Archive

เ ชิ ง ท ด ล อ ง

เช้าวันนี้ก็เหมือนทุกวัน
ตอนนี้ในรถไฟใต้ดินไม่เหลือที่นั่งว่างแล้ว เพราะสถานีที่เราขึ้นเป็นสถานีที่ 3 เมื่อมันออกมาจากสถานีต้นทาง แต่ที่ยืนยังว่างอยู่อีกเยอะ
และแน่นอนเราก็เดินไปยืนตรงกลางตู้ แต่ไม่สนใจจะจับราวเพื่อการทรงตัวใดๆ เพราะยืนจนชินแล้ว
ก็แค่ยืนหันข้างให้หน้าหันไปทางหน้าต่างฝั่งไหนฝั่งหนึ่งก็เท่านั้นเอง แถมเรายังรู้จังหวะการเลี้ยวของรถไฟใต้ดินเส้นทางนี้เป็นอย่างดี
ตอนนี้เราก็ยืนสบายๆ ไปก่อน ก็ไม่มีใครจะมาสนใจเรานี่นะ ทุกคนมัวแต่ก้มหน้าอยู่กับมือถือของตัวเอง
และเราเองก็ไม่อยากสบตาใครเช่นกัน เช้าๆ แบบนี้ใครจะอยากคุยล่ะ
ก็เลยก้มหน้าอยู่กับมือถือของตัวเอง วนเวียนเปิดแอพฯ โน่นแอพฯ นี่ ทั้งๆ ที่ไม่มีข้อความอะไรใหม่เข้ามา
หรือแม้แต่ในเฟซบุ๊กของเรา มันก็ไม่มีอะไรน่าสนใจมากนักหรอก
อีกเดี๋ยวพอถึงสถานีหน้า คนก็จะแน่นขึ้นอีก ทีนี้ล่ะ ที่ยืนก็จะลดลง ท่ายืนก็ต้องจัดใหม่ เพื่อให้ทรงตัวได้ดี
คนแน่นอยู่พักเดียวเอง ผ่านสถานีใหญ่มาแล้ว ตอนนี้คนก็ออกจากตู้นี้ไปเยอะแล้ว แต่ก็ยังมีคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลังเราคนหนึ่ง
เลยรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองยังไงก็ไม่รู้ แต่เราคงจะคิดมากไป เพราะคนนี้ก็ไม่ได้มายืนใกล้อะไรขนาดนั้น น่าจะไม่ใช่คนโรคจิตสินะ
อยู่ดีๆ เสียงประกาศก็ดังขึ้นมาบอกว่า ตอนนี้รถไฟขัดข้อง ขอให้ทุกคนออกไปจากขบวนรถ
แล้วผู้ชายคนที่เราสงสัยว่าจะเป็นโรคจิตหรือเปล่าก็เข้ามาสะกิดไหล่
เขาพูดภาษาญี่ปุ่นล่ะ แต่เราไม่เข้าใจหรอก เลยถามเป็นภาษาอังกฤษกลับไปว่ามีอะไรหรือเปล่า
เขาเลยพูดภาษาอังกฤษสำเนียงแปร่งๆ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เราก็เลยบอกตามประกาศของรถไฟ
เขาตอบขอบคุณแล้วก็ยิ้มให้ เป็นรอยยิ้มที่ละลายใจมากๆ
พอออกไปยืนรอที่ชานชาลา เราก็ไม่เห็นผู้ชายคนนี้แล้ว
แอบเสียดายเหมือนกันนะ อยากเจอเขาอีกจัง

