Archive

cooking

แม่ : อยากกินกุ้งหวานน่ะ
เรา : ทำไงอะ
แม่ : ง่ายจะตาย ไปซื้อกุ้งมาก่อน แล้วจะสอนให้

นั่นคือ เมนูลำดับที่สาม
ที่ต้องตามใจแม่
เดินออกจากห้องไปซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้ๆ
โชคดี ที่นั่นมีกุ้งขาว ซึ่งเหมาะแก่การทำกุ้งหวาน

กุ้งหวาน หนึ่ง จาน

ส่วนประกอบอาหาร
กุ้งขาว สิบสองตัว (น่าจะประมาณสองขีด)
น้ำตาลทรายประมาณ สี่-ห้า ช้อนโต๊ะ

กรรมวิธีการผลิต : กุ้งหวาน
– นำกุ้งไปล้างให้สะอาด (ไม่ต้องปอกเปลือกล่ะ)
– ใส่กุ้งลงในหม้อหุงข้าวที่เริ่มอุ่นๆ
– เติมน้ำตาลลงไปเลย (โปรยลงไปให้พอกหนาหนาเท่าหน้าผู้หญิงโบ๊ะแป้งพัฟ)
– หมั่นคนไปมา
– ดูน้ำตาลให้ดีๆ ถ้าเริ่มเป็นคาราเมลหนืดๆ รออีกสักนิด คนไปมา (กันไหม้)
– ดูที่กุ้งนะ ถ้าเริ่มมีหน้าตาเป็นกุ้งหวานแล้วล่ะก็ ถอดปลั๊กหม้อหุงข้าวได้

เป็นเมนูที่ทำง่ายสุดสุด
สิ่งที่ต้องระวัง
มีเพียงข้อเดียวคือ
อย่าให้ น้ำตาลไหม้เกินขีดจำกัดน้ำตาลไหม้นะจ๊ะ

แล้วมื้อนั้น
แม่ก็เอร็ดอร่อยสมใจอยาก
นั่งกินกุ้งเปล่าเปล่าไปเกือบครึ่งจาน

แม่ : พอแระ เหลือไว้กินกับข้าวดีกว่า
….
แม่ : ที่จริง ต้องรออีกหน่อยนะ
แล้วกุ้งจะกินได้ทั้งตัวเลย เปลือกมันก็จะเคี้ยวง่ายกว่านี้ด้วย
เรา : ไม่ทันละแม่ จานหน้าละกันนะ

ปล. เป็นเมนูที่จะว่าง่ายก็ง่าย ยากก็ยากนะนั่น

ความเดิมตอนที่แล้ว
“เก็บใส่ตู้เย็นไว้ก่อน (เผื่อทำมื้อเช้าเป็นข้าวต้ม+น้ำซุปหม้อนี้) “

หลังจากที่น้ำซุปเหลืออยู่
ก็จับยัดเข้าตู้เย็นไปตามระเบียบ

พอรุ่งเช้า
พากันไปใส่บาตรวันปีใหม่กับแม่
เพราะแม่ปลุก 555+

เดินกลับมาถึงห้องก็เกือบแปดโมงเข้าไปแล้ว
จึงเริ่มลงมือโยนข้าวสารลงหม้อที่มีน้ำซุป

ทำไปทำมา โดยไม่ได้ทำอะไร
ข้าวต้มแสนเจิด ก็ปรากฏโฉม

ได้กลิ่นกันมั้ย
ห้อมมมม หอมนะ ^^

ข้าวต้ม หนึ่ง หม้อ
ส่วนประกอบอาหาร

ข้าวสาร หนึ่งถ้วยครึ่ง
ไก่ สอง ชิ้น
กุ้ง สี่ ตัว
แครอท ห้าสิบตังค์ (ไม่ใส่เยอะ แม่ไม่ชอบกิน)
เห็ดฟาง สอง ดอก (อันนี้แม่ชอบ)
ต้นหอม ผักชี (ที่เหลือจากเมื่อวาน เอามาใช้อีก ก็ยังเหลืออยู่ดี)
น้ำซุปแกงจืดสองชามเหลือจากเมื่อวาน

กรรมวิธีการผลิต : ข้าวต้ม
– หั่นทุกสิ่งอย่าง แล้ววางไว้
– เอาน้ำซุปใส่หม้อ เติมข้าวสารลงไป
– รอน้ำเดือดปุดปุด แล้วเติมไก่ลงไป
– เปิดฝา เอานิ้วจิ้ม เอ้ย ทัพพีคนในหม้อ ถ้าไก่ใกล้สุก เติมแครอทและเห็ด
– ปรุงรสด้วย น้ำปลาสามช้อนชา
– พอน้ำเดือด ใส่กุ้ง
– รอบนี้ น้ำจะเดือดเร็ว ก็ใส่ต้นหอม ผักชี ได้เลย
– ปิดฝา ถอดปลั๊ก จบข่าว

เป็นยังไง น่ากินใช่มั้ยล่ะ
ตอนนี้ยังเหลืออีกสองเมนู ที่เปิดหม้อไปเมื่อช่วงวันหยุดปีใหม่
เอาไว้ว่างๆ จะมาเล่าอีกนะคะ

ช่วงนี้งานเยอะเบ๊อะและเบ๊อะบ๊ะตลอด
อาจจะก่งก๊งไปบ้าง
วันนี้ก็เลยมาเล่า การทำข้าวต้มหม้อนี้แบบงงงงกันนะ

