Archive

haiku

ฝนตกละเลงพื้น
จุดดำในใจใครบางคน
หมาหน้าประตูบ้าน

ฝนตกชั่วครู่แล้วก็หยุดไป  
ทำไมหมาต้องที่นอนหน้าประตูบ้าน
ผู้ชายกลุ่มนั้นในเสียงเพลง Fairytale Lullaby ทำไมมีแต่ผู้ชาย 

ฝนตกลงมาอีกแล้ว พื้นถนนโรยหินกรวด มีหยดน้ำพรมไปทั่ว
หมาโงหัวขึ้นดูฝนตกเปาะแปะนั่น
ผู้ชายในกลุ่มนั้น เล่นกีตาร์คนหนึ่ง มีน้ำเสียงไพเราะ

ฝนตกเป็นสายฝนแล้วไหลนองบนพื้นถนน
หมานอนหลับเพลินเพลินซบขาหน้าของมันเองอยู่บนพรมเช็ดเท้า
ทั้งเสียงนักร้องและเสียงดนตรี มาจากคนคนเดียวกัน 

ฝนเม็ดใหญ่หายไปแล้ว เหลือแค่ละอองฝนเล็กเล็ก
หมายังคงนอนหลับอยู่หน้าประตูบ้าน
แต่เสียงร้องและละอองเม็ดฝน ก็ทำให้ใจเป็นจุดจุดไปแล้ว

——————–

ปล. ได้หัวข้อ-คำ มาจากคอมเมนท์ของต้อมที่ตอบปอนด์ในเอฟบี 
ผู้ชายพวกนั้น อยู่ในนี้ http://www.youtube.com/watch?v=P94FpKuvNds&feature=youtube_gdata_player 

Advertisements

ใบไม้
ฝนตก
แผ่นหนัง

ต้นไม้ต้นนั้น ดูเหมือนใบของต้นไม้ กำลังละทิ้งลำต้นไปจนเกือบหมดแล้ว
ใต้ต้นไม้นั่น มีเศษใบไม้เกลื่อนกลาด
ใบไม้สีน้ำตาลเข้มซ่อนแทรกตัวอยู่ใต้ใบไม้สีเขียวที่เพิ่งร่วงหล่นไป
มันกลบทับอยู่ด้านบนจนแทบจะมองไม่เห็นใบไม้เปื่อยเปื่อยยุ่ยยุ่ยนั้น

ฝนเทลงมาอีกแล้ว
นี้คือฤดูอะไรกันหนอ
ยามกลางวัน อากาศช่างร้อนเหลือทน
พอตอนนี้ สายฝนกระหน่ำราวเทวดากำลังสาดน้ำโครมใหญ่ใส่ผืนดิน
สายฝนที่กำลังทิ้งตัวลงมานี้ 
อย่างกับรู้แน่ะว่า ต้นหญ้าเล็กเล็กกำลังจะแห้งตาย

ในกระเป๋ามีแผ่นหนังอยู่สองสามเรื่อง
เป็นแผ่นหนังที่ไม่อาจนำกลับมาใช้ดูได้อีกแล้ว
เพราะมันถูกหักจนแตกออกจากกัน
หนทางที่ดีที่สุดสำหรับใจเจ้าของแผ่นนั่น
คือทิ้งมันลงถังขยะไปก่อนที่จะเสียใจ 

ปล.
1. คืนนี้พระจันทร์สวยมาก เสียดายที่โชเฟอร์ไม่ใช่พี่เวียร์ แต่เป็นพี่วิน ><
2. กลับมาเขียนบล็อกบ้างอะไรบ้าง พยายามจะเขียนบ่อยๆ ให้ได้น่ะ 

อากาศเย็นและชื้น
รอยยิ้มของผู้หญิงคนนั้น
มดจรก่อนวันใหม่

‘บรรยากาศ’ มันคือคำว่าอะไรมารวมกับ ‘อากาศ’ นะ
ตอนนี้ ฉันก็ยังคิดไม่ออก
รู้แต่ว่า บรรยากาศเกือบซึมเซามัวซัวคล้ายฝนจะตก
อุณหภูมิก็เย็นจนฉันต้องใส่เสื้อกันหนาวตัวหนาหนา
อากาศเย็นเย็นอย่างนี้ มันน่านอนเหลือเกิน

วันนี้ ฉันโชคดีนะ ที่บรรดามดไปกันแล้ว
ไม่รู้เหมือนกันว่า มันหายหัวไปไหนหมด
แต่ฉันก็คิดว่า ดีแล้วล่ะ ที่พวกมันหลบไปจากที่นอนของฉันเสียที