เช้าวันนี้ก็เหมือนทุกวัน
หลายเดือนมานี้ ผมรอขึ้นรถไฟใต้ดินเวลาเดิมๆ เพื่อจะดูว่า เธอคนนั้นมากับขบวนนี้หรือเปล่า
มันน่าแปลกนะครับ แปลกที่ผมจะเห็นเธอยืนอยู่ตรงที่เดิมๆ ทุกวัน เธอไม่เคยเปลี่ยนพฤติกรรมเลยครับ
ตอนแรกๆ ผมก็สังเกตดูเธออยู่ห่างๆ นะครับว่าเธอจะทำอะไรบ้าง ผมเห็นเธอหยิบมือถือออกมาแล้วก็ก้มหน้าก้มตาดูแต่จอครับ
และผมก็เห็นว่าเธอไม่จับอะไรเพื่อการยืนทรงตัวเลยครับ สงสัยเธอจะเคยเป็นนักกีฬามาก่อน
ก็เพราะตัวเธอเล็กนะครับ ขาก็ดูเล็กๆ ไม่น่าจะฐานมั่นคงเท่าไหร่นักหรอก (อย่าหาว่าผมนินทาผู้หญิงเลยนะครับ ผมก็แค่สงสัย)
แล้วหลังจากวันนั้น ผมก็จะเดินเข้าไปยืนอยู่ข้างหลังเธอแทบทุกครั้งเท่าที่เป็นไปได้
ตอนที่ผมได้ยืนข้างหลังเธอ ผมจะเห็นเธอเอามือถือออกมาดู ไม่รู้ว่ามันน่าสนใจตรงไหนนะครับ เพราะผมก็ไม่เห็นเธอจะแชทตอบใครเลย
อย่าว่าผมเสียมารยาทเลยครับ ก็ผมสูงกว่าเธอ เลยแอบเห็นว่าเธอทำอะไรกับจอมือถือของเธอบ้าง
สิ่งที่ผมชอบมากๆ คือ เธอมักจะจับผมของเธอรวบไปไว้ด้านหน้า นั่นเผยให้เห็นต้นคอของเธอนิดๆ นะครับ เป็นคอและไรผมที่สวยมากในสายตาผม
เอ้อ แต่ผมไม่ใช่คนโรคจิตนะครับ เพราะผมไม่ได้ชอบดูต้นคอของผู้หญิงทุกคน นี่ผมคงจะชอบเธอเข้าแล้วล่ะครับ
แต่ถ้าเธอก้มดูแต่จอแบบนี้ทุกวัน ผมจะรู้จักเธอได้ยังไงล่ะ
อยู่ดีๆ เสียงประกาศก็ดังขึ้นมาบอกว่า ตอนนี้รถไฟขัดข้อง ขอให้ทุกคนออกไปจากขบวนรถ
ตอนนี้ผมนึกอะไรดีๆ ออกแล้วครับ
ผมสะกิดไหล่เธอ แล้วถามเธอด้วยภาษาญี่ปุ่นครับ ว่าเกิดอะไรขึ้น
ตอนแรกเธองง แล้วถามมาเป็นภาษาอังกฤษว่ามีอะไรหรือเปล่า
ผมเลยพูดภาษาอังกฤษ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอบอกตามที่รถไฟประกาศว่าขัดข้อง
แล้วผมก็ขอบคุณเธอ ผมดีใจมากที่ได้คุยกับเธอ ก็เลยเผลอยิ้มออกไป
ผมออกจากขบวนรถไฟ กะว่าจะยืนรอที่ชานชาลาพร้อมกับเธอ แต่ว่าตอนนี้ผมมีงานที่ต้องรีบไปจัดการให้เรียบร้อย
ผมก็ได้แต่หวังว่า พรุ่งนี้ผมจะได้เจอเธออีกในเวลาเดิมๆ ที่เดิมๆ ของเธอนะครับ

(รบดจ.เรื่องนี้มาจาก น้องมอเอพิมพ์สเตตัสเรื่องในรถไฟใต้ดินที่แสนแน่นขนัดในตอนเช้า เป็นเรื่องของหนุ่มสาวคู่แฟนคู่หนึ่งที่ยืนอยู่ในรถแน่นๆ แล้วเกือบทะเลาะกันเพราะผู้ชายดันไปจับมือผิดคน แต่เราชอบฟีลลิ่งคนจีบกันมากกว่าอะนะ มันจิ้นดี ฮ่าๆๆ ก็เลยสรุปออกมาเป็นเรื่องนี้แทน)

