Archive

ไม่มีอะไร

“หายไปไหนมา?”
ใครเขาถามกันเล่า

อยาก…เขียนนะ
อยาก…ทำโน่นนี่อีกมากมาย
แต่ขอทำงานราษฎร์ให้เสร็จก่อนนะ

“ได้ข่าวว่าใกล้เสร็จแล้ว (มั้ง)”
ใครเขาบอกเธอล่ะเนี่ย

“เดี๋ยวงานหลวงก็มา อย่างกับฤดูน้ำหลาก”
ใครเขาจะไปสนใจล่ะ (ทำไปเหอะน่า)

ทุกวันนี้ มีความสุขดี
กับงาน ทั้งหลวงและราษฎร์ และวิถีส่วนตัว
แต่แอบเบื่อ ไม่ได้ดูหนังมา 1 เดือนแล้ว 

ทั้งสองเงา+สิ่งเล็กๆ
หวังว่ามันจะยังอยู่อีกสักสัปดาห์

ช่วงก่อนโน้นมีอิสระ เป็นเหมือน นก
ช่วงหลังนี้ เป็นปลา หายใจได้แต่ในน้ำ
ดูจะยังไม่พ้นน้ำ
คล้ายปลาโง่โง่สักตัว
ปรากฏว่า
คงต้องเป็นปลาโง่ใต้น้ำไปก่อน
อีกสักพักถ้าอยากพ้นน้ำ
ก็จะบินขึ้นฟ้า
กลายเป็น นกปลา หายใจได้ในอากาศเหมือนเดิม

ใครอยากรู้กันล่ะนั่น !!!

ช่วงนี้บริโภคข้าวเหนียวเป็นว่าเล่น
ไม่รู้เพราะอากาศร้อนหรือหากินง่าย
มื้อบรันช์ (เบรคฟาสท์+ลันช์) จึงเป็นข้าวเหนียวหมูปิ้งแทบทุกวันทำงาน
เอาจนคนในที่ทำงานเริ่มถาม ‘ไม่เบื่อบ้างหรือไง’

อยากตอบเหมือนกันนะ
แต่เกรงใจว่ามันจะยาวเกินไป
เลยมาตอบในนี้แทน

‘กินข้าวเหนียว ไม่เบื่อบ้างหรือไง’
ขอบอกว่า “เบื่อจะตาย ข้าวเหนียวร้านนั้น

โคตรไม่อร่อย เนื้อแน่นแฉะน้ำ

เพราะใส่ถุงไว้ตอนที่ยังร้อนร้อน
เก็บไว้ก่อน
รอกินตอนสายสาย
ไอร้อนกลายเป็นน้ำและซึมซาบเนื้อข้าว
ทำให้ข้าวเหนียว ‘อย่างแฉะ’
และเนื้อมันก็แน่นแน่น
หาความเบาไม่เจอ
กินเข้าไป รู้สึกคล้ายโดนหินถ่วงในท้อง

อยากกินข้าวเหนียวแบบที่วัดบ้านต้อม
ที่บ้านดอนนาแพง ขอนแก่น

ข้าวเหนียวอุ่นอุ่นกินกับหมูทอด
เป็นข้าวเหนียวที่ให้ความรู้สึกเบา
เบาตั้งแต่หยิบออกจากกระติบ
ไม่ต้องใช้แรงงัดแงะใดใด
เอามือจกหรือส้อมจิ้มก็กลิ้งกลิ้งหล่นใส่จานแล้ว
พอมาอยู่บนปลายนิ้วก็ปั้นเป็นก้อนได้ง่ายง่าย
มันไม่ติดมือมากนัก
และที่สำคัญ เคี้ยวแล้ว “อื้มมมม อร่อย”
กินไปเรื่อยเรื่อยไม่รู้สึกจุกแน่น เหมือนข้าวเหนียวในเมืองนี่เลย

อดสงสัยไม่ได้ว่า ข้าวเหนียวในเมืองหลวงต่างกับข้าวเหนียวที่ต่างจังหวัดอย่างไร
จำได้ว่ากินข้าวเหนียวที่ เชียงใหม่ หนองคาย บึงกาฬ กุมภวาปี อุดรฯ ขอนแก่น ภูเวียง ด่านซ้าย เชียงคาน
มันก็ดูเบาเบา ให้ความรู้สึกเบา ไม่จุก

