สักวัน สายน้ำจะสดชื่น สดใส กลับสู่ภาวะปกติเช่นเดิม
และยิ้มให้กับฉันได้เต็มที่กว่าในครั้งสุดท้ายที่เราพบกัน
‘แล้วเจอกันนะ’ แม่น้ำโขง ตรงที่ที่เธอเดินทางผ่าน
*ที่ เมืองไหนสักเมือง ใน 6 ประเทศ
อาจจะเป็นชายแดนไทย ตรงจุดไหนสักแห่ง
หรือในเขตแดนอุษาคเนย์นี่ล่ะ*

ข้อความสารภาพข้างบนนั่น
เพราะวันนี้เป็นวัน APRIL TRUTH’s DAY น่ะ

ในวัน April Fool’s Day เมื่อปีก่อน
ฉันได้นำข้อความ
“สารจากแมลงสาบ ถึงเจ้าของบ้านผู้เป็นที่รัก” (โดย Lonelyiped)
เพราะอยากช่วยเผยแพร่เรื่องจริง ที่หลายคนพยายามช่วยกันประกาศให้โลกรู้

จนปีนี้ 2010 แล้ว บุคคลเหล่านี้ ก็ทำมันอีก
คือ การบอกความจริงให้โลกรู้

ท่านก้อง นี่เอง ตัวพ่อแห่ง เครือข่ายต้นไม้ขี้เหงา
ตัวพ่อของเรื่อง April Truth’s Day 2010

ด้านล่างนี้ เป็นข้อความของ ท่านก้อง

April Truth’s Day ปีนี้
ชวนกันกลับมาหาชีวิตใกล้ชิดแบบธรรมชาติกับโจน จันใด กันอย่างเงียบๆ ครับ : )
เรื่องราวแบบเต็มๆ มีชาวทริป น้ำ ต้มผักก็ว่าหวาน เขียนให้อ่านกันแล้วหลายคน
ดังนี้
วันนี้ใครบอก อะไร…อย่าไปเชื่อง่ายๆ จนกว่าจะได้ลองเอง…(1 เมษายน วันที่คนชอบโกหก) โดย ตุ๊ก
April Truth Day 2 เมื่อครั้ง “น้ำต้มผักก็ว่าหวาน” โดย จา
บันทึก การเดินทางที่ชื่อ “น้ำต้มผักก็ว่าหวาน” – สร้างบ้านดินและปลูกผักที่บ้านโจน จันใดร่วมกับทรงกลด บางยี่ขันและชาวคณะ โดย บดินทร์
เรื่อง สั้น(มาก) : คืนที่ผมหิว โดย ตอย
ช่วงขณะหนึ่ง แห่งชีวิต โดย เบลล์
กอซ ซิป บ้านไร่ (บันทึกการเดินทางทริปน้ำต้มผักก็ว่าหวานของข้าวปุ้น) โดย ข้าวปุ้น
Heaven on Earth โดย ฟา
สารคดี ฟังง่าย (หนัง) โดย เอก (พิเชษฐ์)
GMO : Give Me Organic โดย กิ๊บ
April Truth’s day โดย พี่นก
April Truth’s Day โดย ลิป
ทริ ปน้ำต้มผักก็ว่าหวาน เรื่องราวว่าด้วยอาหารและบ้านดิน on April Truth’s Day โดย เหย่น
ต้น-สุด ท้าย โดย คุ
การ์ตูน ชุด “โอ้ละหนอ…เมือง life” โดย เมย์
เขา คนนั้น…ผู้หันหลังให้ “เงินทอง” โดย เมย์
April’ Truth’s Day [Year 2] โดย ลิป
ใน ความเรียบและง่าย ของโจนจันได โดย ฉ่าย
April Truth Day Project : McDonalization “คุณค่า ”กับความ “คุ้มค่า ” ?!? โดย จอย
ปกติ ก็ ง่าย ง่าย โดย เอิง
“Can one trip change my life ?” (หนัง) โดย เอิง
เกาเหลา ชามใหญ่ โดย บีม
เกิด จากดิน (April Truth’s Day #2) โดย พี่จิว
April’s truth day : บอกความจริงเรื่องง่ายๆของชีวิตให้โลกรู้ โดย ปุ่น
เรื่องเล่า ไม่รู้จบ..ความจริง ที่หลายคนไม่รู้จัก โดย อ้อ
ความ จริงจากใจจริง โดย ครูแอน
จิ๊กซอว์ ที่หายไป โดย จุฬ
พรรณละ น้อย โดย เปิ้ล
April Truth’s Day โดย ส้ม
April Truth Day โดย โหน่ง
Seed-Ourselves: ขอให้ผักจงเจริญ โดย มิว
(April) Truth Today : Green Version โดย เม
บันทึก นึกประมวลในแคมเปญ April truth’s day.. โดย แต๋ม
ชีวิตยาก ยาก ที่อยากง่าย โดย เก๋ไก๋

ขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันเผยแพร่เรื่องราวดีๆ นะครับ
และท่านใดที่ผ่านไปมา หากอยากนำเรื่องราวดีๆ เหล่านี้ไปเผยแพร่ต่อ พวกเราก็ยินดี
แต่ถ้าลงเครดิตผู้เขียน ผู้ถ่ายภาพ หรือผู้บันทึกภาพเคลื่อนไหวสักนิด
จะเป็นกำลังใจให้กับผู้สร้างงานอีกโขเลยครับ : )

ขอบคุณอีกครั้งครับทุกคน : )

………………

…………….

………..

ปล.
1 ข้อความนี้
ฉันนั่งดื่มสายน้ำด้วยดวงตาคู่นี้อยู่นานแสนนาน*
อาจจะเป็นเดจาวู เหมือนจะเคยอ่านเจอที่ไหน
ถ้าซ้ำกับตัวหนังสือของใครก็ยกเครดิตให้คนนั้นนะคะ ^^

2 ติดตามเรื่องราว แม่น้ำโขง ได้ที่นี่ http://www.facebook.com/nopparat.lamun/
และ http://www.mekonglover.com/
3 *ที่ เมืองไหนสักเมือง ใน 6 ประเทศ / อาจจะเป็นชายแดนไทย ตรงจุดไหนสักแห่ง / หรือในเขตแดนอุษาคเนย์นี่ล่ะ*
[แก้ไข 5 เม.ย.  : ด้วยความเขลา หลง ลืม ว่า อุษาคเนย์ นั้นมีความหมาย ลึกซึ้งกว่าที่คิด
http://usakane.blogspot.com/2007/09/blog-post.html ]

ช่วงนี้ งานเยอะหรือก็เปล่า
ทุกอย่างดูเนือยเนือยและแสนเชื่องช้า
งานที่รับผิดชอบ ก็ดูน่าเบื่อไปซะแล้ว
แถมอากาศที่ร้อนแสนร้อน
เปิดแอร์ก็นั่งทำงานอยู่นานไม่ได้
เพราะมันเป็นห้องเย็น

จะอัพบล็อก หรือก็ไม่มีเรื่องราวอะไร
นึกจะเขียนอะไรก็ดูน่าเบื่อไปหมด
อาจเป็นเพราะอากาศที่ร้อนแสนร้อน
หรือเพราะใจยังร้อนไม่พอ
ในหัวว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย

เวลาที่อะไรอะไรมันเชื่องช้าท่ามกลางความรวดเร็ว
หัวใจมันอาจจะอยากพัก
หยุดอยู่นิ่งนิ่ง ดีกว่าร้อนมากมาก
นั่นอาจจะร้อนจนแรงบันดาลใจระเหยหาย
กลายเป็นควันจางจางไปในอากาศที่ร้อนเหลือทน

ช่วงนี้ ดูหนังกี่เรื่อง ก็ช่วยอะไรไม่ได้
ไม่เข้าใจ ทำไมหัวใจมันเนือยได้ขนาดนี้
หรือเพราะอากาศมันร้อนเกินไป
เปิดแอร์ให้หัวใจได้ไหมนะ
เผื่อมันจะเย็นสดชื่นซะบ้าง

ช่วงนี้ ชีวิตดูสับสนมากมาย
ไปโน่นมานี่ เที่ยวตะลอนไปกับใครใคร
มองซ้ายทีขวาที ที่ภูเขาลูกไหน
จะเจอซากฟอสซิลอย่างที่อยากได้บ้างไหมนะ
อยากเจอแรงบันดาลใจที่โดนแช่แข็งเอาไว้