Advertisements

คุ้มรัก…คุ้มครองความรัก ในวันวาเลนไทน์

*เอกสารนี้เป็นเพียงการสรุปผลประโยชน์โดยสังเขป
ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณา ดูแลสมาชิกตามหลักเกณฑ์ของผู้ให้บริการเท่านั้น
ทั้งนี้เงื่อนไขและความคุ้มครองอย่างสมบูรณ์ ถูกระบุอยู่ในเอกสารที่คุณสมัครสมาชิกไว้เท่านั้น*

ในช่วงจังหวะชีิวิตของคนเรา
จะเกิดความรักได้หลายครั้ง
ดังนั้น “เรา” มองเห็นความสำคัญ ที่จะช่วยดูแลคุณจากความรักที่ไม่สมหวัง

วันนี้ “เรา” จึงออกแบบ แผนประกันความรัก สำหรับคู่รักที่มีความเสี่ยง อาจจะเลิกลากันในวันวาเลนไทน์ปีนี้

ด้วยประกันแผนนี้ จะคุ้มครองความเสี่ยงเนื่องจากอกหัก รักคุด ช้ำใจ โดนทิ้ง และถูกบอกเลิก
ให้ “
คุ้มรัก…คุ้มครองความรัก ในวันวาเลนไทน์ 1,999″ เป็นตัวแทนช่วยจัดการภาระหลังจากอกหักช้ำรักในเดือกุมภาพันธ์นี้

โดยระยะเวลาการเปิดรับสมัรคสมาชิก คือ ในวันที่ 5-12 กุมภาพันธ์ นี้เท่านั้น
เอกสารประกอบการสมัคร
– รูปถ่าย “คุณกับคู่รัก” หรือ “รูปเดี่ยวของคู่เดท”
– เงินจำนวน 1,999 บาท
โดยประกันความรัก มีความคุ้มครองความรักในระยะสั้น คือ สิ้นสุดแผนประกันความรัก ในเดือ
กุมภาพันธ์ 2xxx เท่านั้น

การรับบริการจากแผนประกันความรัก ของ แผนคุ้มรัก…คุ้มครองความรัก ในวันวาเลนไทน์ 1,999
โปรดดู บนบัตรสมาชิกและคู่มือเท่านั้น

คู่มือ เงื่อนไขการให้บริการและคูปอง

กำหนดการใช้งาน วันนี้28 กุมภาพันธ์ 2xxx เท่านั้น

1. หาก คุณถูกคู่รัก หรือ คู่เดท บอกเลิกในร้านอาหาร ดังต่อไปนี้
xxxxxx, xxxxx,xxxx, xxxxxxxx,
xxxxx xxxxx, xxxxx, xxxxxxx, xxxx,
xxxxxxx, xxxxxx, xxxxxxx, xxxxxxxx, xxxx
เมื่อแสดงบัตรและคูปอง no.1 คุณจะได้รับสิทธิพิเศษ คือ
ได้รับการยกเว้นการชำระค่าอาหารและเครื่องดื่มในวงเงิน 3,000 บาท เท่านั้น (หากเกินจากนี้ กรุณาชำระเอง)

2. หาคุณถูกคู่รัก หรือ คู่เดท บอกเลิกและทิ้งไว้ในที่สาธารณ (เฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล)
คุณสามารถโทรศัพท์เรียกรถแท็กซี่จากศูนย์บริการแท็กซี่รักสดใสหัวใจ 7 ดาว ได้ที่หมายเลข 02-xxxx-xxxx
ศูนย์บริการจะแจ้งรถแท็กซี่ไปรับคุณ ที่จุดนัดหมาย
พร้อมบอกรหัสลับไว้ เป็นการป้องกันมิจฉาชีพ
ระยะทางให้บริการ 380 กิโลเมตร (แสดงบัตรและคูปอง no.2)
เวลาการให้บริการ 72 ชั่วโมง (เริ่มนับจากก้าวขึ้นแท็กซี่-ส่งกลับบ้าน)