หรืออาจจะเป็นเพราะกินข้าวเหนียวในแต่ละแห่งที่ว่ามา
เป็นบ้านเพื่อน หรือไม่ก็ไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนจิต (ให้ว่างบ้างอะไรบ้าง)
พอกินข้าวเหนียวแล้ว ก็ได้สำเหนียกถึงความเป็นโลคอล
ที่อยู่กินกันอย่างประหยัด ทำมาเท่าไหร่ก็กินกันไปเท่านั้น
และพอใจในสิ่งที่มีอยู่ ไม่ได้ดิ้นรนอะไรมากมาย
มีปลาในน้ำก็ไปหามา มีข้าวในยุ้งก็เอามาหุงกินกัน

สงสัยว่า ข้าวเหนียวต่างจังหวัด
ทำให้รู้สึก เบาเบา ได้
ก็คงเพราะประการฉะนี้แล

นับแต่วันที่ 21 เม.ย. 52

อ่านดวงชะตา จากหนังสือเล่มไหนก็จำไม่ได้

เขาบอกไว้ว่า…

ผู้อุปถัมภ์ เรียกง่ายๆ ว่า ผู้คุ้มกัน

แต่เราขอเรียกว่า เทวดา

จะย้ายออกจากเรือนราศี

ทำให้…

หากจะทำอะไร จะเกิดปัญหา

หรือแม้ไม่ทำอะไร

ก็จะมีปัญหาต่างๆ นานา

เคยคิดว่า…

พวกโหราทั้งหลาย กล่าวสิ่งใดในแง่ลบ

เราไม่ใส่ใจ

แต่หนนี้

พอเรื่องราวหรืออะไรต่างๆ เกิดขึ้นคล้ายอย่างนั้น

ดังคำทำนายทายทัก

ตอนนี้ เทวดา ของเราหายไปไหนหว่า

ทำอะไรก็ดูติดขัดไปหมด

เฮ้อออ…

วันนี้เจออะไรขำๆ

เลยทำให้ยิ้มได้

เห็นปุ๊บก็ยิ้มออก ^^

ลองมองหาดูกันเอาเองนะจ๊ะ 555+

rf-wife

07.07

17.17

27.27

คุณคิดว่า

ตัวเลขข้างบนนั่น หมา่ยถึงอะไร?

07.07

วันกับเดือน / เดือนกับปี / ชั่วโมงกับนาที หรือแม้แต่ นาทีกับวินาที

17.17

ชั่วโมงกับนาที  หรือไม่ก็ นาทีกับวินาที

27.27

ชุดตัวเลขนี้ เป็นหน่วยที่น้อยที่สุดเลยละมัง เพียงแค่ นาทีกับวินาที

27.11

กับ…

10.27.27

เหมือนว่าจะตกหลุมสีฟ้า ซะแล้วสิเรา

เสี้ยววินาทีเท่านั้น

เลข 7 เป็นตัวเลขที่นักจิตวิทยา (ในหนังสือเล่มไหนสักเล่ม) บอกกันว่า เป็นตัวเลขที่จดจำได้ง่าย จึงมักมีคนนึกถึงบ่อยๆ

อาจเป็นเพราะ ใน 1 สัปดาห์ มี 7 วัน, รุ้ง มี 7 สี, นางคันธา ธิดาคนที่ 7 (หรืออีกชื่อคือ นางรจนา ธิดาของท้าวสามณ) หรือแม้กระทั่ง 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ทั้งยุคเก่า ยุคกลาง สมัยใหม่

เหล่านั้น ล้วนมีเลข 7 เข้ามาเกี่ยวข้อง

เลข 13 ไม่ว่าิคนไทยหรือฝรั่งจะมีคติความเชื่อกับตัวเลขนี้อย่างไร คงไม่ต้องนึกถึงหรอก เพราะสำหรับฉันแล้ว กลับหวาดหวั่นทุกครั้ง เมื่อเลข 13 นี้ ตรงกับวันศุกร์

เพราะเรื่องแย่ๆ มักเกิดขึ้นในวันนั้น

เรื่องที่ว่า มันอาจไม่ร้ายแรงสำหรับคนอื่น แต่สำหรับฉัน มันมักเป็นผลกระทบจากการงานที่พลอยทำให้ใจไม่เป็นสุข ไม่สนุกไปเสียได้