วันนี้ ฉันยิ้มได้เยอะพอสมควร
ฉันตื่นเช้าเหมือนปกติได้แล้ว หลังจากห่างหายกันไปนาน 
ฉันดูข่าวจนเพลิน จิบกาแฟให้สดชื่น
และที่สำคัญ ฉันนึกอยากออกกำลังกายขึ้นมาเสียอย่างนั้น
วันนี้ฉันจึงเต้นแร้งเต้นกาอยู่หน้าจอโทรทัศน์
ฉันใช้เวลาไปเพียง 5 นาที ก็ต้องหยุดก่อน
เพราะมีอาการเวียนหัว เมื่อหมุนหัวไปมา

พรุ่งนี้ ถ้าอากาศพาไปอีก
ถ้าพรุ่งนี้บรรยากาศดี เหมือนเช่นวันนี้
ฉันจะได้ออกกำลังกายอีก คราวนี้จะใช้เวลาให้ได้ 10 นาที

และหวังไว้ว่า มดจะหายไปจากห้อง และจากไปอย่างถาวร

ฟ้าร้อง
แผ่นดิน
ผู้คน

ในวันนี้ แม้แต่ท้องฟ้ายังคร่ำครวญ
เมื่อมองเห็นผู้คนฆ่ากัน
สายเลือดไทยไหลหลั่ง แผ่นดินยิ่งกว่าอาดูร
ความตายที่เกิด เพียงเพื่อศรัทธาข้างฝ่ายตน เท่านั้นหรือ
หยุดเถิด หยุดกระทำ
ความร้าวรานนั้น ใช่เพียงผู้ตายได้รับ
ผู้เฝ้าดูยิ่งเจ็บหัวใจ

กระดาษ
แสตมป์
ลายมือ

สีของกระดาษอาจจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ด้วยค่าที่ต้องเดินทางผ่านมือผู้คนมากกว่า สอง คน
ค่าของแสตมป์มีมูลค่าที่สุด เมื่อตราประทับได้ทำหน้าที่ ณ ต้นทาง
ลายมือยึกยือโย้เย้เล่าเรื่องบางอย่าง

เมื่อความเป็นรูปธรรมทั้งหมดนี้มารวมตัวกัน
รูปธรรมอย่างใหม่จึงเกิดขึ้น มันเรียกได้ว่า จดหมาย หรือ ไปรษณียบัตร
นับว่าสร้าง นามธรรมซ่อนในรูปธรรม ได้แนบเนียนจนแทบไม่เข้าใจ

วัตถุไวFeel ที่ไม่ใช่วัตถุไวไฟ
แม้ตัวมันอาจจะติดไฟได้
แม้มันจะมอดไปพร้อมเปลวเพลิงได้

ระยะทางที่กระดาษนั้นเดินทางผ่านมา
รอยประทับตราบนแสตมป์ที่อ่านไม่ออก
ห้วงคำนึงในบันทึกตัวอักษร

นามธรรมที่ซ่อนไว้
ไม่ต้องใช้สมองทำความเข้าใจ
ความทรงจำนั้น ตราตรึงเนิ่นนาน

ปล.
1. เริ่มไม่ค่อยแน่ใจว่าตัวเองชอบส่งโปสการ์ดหรือเปล่า
พอได้เห็นกระดาษ อยู่ในกล่องรับจดหมายหน้าห้อง มันดีใจกว่าไม่รู้กี่เท่านะ
2. ชอบคำนี้มาก วัตถุไวFEEL บัญญัติโดย ดีเจนายหมูตุ้ยแห่งเพชรบูรณ์
http://twitter.com/naiimootui
naiimootui : อ่านข้อความในโปสการ์ด ไม่มีข้อความชวนเศร้า แต่เราน้ำตาคลอ …คิดถึง คิดถึง
naiimootui :  @pattararanee @pktraveller ดีเจดราม่าแต่เช้าเชียว 555+ << ก็เจอวัตถุไวFEEL(ไวพอกับวัตถุไวไฟ) แต่เช้าเลย

ฝน มา

แดด ออก

ผู้คนจากไป

ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ฝนตก ลมแรงอยู่หลายวันทีเดียว