3. ห้องพัก 1 คืนใน อ. หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ หรือ อ.ชะอำ เพชรบุรี
เกสต์เฮ้าส์ หรือโรงแรม ราคาห้องพัก คืนละ 1,000 บาท (เกินจากนั้น กรุณาชำระเอง)
โดยบริการนี้ มอบให้กับผู้โดยสาร แท็กซี่ จากข้อ 2
เท่านั้น

หมายเหตุ
1 แผนคุ้มรักฯ นี้ เปิดให้บริการสำหรับ
ผู้ที่พักอาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น
2 หากเกิดค่าใช้จ่ายเกินจากที่ระบุไว้ในคู่มือนี้ คุณเป็นผู้ชำระเอง
ทั้งนี้ “เรา” คำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ และจัดแพ็กเกจที่เหมาะสมกับคุณ ซึ่งเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจยุคนี้ให้แล้ว

จะว่าไป ถ้าเจ้าบริการข้างบนนั่น มีจริง
เหมือนเป็นของขวัญสำหรับคนถูกบอกเลิกเลยนะ

มีรถรับส่งที่ไว้ใจได้ ไปส่งยังที่พักใกล้ทะเล

คนอกหักไปทะเล
จะทำอะไรได้บ้างล่ะ

อาจจะ
“ไปร้องไห้ ให้พอ แล้วกลับมาดำเนินชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริง”
ก็เหมาะสมดีนะ

เห็นทีบริษัทประกัน ควรจะออกแบบประกันสำหรับความรัก
หรือผู้ที่เห็นช่องทางธุรกิจ ควรจะจัดแพ็กเกจแบบนี้ได้แล้วนะ

เพราะหนุ่มสาวที่อกหักในวันวาเลนไทน์ หรือ เดือนที่เขาว่ากันว่าเป็นเดือนแห่งความรัก
ก็มีมากพอพอกับหนุ่มสาวที่สมหวังในความรักนั่นล่ะนะ

“ขอให้ ทุกคน พบเจอรักที่สมหวังดังใจนะคะ” ^_^

ปล.
1 ดูโฆษณา ก็มีแต่พวกประกันภัย ประกันชีวิต และอื่นๆ อีกมากมาย ไม่เคยจะเห็นเลยว่ามันมี ประกันความรัก

2 ข้อความบางส่วนดัดแปลงมาจากประกันชีวิตยี่ห้อหนึ่ง ทั้งนี้เขียนเอนทรี่นี้ เพื่อเรียกรอยยิ้มจากเพื่อนฝูงและคนอ่าน ในเทศกาลแห่งความรักที่จะถึงนี้เท่านั้น ไม่มีผลประโยชน์ทางด้านธุรกิจอื่นใดมาเกี่ยวข้องนะจ๊ะ

3 ใครชอบไอเดียนี้   มาบอกกันนะ ยกให้

ฝน              ฝน              ฝน     ฝน         ฝน         ฝน
ฝน              ฝน              ฝน     ฝน         ฝน         ฝน
ฝน              ฝน              ฝน     ฝน         ฝน         ฝน

ฝน              ฝน              ฝน     ฝน         ฝน         ฝน
ฝน              ฝน              ฝน     ฝน         ฝน         ฝน

ฝน              ฝน              ฝน     ฝน         ฝน         ฝน
ฝน              ฝน              ฝน     ฝน         ฝน         ฝน

ฝน              ฝน              ฝน     ฝน         ฝน         ฝน

ฝน              ฝน              ฝน     ฝน         ฝน         ฝน

ฝน              ฝน              ฝน     ฝน         ฝน         ฝน

ฝน              ฝน              ฝน     ฝน         ฝน         ฝน

ฝน              ฝน              ฝน     ฝน         ฝน         ฝน
ฝน              ฝน              ฝน     ฝน         ฝน         ฝน
ฝน              ฝน              ฝน     ฝน         ฝน         ฝน

ฝน              ฝน              ฝน     ฝน         ฝน         ฝน

ฝน              ฝน              ฝน     ฝน         ฝน         ฝน

..