และที่สังเกตอีกอย่างหนึ่ง มักเป็นเรื่องกระทบกระทั่งระหว่าง คนกับคน เป็นส่วนใหญ่

ฉันจึงไม่ถึงขั้นยึดติดงมงาย ว่าจะเป็นเรื่องของอาถรรพ์อะไร เพียงมีความกังวลใจแฝงอยู่เท่านั้นเองว่า “วันนี้จะทะเลาะกับใครหรือเปล่า”

‘เลข 7’ และ ‘เลข 13’ ไม่เพียงเข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตอย่างคนอื่นๆ เท่านั้น

แต่ทุกวันนี้ กลับบ้าน ก็ต้องบอกโชเฟอร์ว่า “ซอย 7 ค่ะ” เพราะคอนโด อยู่ซอย 7

ไปทำงาน ก็ต้องบอกพี่วินว่า “บ้าน… ซอย 7 ค่ะ” เพราะที่ทำงานอยู่ในหมู่บ้านที่มี 7 ซอย

หากวันไหนกลับดึก ต้องนั่งแท็กซี่ ก็บอกพี่คนขับอีกว่า “ซอย 7 ค่ะ”

ถ้ากลับไม่ดึก แวะซื้อของ เดินชิวๆ กลับบ้าน ก็ต้องเข้าทางซอย 13

หุ หุ หุ เป็นซอยที่น่าเกรงกลัว งู สุนัข ผี เป็นอย่างยิ่ง แต่ที่น่ากลัวกว่านั้น คือ คน หรือ พวกมิจฉาชีพน่ะเอง

แถมช่วงนี้ โจรขโมยชุกชุม ออกอาละวาดไม่เว้นแต่ละวัน ขนาดเวลาหัวค่ำที่รถราขวักไขว่พลุกพล่านบนถนนเส้นหลัก ก็ยังมีโจรบนมอเตอร์ไซค์ วิ่งราวกระเป๋าถือกระเป๋าสะพายกันไปง่ายๆ

บ่อยครั้งฉันจึงไม่เดินชิวๆ กลับเข้าซอย 13 อีก (ทั้งที่เดินเล่นมาเป็นปีแล้ว) ก็ต้องไปนั่งวินเพื่อไปซอย 7 แทน

เลข 7 -13 จึงเกี่ยวข้องกับฉันด้วยประการชะนี้แล … ไม่ได้เกี่ยวดองเป็นญาติกับ 7-11 แต่อย่างใดเอย ^^

รัก รัก รัก    รัก รัก รัก รัก รักกก รักกกก  1

ปา ดา ดา ดั๊บ ปั๊บ ปับ ปั๊บ ปาาา ดาาาา 

รัก รัก รัก รัก รัก รัก รัก     รักกก รักกกก 

รัก รัก รัก    รัก รัก รัก รัก รักกก รักกกก

 

* ปา ดา ดา ดั๊บ ปั๊บ ปับ ปั๊บ ปาาา ดาาาา  2

รัก รัก รัก    รัก รัก รัก รัก รักกก รักกกก

รัก รัก รัก รัก รัก รัก รัก    รักกก รักกกก

รัก รัก รัก รัก รัก รัก รัก    รักกก รักกกก

 

** รัก รัก   รัก รัก รัก    รัก รัก รักกก รักกกก  3

รัก รัก รัก    รัก รัก รัก รัก รักกก รักกกก

ปา ดา ดา ดั๊บ ปั๊บ ปับ ปั๊บ ปาาา ดาาาา

ปา ดา ดา ดั๊บ ปั๊บ ปับ ปั๊บ ป๊าาา ดาาาา

( ซ้ำ * , * )  4

( ซ้ำ ** )

แถ่ แดม แถ่ แดม แถ่ แดม แถ่ แดมมมมมมมมมมมมมมมม  5

 

มาหัดเขียนเพลงรักกันดีไหม

เข้าเรื่องวิธีการแต่งเพลงเลยแล้วกัน

1 ช่วงอินโทรดักชั่น – เกริ่น ให้เดินนำเรื่องไปก่อน ด้วยคำหรือประโยคที่กระแทกใจผู้ฟัง ให้รู้ว่า ตอนนี้เรื่องราวเป็นยังไง 

วิธีการแนะนำ

ลองร้องออกมาเอง หรือ พูดกับตัวเองด้วยประโยคหรือคำที่คิดว่า “เรารู้สึก” กับมัน

หากมันกินอินใจเหลือเกิน ก็ถือว่าผ่าน

เช่น เริ่มตกหลุมรัก “แรกเจอเธอเหมือนใจหายไป…”