ใครไม่งง
แวะมาบอกได้

เห็นเมนูที่น้องๆ เพื่อนๆ มาบอกไว้แล้ว
น่าทำตั้งหลายอย่างแน่ะ
แต่ส่วนเรื่องเมา
ขอบาย
แค่เมางานก็จะแย่แล้ว
รอไปเมาน้ำโขงที่เมืองเชียงไหนสักเชียงจะดีกว่า
นะ ว่ามั้ย ^^

ปล. ขณะที่มาเขียนโม้อยู่นี่ ก็คือ อาการง่วงและคิดงานไม่ออก กำลังเบื่อเหลือแสน T_T

ซื้อหม้อหุงข้าวใบใหม่ เมื่อวันสิ้นปี 52

ยี่ห้อ Sharp ขนาด 1.1 ลิตร

ตอนแรกกะว่าจะเอาหม้อแบบที่มีชั้นสำหรับนึ่งอาหารได้ด้วย
แต่ฝาหม้อดันเป็นแบบติดตั้งถาวร ซึ่งแกะออกไม่ได้
จะทำให้ ทำกับข้าวได้ไม่สะดวก (โทษหม้อ ซะงั้น)
และแถมด้วย ฝาชั้นใน เป็นแบบถอดล้างไม่ได้อีก
ดังนั้นเลยสรุปว่า
เอาหม้อหุงข้าวแบบโบโบไปใช้ก็แล้วกัน
จึงกลายเป็น รุ่นแสนธรรมดา ดังว่าไป

อาหารหม้อแรก คือ แกงจืด ที่จืดสนิท
เพราะ ใส่น้ำมากเกินไป
น้ำซุปจึงเหลือสองถ้วยเต็มเต็ม
อ่ะ ไหนไหน ก็เหลือเยอะแล้ว
เก็บใส่ตู้เย็นไว้ก่อน (เผื่อทำมื้อเช้าเป็นข้าวต้ม+น้ำซุปหม้อนี้)
นั่นล่ะ อาหารหม้อที่สอง

ไปชิมอาหารหม้อแรกกันก่อนนะ

แกงจืด หนึ่ง ชาม
ส่วนประกอบอาหาร
ไก่ ขีดครึ่ง

กุ้ง สี่ ตัว
เต้าหู้อ่อน (ขาว ครึ่งหลอด)
ผักกาดขาว สี่ใบ (ถ้าต้นเล็ก ห้า-หกใบ ก็ได้)
แครอท หนึ่ง บาท (วัดจากน้ำหนักไม่ได้ เอาราคาละกัน)
เห็ดฟาง สอง ดอก (ถ้าดอกเล็ก ก็สามดอก)
ต้นหอม ผักชี (มีราก) ซื้อมาห้าบาทใช้บาทเดียวก็พอ
ซุปก้อนแบบไม่ชูรส
น้ำเปล่าสะอาด ปริมาณ 3/4 ชามที่ใช้ใส่แกงจืด (นะ เยอะไปมันจะจืดสนิท)

กรรมวิธีการผลิต : แกงจืด
– ทุกอย่างล้างให้สะอาดสะอ้านด้วยนะ
– หั่นทุกสิ่งอย่าง ไปให้เสร็จก่อน หรือ ถ้าทำคล่องแล้ว ก็หั่นไปพร้อมกับต้มเลยก็ได้
– รากผักชี ทุบทุบสักนิดพอช้ำ
– เติมน้ำเปล่าในหม้อหุงข้าว
– รอน้ำเดือดปุดปุด ใส่ซุปก้อนแบบไม่มีผงชูรส หนึ่ง ก้อน และรากผักชี
– คนให้ซุปก้อนแตกตัว เติมเนื้อไก่ลงไป ในปริมาณพอเหมาะ ปิดฝา
– เปิดฝาดู ถ้าไก่ใกล้สุกแล้ว เติมผักที่สุกยากลงไปก่อน เช่น ข้าวโพดอ่อน แครอท เห็ดฟาง
– เติมเครื่องปรุงรส เกลือนิดหน่อย น้ำตาลนึดนึง (ซักหนึ่งช้อนชา) น้ำปลาสองช้อนชา (เอาเข้าจริง กะกะเอาก็ได้)
– รอน้ำเดือดอีกรอบ ใส่ผักกาดขาวลงไป
– น้ำเดือดอีกรอบ ใส่ กุ้งกับเต้าหู้อ่อน ลงไป
– ดูจนกุ้งสุก แล้วชิมรสรอบแรก
– เติมรสที่ชอบเพิ่มลงไปในหม้อ
– น้ำเดือด ใส่ต้นหอม ผักชี ปิดฝาโลด
– ดึงปลั๊กออกได้ เป็นอันเสร็จ ตักใส่ชามได้แล้ว

หมายเหตุ แครอทไม่ควรปอกเปลือกทิ้งไว้ เพราะมันจะดำ

ชมชิมอาหารหม้อแรกกันไปแล้ว เพื่อนเพื่อนคงไม่รู้ว่าเป็นไงบ้าง
แต่เราว่า ก็พอไหวนะ 555+
เพื่อนเพื่อน มีอาหารโปรดอะไรกันบ้างคะ
ว่างว่าง ก็มาบอกทิ้งไว้ได้นะ
ถ้าทำไม่ยากจนเกินไป
จะลองผลิตและนำมาเล่าไว้ในนี้จ้า ^^

ปล
1 อาหารหม้อแรก ที่ปรุงโดยแม่ครัวมือใหม่
2 ต่อไปน่าจะมีหัวข้อ cooking เพิ่มเข้ามานะ ทนทนอ่านกันไปเน้อ ^^