ฝน              ฝน              ฝน      ฝน        ฝน         ฝัน

ฝน             ฝน               ฝน      ฝน        ฝัน         ฝัน

ฝน             ฝน               ฝัน      ฝัน        ฝัน         ฝัน

ฝน             ฝัน              ฝัน       ฝัน        ฝัน         ฝัน

ฝัน             ฝัน              ฝัน       ฝัน        ฝัน         ฝัน

ฝัน             ฝัน              ฝัน       ฝัน        ฝัน         ฝัน

‘เมื่อคืนนี้ผมฝันร้าย’

ภาพเครื่องบินเล็กแตกเป็นเสี่ยงๆ ไฟที่ติดพรึบในตอนก่อนเครื่องบินตก มอดลงอย่างรวดเร็ว

‘อ่าว แล้วทำไม ไม่เจ็บตรงไหนเลยล่ะ’

ผมแปลกใจ ที่ไม่รู้สึกว่า ตัวเองบาดเจ็บตรงไหน ทั้งๆ ที่ตอนเครื่องบินถลาลงจากฟ้า มันไปกระแทกขอบเขาหินปูนตรงนั้นด้วย

แล้วผมก็กระเด็นกระดอนออกจากที่นั่งผู้โดยสาร ตกปุลงมาบนพื้นดินนิ่มๆ

‘หรือว่า ฝัน’

แต่ว่าภาพเครื่องบินที่แหลกเป็นซากอยู่นั่นก็ชัดเจนเหลือเกิน

‘มันจะเป็นฝันได้ยังไงกัน’

บริเวณนี้ มีบ้านไม้เก่าๆ สูงสองชั้น ตั้งอยู่โดดเดี่ยวในหมู่ไม้ แต่ตอนนี้มีซากเครื่องบินกองอยู่ข้างๆ จะว่าไปก็เหมือนประติมากรรมที่สมบูรณ์แบบเลยทีเดียว

‘บ้านไม้เก่า กับ เครื่องบินสิ้นสภาพ’

ช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

บ้าน ที่แม้จะเก่า แต่ก็ยังอยู่อาศัยได้

เครื่องบินที่เหลือแต่ซาก กลายเป็นขยะกองใหญ่ที่ไม่อาจกำจัดในเวลาอันรวดเร็ว

อนิจจา คนเรา ไม่รู้ว่าจะมีสิ่งใช้สอยที่ฟุ่มเฟือยกันไปทำไมหนักหนา ‘เดี๋ยวก็ตายกันแล้ว’

ผมเดินสำรวจ ในบ้านไม้เก่าหลังนี้

แต่ผมไม่เจอใครเลยสักคน

เดินเข้าห้องโน้น ออกห้องนี้ แอบทดลองนอนบนเตียงเสียด้วยสิ

‘เหมือนนิทานเรื่องนั้นเลย เด็กหญิงกับบ้านหมี’

ผมนึกชื่อนิทานไม่ออก จำได้แต่เนื้อเรื่องว่า

ถ้าผมกินอาหารที่อยู่ในครัว แล้วไปนอนหลับบนเตียง

ผมจะตื่นขึ้นมาเจอกับเจ้าของบ้านหลังนี้

และแล้วผมก็หลับไปบนเตียงนั้นจริงๆ

พอตื่นขึ้นมา ผมได้เจอะ ครอบครัวหมี

แต่ไม่ใช่หมีธรรมดา

มันถูกเรียกต่างออกไปว่า แพนด้า ด้วยค่าที่ว่า มันเป็นพวกมังสวิรัติ กินแต่พืชผักผลไม้เป็นอาหาร