ใจมันไม่อยู่กับตัวเลยสักนิด
นี่คงเป็น อาการขาดแรงบันดาลใจอย่างแรงน่ะ
ดูเหมือนคนพูดอะไรไม่รู้เรื่อง ใช่ไหม

มันไม่แปลกเลย
ที่พร่ำมาตั้งมากมาย
ก็ยังหาจุดเริ่มต้นไม่พบ ค้นหาจุดหมายไม่เจอ
แม้แต่จุดจบยังมองไม่เห็นทาง

เฮ่ออออ

ปีเสือแล้วนะ
มาทำนายดวงตัวเอง ในปีเสือดูดีกว่า

ปลายปีวัว สถานการณ์ต่างๆ ผันผวน
ไม่สามารถกำหนดอะไรด้วยตัวเองได้เลย
ดูเหมือนฟ้าจะลิขิตไปล่วงหน้าแล้ว

การงาน ผันแปรตลอดเวลา
มีขึ้นมีลง ตามใจคนสั่งงาน
ซึ่งเราเป็นมวยรอง
ต้องยอมรับในข้อนี้โดย จำเป็น

สุขภาพของบริวารมีปัญหา
มีรายจ่ายออกตามมา
แม่เข้าโรงพยาบาล
ด้วยอาการอาหารเป็นพิษ
นอนห้าคืนรวด

หลานชาย
น้องมิวก็ป่วยเข้าโรงพยาบาล
เข้าพร้อมยาย ออกพร้อมยาย
อะไรจะประจวบเหมาะปานนั้น

ก็นะ ในทางกลับกัน
ทำให้เราได้ใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น
แต่เวลา แบบนี้ ไม่เอานะ
เหนื่อยเกิ๊น

ลากแม่เข้ากรุง
เนื่องจาก น้องชายไม่อยู่บ้าน
ดังนั้น ข้าวปลาอาหาร
จะลำบากยิ่ง

ว้นส่งท้ายปีเก่า
ไปซื้อหม้อหุงข้าวเล็กๆ
เอาไว้ทำกับข้าวมื้อเย็นให้แม่กิน

ผลที่ได้
แกงจืด โคดดดจืด ไม่ใช่แกงอร่อยเหมือนในโฆษณา
โชคดีนะ ที่แม่กินกับเราแค่สองคน
ถ้าน้องๆ กินด้วย
คงโดนบ่นตามระเบียบแม่ช้อยมารำป้อยๆ

ดึกดื่น
ใครจะเคาน์ดาวน์ข้ามปี
บ่ยั่น
นอนเท่านั้นที่เราต้องการ
เพราะเมื่อยและง่วงมาก
แม่เหรอ หลับปุ๋ยๆ ไปหลายรอบแล้ว

หกโมงเช้า
แม่ปลุก ชวนไปใส่บาตร
พากันเดินไปวัดใกล้ๆ คอนโด
เดินกันเหนื่อยแฮกๆ พอควร
แต่ก็โอเคนะ

ซื้อหากับข้าว
แม่กินมื้อเช้าแล้ว
กลับมาก็ต้มข้าวต้มไว้เป็นมือเที่ยง
โอ้ หอมกรุ่น 555+

ตอนนี้แม่หลับแล้ว
ก่อนหลับบอกว่า
จะไปไหนก็ไปเหอะนะ
ข้าวก็มีไว้ให้กินแล้ว
อยากไปเที่ยวก็ไป
แม่จะนอน

เอ๊า ใครมันจะไปไหนได้ล้ะแม่ก็

ต้อนรับปีเสือ
ด้วยการทำกับข้าว
เออ ดี เผื่อจะได้เป็นแม่ศรีเรือนกับเขาบ้าง
ไม่ใช่เป็น แต่แม่ผีเรือนเหมือนที่ผ่านมา

555+

สวัสดีปีเสือ
ขอให้ มีความสุขกันมากๆ รับปีเสือกันนะทุกคน ^^
ขี่เสือกันให้สนุกไปเลย!