หรือ หากว่ารักเริ่มคุดก็ “เธอเปลี่ยนไปจากวันก่อน…”

2 ช่วงสตอรี่ – เล่า การเล่าเรื่องหรืออธิบายความเพื่อให้คนฟังเข้าใจได้ลึกซึ้งขึ้น
วิธีการแนะนำ
เหมือนเดิม (ลองร้องออกมาเอง หรือ พูดกับตัวเองด้วยประโยคหรือคำนั้น)

หากช่วงนี้กำลังอินเลิฟ “เห็นหน้าเธอแล้ว ใจละลาย”
หรือ หากว่าอกหัก “เห็นหน้าเธอแล้ว ใจสลาย”

ง่ายไหมนั่น แค่เปลี่ยนคำๆ เดียว ความหมายกลับต่างไปเยอะ

3 ช่วงเอ็กซ์เพรส – ระบาย ช่วงนี้ถือว่าสนองนีดคนเขียนเพลง อยากจะด่าใคร อยากจะบอกรักใครก็ใส่ไปให้เต็มที่
วิธีการแนะนำ
ร้องเลย จะร้องเป็นเพลงตอนร้องไห้ก็ได้ ไม่ผิดกติกา แต่ระวัง ต้องมีสติหน่อย เดี๋ยวเผลอร้องไห้จริงจังไป แล้วจะลืมเนื้อเพลงที่คิดได้

กำลังรักอยู่ “จะรัก รักเธอ หากแม่ไม่ว่าอะไร ก็จะรักเธอไปอย่างน้านนนนนนนนน”
แต่ถ้าผิดหวัง “แค่เธอไม่รัก ก็ปวดที่หัวใจ ได้โปรดอย่าเพิ่งไป…” (มาจ่ายตังค์ก่อนนนนนนน – อ่ะ ล้อเล่นนน)

4 ช่วงรีวิว – ทบทวน พอเสียสติไปแล้ว คนเราต้องหันกลับมาเริ่มมองตัวเองใหม่ ว่าตอนนี้เราอยู่ตรงจุดไหน รู้สึกยังไง แล้วก็ตอกย้ำตัวเองเข้าไป ถ้าสุขก็สุขมากๆ ไว้ แต่หากเศร้าก็เศร้าให้มันบาดเข้าไปข้างในลึกๆ
วิธีการแนะนำ
ช่วงนี้ไม่มีอะไรแนะนำ

 5 ช่วงโคลส – ปิด สั่งลา สั่งเสีย กันท่อนนี้ล่ะ

วิธีการแนะนำ
ถ้าบรรยากาศอินๆ ฟุ้งๆ ดีๆ ก็ “รักเธอ……”
แต่ถ้าเหงา เศร้า รันทด “ฮื้ออออ ฮืออออ ฮื่ออออ ฮืออออออออออออ” กันไป ซึ่งอาจมาจากเสียงร้องไห้ก็ได้

มีเพลงฝรั่งเพลงหนึ่ง คนฟัง ฟังแล้วอยากจะตายขึ้นมา เพราะเพลงมันเชิญชวนให้ “ฆ่าตัวตาย” เหลือเกิน

คงไม่ต้องเขียนกันขนาดนั้นหรอกนะ

แนะนำจริงๆ นะ

จะขีดจะเขียน ยังไงก็ได้ ขอให้ตั้งอยู่บน ศีลธรรมและจริยธรรม

 

 

 

 

 ไม่มีอะไร แค่ความรักมันขึ้นหน้ามากไป เลยอยากลองแต่งเพลงรักดูบ้าง

เมื่อได้วิธีการแต่งเพลงแล้ว ก็ลงมือบรรเลงกันได้เลย (หมายถึง เขียนเนื้อเพลงนะ ไม่ใช่ตีระนาด)

หมายเหตุ  หากไม่ฮาก็ช่วยกันฮาหน่อย ก่อนจะฮากันไม่ออก

 

ปล1 โหมดอารมณ์ อยากแต่งเพลงเล่นๆ แก้เบื่อ เมื่อต้องทนดูคนทะเลาะกัน

ปล2 ส่วนใครอยากลองเขียนเพลง แบบที่ไม่สุดขั้วอย่างที่แนะนำกันไปแล้ว ก็ง่ายๆ คือ อยากเขียนอะไรก็เขียน แต่งเป็นอะไรก็แต่ง  เพราะเขียนเอง ร้องเอง ไม่มีใครเขาว่าหรอกนะ ฮ่าๆ