ใช่แล้วครับ ผมตื่นมาเจอ ช่วงช่วง หลินฮุ่ย แล้วก็หลินปิง แพนด้าน้อย ที่คนไทยโปรดปรานอย่างกับอะไร

และที่บอกว่า ผมฝันร้าย

ก็เพราะ ผมโดนแพนด้าตบและชี้นิ้วด่าไฟแลบ

“มานอนทำไม นี่บ้านชั้น”

ผมงงงวยกับภาพที่เห็น

แพนด้าพูดได้

“ออกไปจากบ้านชั้นได้แล้ว” หลินปิง ยังคงขับไล่ผม

“จะไปได้ยังไง เครื่องบินพังหมดแล้ว” ผมเถียงสู้แพนด้า แถมออกอาการกวนโอ๊ยเต็มที่

“เรื่องของเธอ แต่เธอต้องออกไปจากบ้านหลังนี้ได้แล้ว” หลินปิงแหวใส่ไม่ลดละ

ผมเงียบ พิจารณาว่า ฝันไปหรือเปล่า

แพนด้าจะพูดได้ยังไง

หรือว่า ผมอ่านความคิดคนอื่นได้

‘หรือเราจะอ่านความคิดสัตว์ได้ด้วย’ ต้องเป็นความฝันแน่ๆ ถึงเพี้ยนได้ขนาดนี้

‘ผมว่า ชาติที่แล้ว ผมคงชื่อ แฮรี่ พอตเตอร์ แล้วล่ะ’

แล้วอุ้งตีนหมีก็ลอยมาปะทะเข้าที่แก้มของผม

แพนด้าตบหน้าคนได้ด้วย

“ตบผมทำไม” ผมคลางแคลงใจ

“ก็ตบให้ตื่นไง” แพนด้าส่งเสียง แล้วก็ลงมือตบที่แก้มผมอีกสอง-สามครั้ง

ตอนนี้ ผมตื่นดีแล้ว มีสติสัมปชัญญะครบทุกประการ

ตรงหน้าผม คือ ผู้หญิงคนหนึ่ง เธอมีชื่อว่า “เนตรอัปสร”

“ไงล่ะ ฝันร้ายเหรอ” เนตรอัปสรถลึงตาดุๆ ใส่ พร้อมคำถามนั่น

“ครับ ผมฝันร้าย”

….

ปล. ลองเขียนดูน่ะ

เพราะไปอ่าน “8 1/2 ริกเตอร์ การตามหาหัวใจที่สาบสูญ” เลยโดนเจ้า I-Novel ทดสอบเอา

อาจจะเขียนไม่เป็น ไอ-โนเวล สักเท่าไหร่

แต่ก็ ลองดู เผื่อจะมีสาระขึ้นมาบ้าง

คริคริ

โฆษณาตัวใหม่

ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นโฆษณาอะไร

ใครรู้ ช่วยบอกกันหน่อยนะจ๊ะ


สาวผมสั้น บุคลิกเปรี้ยวเ..ี่ยวราด

นั่งบนโซฟาเก๋สีแดงแปร๊ดดดด

พูดต่อหน้ากล้อง อย่างไม่เคอะเขิน

“ผู้ชายในสเปคน่ะเหรอ

ไม่มีหรอก

แต่…มักจะแพ้รอยยิ้ม”

ภาพแฟลชแบ็ค

ภาพออกเป็นสีม่วงๆ

ถอยหลังไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว

ณ อาคารไม้เรือนแถว

หน้าร้านขายของชำ

สาวน้อยมัดผมหางม้า ในชุดนักเรียนมัธยมปลาย

เธอเดินชนไหล่นักเรียนชายร่างสูง

เด็กหนุ่มก้มลงหยิบของที่หล่นอยู่บนพื้น

“นี่ๆ เธอๆ ของหล่น”