บนหนทางเดิน
มีความดี
อะไรบ้าง



ผู้คนมากมาย
ความดีหล่นหาย
อยู่ตรงไหน


หลงเหลืออยู่
บนซากอารยธรรม
นั่นหรือความดี

ค่ำคืนวันเสาร์ อากาศเย็นๆ พัดผ่านริมน้ำเจ้าพระยา

“อากาศเย็นชะมัด”

เวลานั้น แทนที่จะคิดถึงผู้คนที่เดินตามก้นกันต้อยๆ อยู่ตรงหน้า
ในใจกลับย้อนนึกไปถึง
วันเวลาเมื่อต้นเดือน เมษายน 2548 หลังจากเหตุการณ์สึนามิผ่านไปไม่นาน

ค่ำนั้น กับ อากาศเย็นละรอกที่สองของปี 2552
กลุ่มของพวกเราข้ามรั้วเหล็กดัดเข้าไป เพื่อเดินเล่นบนทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา
จุดเริ่มต้นของค่ำคืนนี้ อยู่ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ฝั่งพระนคร

อากาศเย็นๆ ริมแม่น้ำสายเลือดของประเทศ
พร้อมหน้าด้วยเพื่อนฝูงที่แสนจะรู้ใจกันนักหนา*
เรือร้านอาหารแล่นผ่านมา พาคลื่นกระทบหาฝั่งเสียงดังซู่ซ่าอยู่นั่นแล้ว

ท่วงทำนองนี้ ช่างคุ้นหู
จะขาดก็เพียง หนังเท้าไม่ได้สัมผัสน้ำเย็นๆ ก็เท่านั้น

ทั้งที่บรรยากาศไม่เศร้าสักนิด
เสียงคลื่นนี่เอง ตัวกระตุ้นเตือนให้นึกไปถึงวันนั้น

บนหาดทรายที่ร้างไร้ผู้คน
ที่นี่ ภูเก็ต เกาะท่องเที่ยวชื่อดัง หลังเหตุการณ์สึนามิผ่านพ้นไม่กี่เดือน
ขณะ เวลานั้น กำลังเดินเล่น ให้น้ำทะเลกระทบปลายเท้า
การเดินเพลิดเพลิน กับเพื่อนกลุ่มนี้ : พี่ชายคน น้องชายคน กับน้องสาวอีกสอง

ลำโพงโทรศัพท์เปล่งเสียงเพลงของคนอกหัก
แต่หัวใจที่หวิดเศร้านั้น กลับมาจากความรู้สึกหลากหลาย

คลื่นซ่าที่ซัดมา คือเสียงร้องไห้ของผู้คนหรือเปล่า
อาจจะทึกทักไปเองก็ได้
แต่ ที่นี่ เพิ่งมีคนเสียใจมากมาย
คนที่เสียชีวิตเพราะถูกคลื่นกลืนกิน
คนที่แสนเศร้าเพราะธุรกิจร้านค้าพังยับยากจะกู้คืน
คนบางคนสิ้นหวังจนหมดแรง แม้ยืนบนหาดทรายนี้คงไม่อาจทำได้
ชายหาดที่เคยสวยงามในสายตา
คงเป็นเพียงผืนผ้าสีดำ ที่แต้มด้วยดวงวิญญาณของคนหลายเชื้อชาติ

อนิจจา
แม้ชายหาดจะว่างเปล่า
มีเพียงเม็ดทรายเป็นผองเพื่อนกับแผ่นดินและทะเล
แต่มองไปทางไหน ก็รับรู้ได้ว่า
สสาร นั้นมีอยู่จริง

“พิชชี่” เสียงของตากล้อง มองลอดช่องพร้อมทั้งส่งเสียง
เสียงนั้น เรียกความจำให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน
ที่นี่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ลมหนาวของเดือนพฤศจิกายน ปี 52
เรียกสติกลับมาอีกครั้ง

เสียงคลื่นตรงนี้ ไม่ซัดแรงเท่าใดแล้ว
แต่เสียงที่หัวใจได้ยิน

ยังคงเป็นเสียงลมอื้ออึงและคลื่นสาดซัดโครมคราม
เหมือนคลื่นทะเลบนชายหาดป่าตอง
ในคืนวันอันว่างเปล่า

ปล
1. หวังว่าจะเข้าใจกันนะ อันไหนรู้สึกจริง ตรงไหนเฟค
2. ช่วงนี้ นอกจากเรื่องงานแล้ว ทุกอย่างในชีวิตดูไร้สาระไปทั้งหมด พยายามหาสาระอยู่น่ะ
3. แต่งดเว้น การสาระแน ^^