นั่นเป็นเรื่องของลมฟ้าอากาศ

หากว่าในเรื่องส่วนตัวของเราเอง

มีหลายเรื่องหลายราวผลัดเปลี่ยนเวียนเข้ามาในชีวิต

เหมือนลมฝนแรงๆ ที่ฟาดบนหลังคาจนสังกะสีปลิวหายไป

สังกะสีนั่น หล่นเข้ามาในโลกของเรา

และใต้สังกะสีนั่น ดันมีโลกอีกโลกซ่อนอยู่

มันทำให้โลกของเรามีมิติมากกว่าชั้นเดียวอย่างที่เคยเป็น

เพราะโลก ใต้สังกะสีนั่น มีอิทธิพลต่อโลกของเรา

โลกที่ว่านั่น เป็นโลกของการงาน และ โลกของผู้คนในเรื่องงาน

โลกที่มองดูแล้ว หนักหนา และมีแนวโน้มว่า จะเจอศึกหนักเอาการ

มันส่งผลกระทบต่อตัวเราอย่างแรง

โลกนั้น ทำให้เราต้องส่องกระจกดูตัวเอง

ต้องปรับตัวใหม่…

เพราะโลกใต้สังกะสี จะยังอยู่อย่างนั้น

จนกว่าเราจะมีแรงมากพอ

ที่จะยกเอาสังกะสีนั้นออกไป


ในเดือนเดียวกันนี่เอง

มีหลายวันที่แสงแดดร้อนแรง

ดวงตาเบื้องหลังกรอบแว่น

ต้องหรี่ตา บีบให้รูรับแสงมันแคบลง

เพื่อให้มองเห็นอะไรๆ ชัดขึ้น

โลกใต้สังกะสี แสนทรงอิทธิพล

มีสิ่งมีชีวิตบางอย่าง

เดินออกมาจากใต้สังกะสี

และนั่นเอง ทำให้เราจำใจ ต้องผลักไส เด็กหญิงผมชี้ๆ คนหนึ่ง ให้ออกไปจากชีวิต

ทั้งที่ไม่ชอบสิ่งมีชีวิตบางอย่างนั่น

ทั้งที่อยากให้เด็กหญิงยังร่าเริงอยู่ในโลกใบเดิม

รวมทั้งไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น


แต่ในโลกหลายมิตินั่น

วัยวุฒิ กับ คุณวุฒิ จะต้องเดินไปพร้อมๆ กัน

หากใครก็ตามที่ก้าวเข้ามาในโลกของเรา

อยากจะก้าวเดินจากไป

เราก็ไม่รั้ง

แต่ว่า เด็กหญิง ล่ะ

เธอจากไปจริงๆ เหรอ

เปล่าเลย

ตอนนี้ เราทำได้ดีที่สุดคือ

ซ่อนเด็กหญิงคนนั้นเอาไว้ ในอีกมิติหนึ่ง

ซึ่งอยู่ในโลกใบเดียวกับเรา

เพื่อรอให้เด็กหญิงออกมา

วิ่งเล่นน้ำฝน หรือ ตากแดดร้อนเปรี้ยง อย่างที่เคย

โดยไม่มีโลกอื่น อย่างเช่น โลกใต้สังกะสี เข้ามาปะปน

พักผ่อนเสียก่อน

หยุดเล่นสักพักนะ

เด็กหญิงคนนั้น

คนที่อยากเป็นช่าง…และเล่นอย่างจริงจัง

เราจะรอ วันใหม่

ที่เป็นวันของเด็กหญิงคนเดิม

ฝนตก
หนังสือ
กำแพงชื้น 

สายฝนเพิ่งหยาดหยดหมดสิ้นสาย เมื่อเวลาค่ำล่วงไปแล้ว

ความงามบนยอดหญ้าในยามนี้ มีเพียงแสงจากดวงไฟที่ล้อเล่นได้เท่านั้น

ทางด้านโน้นถุงพลาสติกใสกำลังเล่นแปะโป้งชนะน้ำรินไม่เลิกเสียที น้ำจึงท่วมเจิ่งนองเหนือฝาท่อระบายน้ำ

หนังสือบวม เพราะบรรจุเต็มแน่นด้วยความรู้ หรือจากความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศกันแน่

กำแพงด้านนี้ หรือฝาบ้านของใคร มองคล้ายหยาดน้ำตาหลั่งไหล

วงกบกับปูนไม่รักกันอีกแล้ว เพราะยากันซึมจากไป

รอยแยกเล็กๆ นั่น ฝนตกเปาะแปะ น้ำก็กระเซ็นสาย ผ่านได้ง่ายดาย

ยิ่งฝนตกหนัก ย่อมไหลเข้าออกได้สะดวกโยธิน

นั่นก็เหมือนคนเราสินะ

หากแตกสามัคคี ศัตรูจู่โจมได้ง่ายๆ

รักกันไว้ ย่อมมีความสุขกว่า

จริงไหม

….

ปล.

1. พยายามเขียนอย่างในเล่ม “ขลุ่ยไม้ไผ่” ที่คุณพจนา จันทรสติ เขียนไว้ แต่ก็นะ… ^^

2. เขียนอย่างนั้น เพราะคุณหมอเด็กปั๊มบอกว่า อ่านงานคุณก้องแล้ว เวียนหน้า “เจ๊ลองอ่านอันนี้แล้ว เป็นยังไง เวียนหน้ามากไหม” อิอิ

3. เขียนเรื่องนี้เพราะฝนตกหนัก กลับถึงห้อง ที่ด้านหน้าห้องเราน้ำนองเต็มพื้น เซ็งโคตร