แต่เด็กสาวก็วิ่งหนีไปไกลแล้ว

ภาพตัดกลับมาที่ หญิงสาวสุดเปรี้ยวคนเดิม

ประกายวิบวับในตาส่งออกมากระแทกเลนส์กล้อง

พร้อมคำพูดประโยคนี้

“เมื่อไหร่ที่มีอาการแพ้รอยยิ้มนะ

เมื่อนั้น เธอ เตรียมตัวรับบรรณาการได้เลย”

แฟลชแบ็ค

ภาพออกมาเป็นสีชมพู

บนโต๊ะทำงานของใครคนหนึ่ง

ถุงน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ถูกวางทิ้งเอาไว้

“ใครนะ เอามาให้อีกแล้ว ไม่ชอบกินซะหน่อย”

หญิงสาวคนเดิมแอบมองชายหนุ่มจากมุมหนึ่ง

ภาพตัดกลับมาที่สาวเปรี้ยว

คราวนี้ดวงตาเธอไม่สดใสนัก

“แล้ววันนั้นนะ ก็ท้อหมดใจ”

แต่แล้วในฉับพลัน

ราวกับเธอใส่คอนแทคเลนส์ที่เปลี่ยนสีได้

ดวงตาของเธอกลับมาใสวิ๊งอีกแล้ว

“เมื่อเดือนที่แล้ว

ไปเจอรอยยิ้มละลายใจ

เล่นเอาใจหวิวไปหลายวัน”

ภาพแฟลชแบ็ค

สีของภาพสดใสแบบป๊อปอาร์ต

ในร้านหนังสือ

“ช่วยหยิบหนังสือเล่มนั้นให้หน่อยค่ะ”

ชายหนุ่มร่างสูงหยิบหนังสือส่งให้พร้อมรอยยิ้ม

“นี่ครับ พี่”

ภาพตัดกลับมาที่ผู้หญิงคนเดิม บนเก้าอี้แดงตัวเดิม

เสียงหัวเราะของเธอร่าเริงมาก

“ก็เขินเหมือนกันนะ

เราไม่น่าเกิดก่อนเค้าเลย

ไม่งั้นนะ เธอเตรียมตัวรับบรรณาการได้เลย”

ดวงตาของเธอสดใสมาก

ยิ้มทีเล่นทีจริง มองเข้ามาในกล้อง

“อย่ายิ้มนะ

ใจสั่นจะแย่แล้ว…”

ใครจะเชื่อ ว่่า…

โลกของผู้หญิงจะสดใสได้ขนาดนี้

ปล. แรงบันดาลใจเกิดจากอาการมือสั่น

เพราะรอยยิ้มของ…

เอาน่า อย่าพูดเลย มันไม่ค่อยเหมาะนัก 555+

และก็นะ โคตรอยากทำเป็นโฆษณาเลย

ใครชอบ ก็มาบอกกันเลยนะ ยกให้ ^O^

ในตู้ปลา

ปลารักเร่ เกล็ดสีเงิน ครีบสีดำ

มันนอนตะแคงอยู่ปริ่มน้ำ

สภาพเหมือนปลาที่กำลังจะตาย

ลอยตุ๊บป่อง ตุ๊บป่อง

“เจ้านี่ ไม่มีเพื่อนเลยแฮะ” ใจเดียว ยืนมองตู้ปลา ที่ตั้งสูงจากพื้นไม่ถึงเมตร

มุมมองจึงเป็นแบบ มองลงไปตรงๆ

ใจเดียวเอานิ้วชี้ของมือซ้าย จิ้มลงไปบนตัวปลา

“อะไรสีแดงๆ” พูดพลางออกแรงส่งไปที่ปลายนิ้วชี้

เจ้ารักเร่ผลุบลงไปในน้ำ

และสะบัดครีบไปมา

แล้วก็ลอยกลับขึ้นมาอยู่ในสภาพเดิม

เหมือนมีแรงฮึด

เจ้ารักเร่ ยังคงสะบัดครีบ

ตอนนี้ มันผลุบลงไปอยู่ใต้น้ำอีกครั้ง

มันลอยเอื่อยๆ อยู่ใกล้ๆ ลูกกลมปล่อยอากาศที่กำลังพ่นฟองอากาศฟูฟ่อง

“สงสัย คงจะอยากได้ออกซิเจนละมั้งเนี่ย”

สักพัก เจ้ารักเร่ ก็ลอยกลับขึ้นมาอยู่ในสภาพเดิมๆ

“สีแดงๆ นี่ คือเกล็ดที่แห้งเพราะขาดน้ำสินะ”

ปลาก็มีเลือดสีแดง

ส่วนเกล็ดที่โผล่พ้นผิวน้ำกำลังแห้ง จนเลือดซึมออกมา

“น่าสงสารจริงๆ นะเจ้าปลาน้อย” ใจเดียวน้ำตาไหล


นอกตู้ปลา

คน ผมยาว ตาชิดกัน จมูกโด่งๆ

“มองผมทำไมเนี่ย” ผมจ้องตอบ

คนๆ นี้ เรียกตัวเองว่า ใจเดียว

เธอเอาผมมาอยู่ในตู้นี่ เพราะอยากให้ผมเป็นเพื่อนเธอ

“เฮ้ นั่นจะทำอะไรน่ะ” ผมส่งเสียงออกไป แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ได้ยิน

“บุ๋ม บุ๋ง บุ๋ม บุ๋ บู๋ บู๋ บุ่ …”

ผมจมลงไปในน้ำ เพราะแรงจากใจเดียว

“อย่าทำอย่างนี้เลย ผมแมนพอนะ มีแรงเยอะด้วย เห็นมั้ย” ผมว่ายน้ำโชว์พลังให้เธอดู

ก่อนหน้านี้ไม่นาน

ใจเดียว ให้อาหารผมเยอะมากและบ่อยๆ

จริงๆ ผมจำได้นะว่า เธอให้อาหารแล้ว

แต่เพราะผมอยากให้เธอดีใจ

ผมจึงกินอาหารที่เธอให้ทุกครั้ง

แต่การกินอาหารมากๆ ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะของผม

ท้องผมป่องมาก

เลยทำให้ตัวลอยขึ้นมาปริ่มน้ำอย่างนี้

แล้วเมื่อวานนี้

ใจเดียวไม่อยู่บ้าน

เธอไม่มาเล่นกับผม

ผมก็หลับเพลินไปหน่อย

ผมตื่นมาเพราะมีอาการเจ็บที่ผิว

เกล็ดของผมแห้งมากๆ จนเลือดออก

ผมนอนปริ่มน้ำ รอคอยให้แก๊สในกระเพาะค่อยๆ ออกไป

ผมดำน้ำเล่นอยู่บ่อยๆ เพื่อรักษาผิวให้กลับมาดีดังเดิม

แต่เมื่อกี๊นี้ ใจเดียวเอานิ้วจิ้มมาโดนแผลของผม

“เจ็บนะๆๆๆ” ผมร้องบอกเธอ แต่ว่าเธอคงไม่เข้าใจ

ผมว่ายน้ำโชว์พลัง

ผมว่ายไปที่ออกซิเจน เพื่อเล่นกับฟองอากาศโชว์ลีลาใหม่ๆ

“น่าสงสารใจเดียวจริงๆ เธอมีผมเป็นเพื่อนเพียงตัวเดียวสินะ”

“เลือดของเธอไม่มีสีเหรอเนี่ย” ผมเห็นเลือดไหลออกจากดวงตาของเธอ

IMG0017A

ปล. ปลารักเร่ ไม่ค่อยชัด กล้องมือถือ ไร้คุณภาพจริงๆ

ไม่โทษฝีมือตัวเองเล้ยยยย ฮ่าๆ